Samsung ย้ำอันดับ 1 ของจริง แล้วทำไม Nokia ร่วงผลอยมโหฬาร?

โดย Platform | 5 กุมภาพันธ์ 2553 เมื่อ 00:33 น. | อ่าน 83
นับตั้งแต่ Samsung เริ่มก้าวเข้ามาเบียดบังรัศมี Nokia ด้วยการชิงแชร์อันดับ 1 ได้สำเร็จทำให้ Nokia ต้องดิ้นรนอย่างหนักทุกวิถีทางแม้กระทั่งการบลัฟคู่แข่ง


คุณบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี
หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ

การขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดมือถือแทนที่ Nokia ของ Samsung ถูกวิพากย์วิจารณ์กันให้แซดทั่ววงการทั้งสืื่อมวลชนและลูกค้าที่ติดตามข่าว สารมาโดยตลอด และพยายามตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า "ทำไม Nokia ถึงต้องแพ้ทางมวยให้กับ Samsung ในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น" ความศักดิ์สิทธิ์แห่งแบรนด์ Nokia ที่ใช้ง่าย ซื้อง่ายขายสะดวก อุปกรณ์หาง่ายมันไม่ตราตรึงเข้าไปในจิตใจลูกค้าชาวไทยเหมือนแต่ก่อนแล้วหรือ ไร?

หนำซ้ำการขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของ Samsung นั้นยังช่วยลบคำสบประมาทของกองแช่ง (ที่อาจเป็นสาวกค่ายอื่น สัญชาติอื่น) ว่า Samsung ไม่อาจจะมาครองตลาดแทนที่ Nokia ได้หรอกนะ เพราะลูกค้าชาวไทยน่ะชื่อว่าเป็นประเทศที่ติดยี่ห้อหรือ Brand Loyalty สูงลำดับต้น ๆ ของโลก แต่เพราะอะไรกันนะที่ทำให้ชาวไทยถึงมาทุ่มเทใจให้กับ Samsung มากขนาดนี้

คุณบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือของซัมซุงประเทศไทย แสดงความคิดด้านปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้ Samsung พลิกผงาดในยุทธจักรตลาดมือถืออันดับ 1 แทนที่ Nokia สามารถสรุปปัจจัยหลักได้ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยภายนอกที่ Samsung ไม่สามารถกำหนดเองได้ เช่น เทรนด์ความนิยม, ความต้องการของลูกค้าปลีกย่อย, เทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นต้น แต่ Samsung ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้ทันท่วงที ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วว่า Samsung ส่งทัชโฟนมาจำหน่ายได้ทันทีหลังจากเทรนด์ iPhone กำลังมาแรง ด้วยเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสที่ไม่แพ้ใคร หนำซ้ำ Samsung ยังส่งทัชโฟนได้ครบทุกกลุ่มในตลาด ที่สำคัญลูกค้าก็เทใจให้ Samsung จนแทบจะไม่ปันใจหาใคร

ปัจจัยภายในที่ Samsung สามารถควบคุมและกำหนดมันได้ ได้แก่ Samsung เปลี่ยนช่องทางการขายจากเดิมที่ให้ดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่ ๆ มาช่วยกระจายสินค้ามาเป็น Samsung แต่ดิสทริบิวเตอร์เหล่านั้นไม่ได้ช่วยกระจายสินค้าให้ Samsung เท่าไรเลย  เพราะพวกเขายังสามารถหากินกับ Nokia ได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องช่วยยี่ห้ออื่นขาย ทำให้ Nokia ผูกขาดมือถือในไทย 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ และนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้บริหาร Samsung ต้องตัดสินใจแก้เกมครั้งสำคัญดังที่กล่าวไว้แล้ว

ปัจจัยภายในที่สำคัญคือองค์กรที่ปรับตัววิธีการทำงานให้เข้าร่องเข้ารอยกัน ไม่สะดุดเหมือนสมัยปี 2005-2006 ที่เริ่มเรรวนซวนเซชอบกล และในเมื่อองค์กรมีความเสถียรภาพนั่นก็หมายความว่า Samsung สามารถโหมการทำตลาดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถส่งจำนวนมือถือได้หลากหลายมากถึง 60 รุ่นต่อปีเพื่อเป็นการคานอำนาจ Nokia มิให้เป็นเจ้าที่ผูกขาดตลาดต่อไป

การตลาดของ Samsung ในช่วง 2 ปีให้หลังมานี้ Samsung ให้ความสำคัญกับลูกค้ามากและอยากให้ลูกค้าได้ใช้มือถือที่สมราคาหรือราคา เหมาะสมมากกว่ายุคก่อน นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ Samsung ตั้งราคามือถือได้โดนใจมากกว่าคู่แข่งแทบจะทุกรุ่น ถึงแม้ความเป็นพรีเมียมแบรนด์จะหดหายไปตามกาลเวลาก็ตาม

ย่อหน้าข้างบนก็สามารถสรุปเป็นเป็นใจความสั้น ๆ ว่าส่วนหนึ่งของความสำเร็จของ Samsung Mobile ประเทศไทยเกิดจากการพัฒนาตัวและเล็งเห็นช่องว่างอย่างไม่มีสิ้นสุด ผลของความสำเร็จยืนยันได้จากสำนักสำรวจข้อมูล GFK ที่ยืนยันว่า Samsung มีส่วนแบ่งการตลาดมือถือประเทศไทยมากกว่า 30% ในปัจจุบันผิดกับปี 2007 ที่ยังมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 7% เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบ (อดีต) ขาใหญ่อย่าง Nokia ที่ครองส่วนแบ่งถึง 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ในปี 2007 แต่ปัจจุบันหล่นลงมาเหลือ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์อย่างน่าใจหาย

นึกไม่ถึงว่า Nokia จะเสียส่วนแบ่งไปมากมายขนาดนี้!!!

Nokia เป็นถึงเบอร์ 1 ในตลาดมานานสิบปีในประเทศไทยก็ย่อมร้อนรนเป็นธรรมดา เมื่อไม่นานมานี้ก็ออกโรงตอบโต้ Samsung ว่าข้อมูลที่สำรวจผ่าน GFK ไม่ได้สำรวจตลาดมือถือจีนไว้เลยเพราะ Nokia เชื่อว่าคู่แข่งสำคัญไม่ใช่ Samsung แต่เป็นมือถือจีน ทำนองว่าอย่ามัวแต่ดูส่วนแบ่งของตัวเองกับคู่แข่งหลักเลย หัดดูส่วนแบ่งมือถือจากจีนบ้างนะ เผลอ ๆ อาจจะมากินแชร์ Samsung ในอนาคตก็เป็นได้

Nokia คิดถูกครับที่มือถือจีนราคาต่ำเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดมือถือรุ่นล่าง ๆ ของ Nokia ไปเยอะมาก จะไม่ให้ถูกแย่งไปได้อย่างไรครับก็ในเมื่อมือถือจีนหรือเฮาส์แบรนด์ที่นำ เข้ามาจากจีนส่วนใหญ่ล้วนแต่มีฟังก์ชันที่น่าดึงดูดใจมากเกินราคา อาทิ หน้าจอสีสัมผัส (แม้จะต้องใช้ปากกาก็ตาม) ขนาดใหญ่มหึมา, ติดตั้งฟังก์ชันดูทีวีอนาล๊อคได้, ความจุภายในเครื่องมากมายมหาศาล เป็นต้น หนำซ้ำมือถือจีนพวกนี้ยังพัฒนาในเรื่องดีไซน์ที่เลือก Copy แต่สิ่งสวย ๆ งาม ๆ ไม่สยองนัยน์ตาเหมือนในอดีต

แต่สิ่งที่ Nokia ลืมคิดไปและพลาดไปอย่างมากก็คือ คู่แข่งของ Nokia ในปัจจุบันเกิดขึ้นมากมายและแต่ละเบอร์ล้วนแต่ "แข็งแกร่ง" ทั้งนั้น ไม่ต้องมองไปไหนไกลตลาดบนที่ Nokia เคยครองใจและครองตลาดด้วยซีรีส์ 8 และ N-Series กลับถูก iPhone, HTC และ Blackberry เข้าครอบงำตลาดแทบจะเบ็ดเสร็จ แต่ Nokia กลับไม่เคยที่จะพัฒนามือถือในตลาดนี้ให้ฉีกหรือทิ้งห่างคู่แข่งเหมือนอย่าง ที่ในอดีต Nokia เคยทำได้

ตลาดกลางระดับไม่ถึง 2 หมื่นลากจนไปถึงเฉียดหมื่นก็โดน Samsung เอาไปตีกินเสียพุงป่องด้วยคุณสมบัติมือถือที่เด่นกว่าแต่ราคาถูกกว่า และ LG ก็เริ่มแข็งแกร่งในสายตาลูกค้าชาวไทยและเริ่มได้รับการยอมรับทีละน้อย ๆ จากอดีตที่เป็นปลาซิวปลาซ้อย แต่ปัจจุบันกำลังจะเป็น Big Brand ในไม่ช้า

ส่วนตลาดล่างที่ลูกค้าชาวไทยเคยยอมรับในชื่อ Nokia เป็นอย่างมาก สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปโดยมือถือจีนตามเหตุผลข้างต้น และคู่แข่งหลัก ๆ อย่าง Samsung และ LG ขยันส่งมือถือระดับล่างมาเยอะจนเป็นทางเลือกใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ไม่ยึดติดจนสามารถแทรกซึมเข้าในใจลูกค้าทีละน้อย ๆ

ดังนั้น Nokia ต่างหากที่ควรจะย้อนมองตัวเองว่าทำไมส่วนแบ่งการตลาดของตนเองจากเดิมที่เคย อยู่ถึง 60 กว่าเปอร์เซ็นต์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว จนปัจจุบันร่วงลงมาเหลือ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่า Nokia ส่วนแบ่งการตลาดในไทยหายไปเฉียดครึ่ง Nokia ต้องไปหาคำตอบนี้ให้จงได้ถ้าอยากจะอยู่อันดับ 1 ถาวร

หรือว่า Nokia จะโดนตลาดปราบเซียนปราบเสียเอง??

เรียบเรียงโดย : Platform
ที่มา : MXPhone

About Author

Platform

Platform

Partners