BLUETREK Carbon : หูฟังบลูทูธคาร์บอนเบาหวิว สนทนาสะดวก

โดย nookzz | 30 สิงหาคม 2554 เมื่อ 18:26 น. | อ่าน 30
อีกหนึ่งหูฟังบลูทูธจากค่าย Bluetrek ที่ออกมาพร้อมๆ กับตัว Bluetrek MusiCall ที่เราได้ทดสอบกันไปก่อนหน้านี้ครับ แต่สำหรับ Bluetrek Carbon นั้นเป็นโมเดลตัวที่เน้นน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และแข็งแรง


อีกหนึ่งหูฟังบลูทูธจากค่าย Bluetrek ที่ออกมาพร้อมๆ กับตัว Bluetrek MusiCall ที่เราได้ทดสอบกันไปก่อนหน้านี้ครับ แต่สำหรับ Bluetrek Carbon นั้นเป็นโมเดลตัวที่เน้นน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และแข็งแรง โดยออกแบบมาด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เวลาสวมใส่จะรู้สึกเบาสบายไม่เกะกะหูสักเท่าไหร่ครับ เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงไม่ค่อยปลื้มการใช้งานหูฟังบลูทูธสักเท่าไหร่ นอกจากจะจำเป็นจริงๆ เพราะบางครั้งมันก็เกะกะหน่วงที่หูพอสมควรครับ

 

Bluetrek ก็เลยจัดการมอบตัว Carbon มาตอบโจทย์ที่ว่านี้ ด้วยคุณสมบัติแจ่มๆ และแพ็คเกจเก๋ๆ ที่พกพาง่าย เน้นจุดเด่นที่แตกต่างกันไปกับตัว MusiCall ที่เป็นหูฟังบลูทูธสเตอริโอฟังเพลงได้สะดวก และมีคุณภาพเสียงที่สุดยอดกว่า แต่ Carbon นั้นมีน้ำหนักเบาสวมใส่สะดวกสบายได้ตลอดวัน แถมยังทำมารองรับกับ iPhone โดยเฉพาะอีกด้วย วันนี้เราก็เลยทดสอบกับตัว iPhone ซึ่งมีสถานะแบตเตอรี่โชว์ขึ้นมาบนสเตตัสบาร์ด้วยครับ และตัว Bluetrek Carbon นั้นเป็นหูฟังบลูทูธตัวแรกที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ เพราะโดยปกติแล้ววัสดุประเภทนี้นั้นจะปิดกั้นการส่งสัญญาณของตัวบลูทูธ นับเป็นความสำเร็จของทาง Bluetrek ที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้ครับ เรามาดูคุณสมบัติหลักๆ ของเจ้าคาร์บอนกันก่อนเลย

คุณสมบัติ
– เทคโนโลยี NoiseLock ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง
– น้ำหนักเบามาก เพียง 5.9 กรัม
– รองรับบลูทูธเวอร์ชั่น 3.0
– เชื่อมต่อได้ทันทีไม่ต้องใส่รหัส
– เชื่อมต่อได้รวดเร็วในเวลาไม่ถึง 3 วินาที
– ปุ่มพาวเวอร์แบบเลื่อน เปิด/ปิด ได้สะดวก
– เสียงเตือน 3 ภาษา (อังกฤษ, สเปน และจีน)
– เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้สองเครื่องพร้อมกัน
– มียางหูฟังให้เปลี่ยน 3 ขนาด
– มีตัวคล้องหูให้คล่องขึ้น
– มีคลิปหนีบแบบถอดใส่ได้
– ชาร์จด้วย micro USB มาตรฐาน
– มีสถานะแบตเตอรี่โชว์บนสเตตัสบาร์ของ iPhone
– รองรับการใช้งาน VoiP

 

ตัวลักษณะของบลูทูธ Bluetrek Carbon เป็นแบบสวมใส่ที่หูแบบมาตรฐาน มีตัวคล้องหูที่เป็นแบบถอดเสียบได้มาให้ เพื่อให้ยึดแน่นหนาและอุ่นใจมากขึ้น แถมยังพกพาง่ายโดยมีคลิปหนีบแบบปากกามาให้สวมใส่ได้ พร้อมด้วยกล่องแพ็คเกจหรูๆ ขนาดเล็กๆ ที่ใส่อุปกรณ์ทุกชิ้นลงไปได้ครบเลยทีเดียวล่ะ

 

ตัวบลูทูธนั้นรูปทรงเพียวสมาร์ท ใช้วัสดุเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบามากเป็นแท่งกลมๆ ยาวๆ ที่มีแบตเตอรี่อยู่ภายใน และดูเหมือนจะบอบบาง แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่ามันแข็งแรงครับ ลองบิดแรงๆ ก็ยังไม่สะเทือน ช่วงหัวนั้นทำมาจากพลาสติกผสมยาง และเป็นปุ่มฟังก์ชั่นหลักเต็มอันครับ ใช้กดรับสาย และฟังก์ชั่นอื่นๆ ซึ่งลักษณะดูๆ แล้วเหมือนปุ่ม Home ของ iPhone เลย โดยมีไฟสถานะแสดงสองสี คือ ฟ้ากับแดง

 

ตรงสันด้านข้างส่วนบนยังมีปุ่มสำหรับ เพิ่ม/ลด เสียงอยู่ด้วย แต่เป็นปุ่มแบบปุ่มเดียว ที่ต้องกดเพิ่มเสียงไปเรื่อยๆ พอเต็มสุดแล้วจะเสียงจะเบาลงครับ ส่วนการควบคุมฟังก์ชั่นอื่นๆ จะแล้วแต่ตัวโทรศัพท์ด้วยครับ

 

การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือนั้นสะดวกมาก ไม่ต้องใช้ PIN และเชื่อมต่อได้รวดเร็วไม่เกิน 3 วินาทีเลย เพราะรองรับตัว Bluetooth 3.0 ด้วย ดังนั้นหากเราปิดตัวบลูทูธเอาไว้ เมื่อมีสายเข้าก็สามารถเปิดบลูทูธ แล้วรอ 3 วินาทีมันก็จะเชื่อมต่อและใช้งานได้ทันทีครับ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่โดนใจมากๆ โดยยังมีรัศมีการเชื่อมต่อถึง 10 เมตร แต่เอาเข้าจริงบางที 7 เมตรก็หลุดได้เหมือนกันครับ แต่พอกลับมาเข้าระยะก็เชื่อมต่อใหม่อย่างรวดเร็ว

การใช้งานตัว Bluetrek Carbon อย่างที่บอกมันสะดวกสบาย สวมใส่ไปสักพักอาจจะลืมไปเลยว่ากำลังใส่หูฟังบลูทูธอยู่ แต่ตัวคล้องหูอาจจะดูเล็กเกินไปหน่อยใส่แล้วอาจจะเจ็บได้ แต่ใครหูเล็กๆ ก็สวมใส่ได้พอดีๆ ครับ โดยบน iPhone ยังสามารถใช้ Voice Command ได้ด้วยการกดปุ่มฟังก์ชั่นค้างครับสะดวกดี

 

ทดสอบสนทนาดูแล้วรู้สึกประทับใจระบบตัดเสียง NoiseLock พอสมควร มันตัดเสียงรอบข้างออกได้อย่างดี แม้จะมีหลุดๆ มาบ้างแต่ก็ไม่ได้รบกวนการสนทนาเท่าไหร่ ส่วนปัญหาเรื่องเสียงขาดๆ หายๆ ขณะทดสอบยังไม่พบปัญหานี้เหมือนที่เคยพบในรุ่นเก่าๆ สมัยก่อน คิดว่าในที่แออัดน่าจะพอมีบ้างครับ และระยะเวลาในการสนทนาอยู่ประมาณ 4 – 5 ชั่วโมงครับ สแตนด์บายได้ค่อนข้างนาน หากไม่ได้ใช้คุยเลยอยู่ได้ 2-3 วัน แต่หากใช้คุยประจำวันผมคิดว่าน่าจะอยู่ได้เพียงแค่วันกว่าๆ เท่านั้น

 

เมื่อไม่ใช้ Bluetrek Carbon ยังสามารถเหน็บเสื้อด้วยคลิปหนีบปากกาที่มีมาให้ในชุดขาย หรือจะเก็บใส่กล่องพกพาอย่างดีก็เก๋ไม่เบา ในกล่องเล็กๆ ขนาดกำลังดีนั้นสามารถใส่อุปกรณ์ทุกอย่างของตัว Bluetrek Carbon ได้เลยทีเดียวล่ะ ตัวฝาปิดก็มีแม่เหล็กไว้ยึดดังนั้นหายห่วงครับ

 

โดยรวมแล้วนับเป็นชุดหูฟังบลูทูธที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง ด้วยวัสดุแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบามากๆ แต่แข็งแรง และดีไซน์ก็ดูหรูหราไม่เบา เหมาะสำหรับคนขับรถมากๆ ครับ หรือจะเป็นคนทำงานต่างๆ ก็สะดวกสวมใส่หูฟังทิ้งไว้ได้ทั้งวัน และก็ไม่พลาดทุกการรับสาย แถมยังปิดบลูทูธประหยัดแบตไว้ได้ เมื่อมีสายเข้าเปิดใช้งานก็เชื่อมต่อได้ทันทีอีกต่างหาก ความพิเศษแบบนี้มีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,150 บาท เท่ากับตัว Bluetrek MusiCall เลยครับ ใครสนใจก็ลองหามาเป็นเจ้าของได้แล้ว

 

ขอขอบคุณ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น และ บริษัท บลูเทรค เทคโนโลยี ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบ

About Author

nookzz

nookzz

Partners