ก้าวสำคัญของโนเกีย สร้างนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือในโครงการ Tap That App ด้วยการจับมือกับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำ

โดย nookzz | 31 มีนาคม 2554 เมื่อ 04:33 น. | อ่าน 26
ช่วงนี้อาจจะได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของค่ายมือถือแบรนด์ดังอย่างโนเกียอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการจับมือกันระหว่าง Nokia กับ Microsoft และอวสานของระบบ Symbian ซึ่งคราวนี้โนเกียได้ร่วมกับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย

ช่วงนี้อาจจะได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของค่ายมือถือแบรนด์ดังอย่างโนเกียอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการจับมือกันระหว่าง Nokia กับ Microsoft และอวสานของระบบ Symbian ซึ่งคราวนี้โนเกียได้ร่วมกับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยอย่าง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ Tab That Appเพื่อสร้างนักพัฒนารุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดการแข่งขันของนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือครับการจับมือกับ 3 มหาวิทยาลัยครั้งนี้ของโนเกียจะมีการจัดตั้ง Mobile Innosphere Center ขึ้นเพื่อให้บรรดานักศึกษาได้ร่วมกันพัฒนาแอพพลิเคชั่น หรือบริการอื่นๆ บนมือถือนั่นเองครับ ซึ่งจะมีการอบรมพัฒนาโดยเทรนเนอร์ผู้เชี่ยวชาญจากโนเกีย โดยจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้วยการใช้เทคโนโลยีอย่าง Qt, Java และ Windows Phone ครับ ผลงานความคิดที่ได้รับคัดเลือกยังจะได้รับการพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นลงบน Ovi Store อีกด้วยล่ะ

สำหรับโครงการนี้จะถูกจับเข้าหลักสูตรของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้ง 3 ด้วย โดยจุฬาลงกรณ์มหาลวิทยาลัยจะถูกบรรจุเข้าหลักสูตรทันที ส่วนมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญจะมีมีการ Take Course เพิ่มเข้าหลักสูตรการศึกษา 2554/1 ครับ สุดท้ายเป็นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะมีการเปลี่ยนหลักสูตรไปตามเทรนด์ของตลาดแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ซึ่งปีนี้จะเป็นระบบ Symbian โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้การอบรมอยู่แล้วครับ

เป้าหมายของโครงการ Tab That App นั้น ทางโนเกียได้ตั้งเป้าไว้ที่ 3 มหาวิทยาลัยเท่านั้นครับ จะมีการจัดตั้งแล็ปสอนนักศึกษาในการใช้ Qt และ Java ในการเขียนโปรแกรมสำหรับขึ้นบน Ovi Store ให้ประชาชนดาวน์โหลด โดยยังหวังว่าจะได้ถึง 30 แอพพลิเคชั่นต่อมหาวิทยาลัยเลยทีเดียวครับ ซึ่งผมมองถึงอนาคตแล้วคิดว่า Ovi Store ยังมีแนวทางที่จะเติบโตมากกว่า โดยจะต้องรอดูว่าเมื่อ Windows Phone 7 ของโนเกียเข้ามาแล้ว ตัว Application Store ของแพลตฟอร์ม Windows Phone 7 จะอยู่ในส่วนของ Ovi Store หรือจะใช้ชื่อใหม่ แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักศึกษาของ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำที่จะได้รับความรู้ และก้าวขึ้นมาเป็นนักพัฒนาแอพพลิชั่นเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมของประเทศไทยครับ

ในเรื่องของการปล่อยแอพพลิเคชั่นในดาวน์โหลดในรูปแบบฟรี หรือคิดเงินนั้น ทางโนเกียก็กล่าวว่าเป็นสิทธิของนักศึกษาที่จะต้องตัดสินใจเองครับ โดยการซื้อแอพพลิเคชั่นผ่าน Ovi Store นั้นจะมีสองช่องครับ คือการซื้อผ่าน Operator เครือข่ายที่ใช้ ซึ่งผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นจะได้รับรายได้จากการขายแอพพลิเคชั่น 60% หลังหักภาษีแล้ว โดยทางโนเกียกับโอเปเรเตอร์จะแชร์กัน 20%/20% อีกช่องทางคือการซื้อผ่านบัตรเครดิตนั้นผู้พัฒนาจะได้รับเงิน 70% และทางโนเกียจะได้รับ 30% นั่นเอง นอกจากนี้นักพัฒนายังสามารถหารายได้จากการขายโฆษณาบนแอพพลิเคชั่นที่ตนเองออกแบบได้ด้วยครับ

ที่สะดวกยิ่งกว่าก็คือบรรดานักพัฒนานั้นไม่ต้องไปติดต่อทางโอเปเรเตอร์เองครับ อัตราการจ่ายเงินก็เท่ากันเท่าโลกอีกด้วย เพราะการทำงานร่วมกับนักศึกษาของโนเกียนั้นไม่ได้มีแค่ประเทศไทยครับ ยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลก เพียงแต่โครงการ Tab That App นั้นเป็นเพียงชื่อโครงการที่ใช้ในประเทศไทยเท่านั้น คิดว่าไม่เกินเดือน พฤษภาคม 2554 นี้น่าจะมีแอพพลิเคชั่นฝีมือนักศึกษาทั้ง 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำออกมาให้ดาวน์โหลดกันครับ

โนเกียยังได้กล่าวถึงเรื่องของ Windows Phone 7 ของตนเองที่กำลังจะเข้ามา ว่าจะสามารถสู้กับคู่แข่งรายอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน ด้วยจุดแข็งในเรื่องของ โปรแกรมแผนที่, โอเปเรเตอร์บิลลิ่ง และการออกแบบตัวเครื่องด้วย ซึ่งการจับมือครั้งนี้ระหว่างโนเกียกับไมโครซอฟท์นั้นจะถือเป็นการกำเนิด ECO System ที่ 3 เทียบเคียงกับ Apple iOS และ Android OS นั่นเอง

ถึงอย่างไรผมยังมองว่าตัว Windows Phone 7 นั้นยังมีจุดบอดในเรื่องของการใช้งานที่ดูเหมือนจะยังใช้งานยากกว่า OS ตัวอื่นๆ ที่ได้เปรียบตรงที่ออกมาเป็นเวลานานแล้ว แถมหลายๆ ตัวในตลาดยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สะดวก และไม่ซับซ้อนอีกด้วย หลายๆ ท่านที่เคยจับตัว Windows Phone 7 กันแล้วคงจะพอเข้าใจถึงระบบการทำงานของมัน แต่ยังไงก็ยังดูใช้งานยากกว่าอยู่ดี ซึ่งเรื่องนี้เองโนเกียก็กล่าวถึงตัว Ovi Browser ที่จะทำให้ตัว Windows Phone 7 ใช้งานง่ายยิ่งขึ้นด้วยครับ ตัวโปรแกรมก็จะเป็นรูปแบบของ Qt based Browser ครับ

สำหรับเรื่องสัญญาระหว่างโนเกียกับไมโครซอฟท์ ที่ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการ โนเกียก็กล่าวว่ากำลังดำเนินการเซ็นสัญญาให้เร็วที่สุด มีทีมที่เข้าไปจัดการเรื่องนี้แล้ว และการเซ็นสัญญาครั้งนี้จะเป็นการเซ็นสัญญาระยะยาวในการร่วมกันสร้าง ECO ที่ 3 นั่นเอง

ส่วนระบบปฏิบัติการอย่าง Symbian ที่หลายๆ คนคงได้ข่าวกันไปว่ามันกำลังจะตายนั้น โนเกียก็ยังมีแผนที่จะสร้างประโยชน์ต่อยอดจากการลงทุนในหลายปีที่ผ่านมาด้วยแฟรนไชส์ครับ สำหรับ S40 Series ของโนเกียก็ยังคงมีอยู่บนโทรศัพท์มือถือที่เน้นตอบรับผู้ใช้รายใหม่ๆ เหมือนเดิม แล้ว Meego ล่ะ? หลายๆ ท่านอาจจะลืมไปว่าโนเกียยังมี Meego แพลตฟอร์มอยู่ด้วย ซึ่งทางโนเกียก็กล่าวว่ามีผู้ผลิตหลายรายที่คิดว่าตัว Meego นั้นสามารถอยู่บน Net Book, Mobile และอุปกรณ์ในรถอย่างตัว GPS ได้ด้วยรูปแบบที่เข้ากันได้ของ Meego ซึ่งอนาคตเราน่าจะได้เห็นตัว Meego ไปโลดแล่นอยู่ในอุปกรณ์หลายๆ ประเภทครับ

มองดูแล้วเหมือนจะเป็นก้าวที่สำคัญอีกครั้งของโนเกีย หลังจากในช่วงที่ผ่านมานั้นดูจะดรอปลงไปตามหลังคู่แข่งบางราย และซิมเบี้ยนเองก็ดูเหมือนจะมาถึงทางตันไม่สามารถต่อกรกับกระแสของหุ่นเขียวแอนดรอยด์ และอีกหลายแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนในตลาดครับ การสนับสนุนนักพัฒนาจาก 3 มหาวิทยาลัยก็ดูเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างนักพัฒนารายใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมด้านซอฟท์แวร์บนมือถือมากขึ้น และยังเป็นการสร้างความเคลื่อนไหวบน Ovi Store ได้อีกหนึ่งต่อครับ และสำหรับ Windows Phone 7 ของโนเกียที่หลายๆ คนกำลังให้ความสนใจนั้นก็น่าลุ้นว่าทางโนเกียจะทำออกมาสู้กับคู่แข่งที่นำหน้ามาก่อนได้มากแค่ไหน และเมื่อไหร่? เราจะได้สัมผัสตัวเป็นกันครับ ซึ่งผมเดาว่าคงไม่นานเกินรอแล้วล่ะ

About Author

nookzz

nookzz

Partners