Samsung Punch WiFi (Chat 335) สัมผัสเบาๆ กับพันซ์ตัวใหม่ติดไวไฟ

โดย nookzz | 20 ธันวาคม 2553 เมื่อ 13:14 น. | อ่าน 36
หลังจากตัว Samsung Punch 2 SIM (Chat 322) เปิดตัวออกมาไม่นานด้วยคอนเซ็ปต์ของโทรศัพท์มือถือสองซิมที่รองรับความ สามารถด้านโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ครบครัน ทำเอาบรรดาสาวกจอมแชทยิ้มกริ่ม


Samsung Punch WiFi (Chat 335)

สัมผัสเบาๆ กับพันซ์ตัวใหม่ติดไวไฟ
Preview by nookzz (nookzz@mxphone.com)

หลังจากตัว Samsung Punch 2 SIM เปิดตัวออกมาไม่นานด้วยคอนเซ็ปต์ของโทรศัพท์มือถือสองซิมที่รองรับความ สามารถด้านโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ครบครัน ทำเอาบรรดาสาวกจอมแชทยิ้มกริ่มกับฟีเจอร์โฟนมากความสามารถติดแป้นพิมพ์ QWERTY แถมยังใส่ได้สองซิมเครื่องนี้ไปตามๆ กัน หากมองถึงแนวทางของซัมซุงที่นำรุ่นนี้ออกมาดันตลาดของมือถือสองซิม ก็ต้องยอมรับว่าทำออกมาได้เข้ายุคสมัย และตรงความต้องการของวัยรุ่นปัจจุบันครับ แต่หากมองอีกมุมหนึ่งที่คำนึงถึงด้านการใช้งานหลักๆ โดยเฉพาะด้านโซเชียลเน็ตเวิร์ค การที่ไม่มี Wi-Fi มารองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ตดูจะเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักสำหรับบรรดาสาวก จอมแชท เพราะต้องกังวลเกี่ยวกับการใช้งาน EDGE และแพ็คเกจแบบ Unlimited หรือรายชั่วโมงต่างๆ ก็ดูจะมีราคาสูงอยู่พอสมควรครับ

นั่นเลยทำให้เวลานี้ Samsung Punch WiFi (Chat 335) จากซัมซุงเข้าสู่ตลาดต่อหลังจากตัวสองซิมทำออกมาเอาใจคนสองไลฟ์สไตล์ไปแล้ว นั่นเอง หลายๆ ท่านอ่านถึงตรงนี้อาจจะคิดว่า Samsung Punch WiFi (Chat 335) นี่จะเป็นมือถือสองซิมแบบตัวแรก แล้วแค่เพิ่ม WiFi เข้ามาหรือเปล่า? ผมขอบอกเลยว่าไม่ใช่ครับ ซัมซุงตัดเอาระบบสองซิมออกไป และเพิ่มเอา WiFi เข้ามาแทน โดยยังมีส่วนอื่นๆ ที่แตกต่างกันอีกเล็กน้อยด้วย ส่วนระบบภายในนั้นก็แทบจะเหมือนเดิมเพียงแต่ธีมสีที่มีอาจจะไม่เหมือนกัน ครับ ดังนั้นเรามาสัมผัสเบาๆ กับ Samsung Punch WiFi (Chat 335) กันเลยดีกว่าว่ามันจะมีดีอย่างไร น่าใช้งานแค่ไหน

คุณสมบัติตัวเครื่องที่น่าสนใจ
– รองรับเครือข่าย GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz
– ขนาด 111.2 x 61.2 x 12 มิลลิเมตร, น้ำหนัก 93 กรัม (รวมแบตเตอรี่)
– หน้าจอแสดงผล  TFT-LCD 256K สี, ความละเอียด 320 x 240 พิกเซล, ขนาด 2.4 นิ้ว
– แป้นพิมพ์ Full QWERTY พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Optical trackpad
– หน่วยความจำตัวเครื่อง 60MB, เพิ่ม microSD card ได้สูงสุด 8GB
– รองรับการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi 802.11 b/g, Bluetooth v2.1 (A1DP) และ microUSB
– กล้องความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (1600 x 1200 พิกเซล), ถ่ายวิดีโอ QCIF – 176 x 144 พิกเซล
– รองรับการส่งข้อความ SMS, MMS, Email และ IM Chat ต่างๆ
– มีระบบ SNS (Social Networking Systems) ในตัว รองรับแอพพิเคชั่นด้าน Social Netwok ครบครัน
– เครื่องเล่นเพลงรองรับ MP3, eAAC+ และเครื่องเล่นวิดีโอรองรับ MP4, H.264
– มีเครื่องเล่นวิทยุ FM Stereo แบบ 2 จุดทศนิยม พร้อมบันทึกเสียงขณะฟัง
– มีช่องหูฟังแบบมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร
– แบตเตอรี่ Li-Ion 1,000 mAh ใช้งานรอรับสายต่อเนื่อง 520 ชั่วโมง, สนทนาต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง

จากคุณสมบัติตัวเครื่องเห็นได้ชัดว่ามีหลายๆ จุดที่ Samsung Punch WiFi (Chat 335) อัพเกรดขึ้นยิ่งกว่ารุ่นสองซิม เช่นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 2.4 นิ้ว ดังนั้นขนาดตัวเครื่องก็ใหญ่ขึ้นเป็นธรรมดาครับ โดยมีการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi เพิ่มเข้ามา พร้อมด้วยกล้องที่มีความละเอียดสูงยิ่งกว่าครับคือ 2 ล้านพิกเซล ส่วนด้านอื่นๆ นั้นเรียกได้ว่าแทบจะเหมือนเดิมหมดเลยทีเดียวครับ

สัมผัสรูปทรงการออกแบบ

การออกแบบของ Samsung Punch WiFi (Chat 335) นั้นมีลักษณะที่ดูคล้ายกับสมาร์ทแชทโฟนอย่าง BlackBerry มาตั้งแต่รุ่นสองซิมครับ และรุ่นนี้ก็ยังคงดูคล้ายเช่นกัน เพราะแป้นพิมพ์ QWERTY คีย์บอร์ดนี่ล่ะ แต่จะว่าไปผมว่ามันดูคล้ายยิ่งกว่ารุ่นสองซิมอีกนะ เพราะตัดเอาปุ่มลัดใต้ซอฟท์คีย์ออกไป ผมคิดว่าจุดนี้ทำให้แผงปุ่มควบคุมดูกดง่ายกว่าเดิมเยอะเลยล่ะ

ส่วนเว้าๆ ตรงแผงควบคุมที่รุ่นสองซิมออกแบบมาเพื่อเว้นช่องระหว่างปุ่ม ซึ่งดูแล้วก็ทำให้ปุ่มดูเล็กลงไปอีกนั้นก็ถูกตัดออกไป โลโก้ DUOS ด้านบนเปลี่ยนเป็น Samsung แทน และจากโลโก้ Samsung ใต้หน้าจอ เปลี่ยนเป็น WiFi ตัวเล็กๆ แทนครับ ซึ่งหน้าจอนั้นดูขนาดใหญ่สบายตากว่าเดิมเยอะเลยทีเดียว แม้จะเพิ่มจาก 2.2 เป็น 2.4 เท่านั้นเอง

แป้นพิมพ์ QWERTY ออกแบบมาใหม่ ปุ่มดูติดๆ กัน แต่มีขนาดใหญ่ และกดได้ง่ายเหมือนเดิม อันนี้ผมขอยืนยันครับ โดยรวมแล้วรูปทรงดูภูมิฐานขึ้นเยอะ ส่วนด้านหลังก็เปลื่ยนจากลายแพทเทิร์นเป็นลายเส้นแทน ย้ายเลนส์กล้องจากมุมซ้ายมาอยู่ตรงกลาง ออกแบบเป็นลักษณะวงกลมแทนคนละอารมณ์เลยทีเดียวล่ะ

สัมผัสด้านการใช้งานโดยรวม

จากที่ทดลองใช้งานมาในช่วง 1 สัปดาห์ ตัวเครื่องทำงานได้ดีไม่มีรวนเลยครับ และยังใช้งานง่ายอีกด้วย เพราะการควบคุมต่างๆ นั้นเป็นปุ่มควบคุมแบบ Optical trackpad แบบใน BlackBerry แถมแป้นพิมพ์ก็พิมพ์ง่านด้วย อินเตอร์เฟสภายในนั้นเหมือนๆ กับตัว Samsung Punch 2 SIM ตัดเอาฟีเจอร์ 2 ซิมออก เปลี่ยนธีมสีใหม่ที่เหลือคงเดิมครับ

 

ความสามารถด้านมัลติมีเดียก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิม การทำงานยังเป็นระบบเดียวกัน มีเครื่องเล่นเพลง, วิดีโอ และวิทยุ FM ที่เป็นแบบ 2 จุดทศนิยมให้ใช้ แถมยังบันทึกเสียงไว้ฟังย้อนหลังได้ด้วยนะ แต่ต้องเสียบหูฟังรับสัญญาณเหมือนเดิมครับ นอกจากนี้ก็ยังมี Samsung Application ให้เลือกดาวน์โหลดด้วย คราวนี้สบายเพราะมี Wi-Fi ให้เชื่อมต่อครับ

 

ส่วนด้านออการ์ไนเซอร์นั้นแทบจะไม่มีข้อแตกต่างเลย โดยมีนาฬิกาปลุก, นาฬิกาจับเวลา, นาฬิกานับถอยหลัง, ปฏิทิน และยังมีดิกชั่นนารีให้ใช้แปลกันอีกเพลินๆ ครับ

กล้องถ่ายภาพนั้นมีความละเอียดสูงกว่าเดิมด้วย กล้อง 2 ล้านพิกเซล แต่ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพทุกอย่างยังคงเดิม ใช้งานได้ดีครับ มีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ แบบมาตรฐาน ภาพที่ถ่ายออกมาก็ดูชัดเจนดีกว่ารุ่นสองซิมพอสมควร แต่ในที่มืดก็ดูไม่ต่างกันเท่าไหร่ – -“

   

สำหรับด้าน Social Network นั้นก็ครบจริงๆ เหมือนครับ โดยแยกระหว่าง Instant Messenger กับ Communities ต่างๆ โดย Instant Messenger นั้นจะมี MSN, Yahoo! และ Palringo ส่วนด้าน Communities นั้นก็มีทั้ง Facebook, Twitter, MySpace, Flickr, Photobucket, Picasa และ Friendster ด้วย ที่แปลกสุดๆ ตั้งแต่รุ่นสองซิมก็คือ Bluetooth Messenger ที่เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับแชทข้อความทั่วไป แต่ผ่านการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth นั่นเองครับ

สัมผัสอีกนิดกับการเชื่อมต่อ WI-Fi

 

แน่นอนว่า Samsung Punch WiFi (Chat 335) รุ่นนี้ต้องทำออกมาเน้นที่ฟีเจอร์การเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi แน่ๆ เพราะแค่ชื่อรุ่นก็บ่งบอกไว้อย่างตรงตัว การใช้งานในฟีเจอร์ Wi-Fi นั้นค่อนข้างใช้ง่ายและไม่ซับซ้อน ส่วนภาครับนั้นก็อยู่ในระยะทั่วไปภายในบ้าน ประสิทธิภาพพอๆ กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ทั่วๆ ไปเลยทีเดียว แต่การเปิด / ปิด Wi-Fi แล้วนั้นจะต้องทำการเชื่อมต่อกับ Access Point ใหม่ทุกครั้ง จริงๆ ผมคิดว่า Samsung น่าจะทำให้มันมีระบบให้เชื่อมต่อกับ Access Point ที่เราใช้งานประจำแบบอัตโนมัตินะจะดูเข้าท่ากว่านี้

สรุปสั้นๆ
สรุปแล้วผมอยากให้มองว่านี่เป็นแค่อีกหนึ่งซีรีย์ Punch ของซัมซุงมากกว่า เพราะหน้าตา และฝาหลัง รวมถึงความสามารถภายในนั้นมีส่วนที่แตกต่างกันเยอะพอสมควร แม้ว่าแรกเห็นจะดูเหมือนรุ่นเดียวกันก็ตามครับ ลักษณะมันดูภูมิฐานขึ้นสำหรับแชทโฟน ตัวเครื่องใหญ่ขึ้นเล็กน้อย วัสดุคงเดิม แต่การออกแบบเล่นสีตัดขอบแบบเมทัลลิคเงาๆ ดูสวยงามขึ้น กล้องก็ทำงานได้ดีครับ ถ่ายภาพได้ละเอียดกว่า

ด้าน Social Network เรียกได้ว่าครบทุกอย่างที่ปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยม แต่เพิ่ม Wi-Fi มาให้ใช้ต่อเน็ตเล่นกันแบบไม่เสียค่า EDGE จนกระเป๋าฉีกครับ แต่ท้ายที่สุดก็ถูกตัดเอาระบบสองซิมออกไปอยู่ดี แต่ผมมองว่าผู้ใช้ที่เน้นการแชทและ Social Network ทั่วๆ ไปคงจะถวิลหาฟีเจอร์ Wi-Fi มากกว่าระบบสองซิมแน่ๆ ดังนั้นลืมข้อเสียจุดนี้กันไปได้เลย เพราะดูเหมือนทั้งสองรุ่นระหว่าง Samsung Punch 2 SIM และ Samsung Punch WiFi (Chat 335) จะทำออกมาเจาะคนละกลุ่มแต่หัวใจรักด้าน Social Network เหมือนๆ กันครับ เร็วๆ นี้คิดว่าคงได้สัมผัสตัวจริงกันด้วยตัวเอง รับรองรับหลายๆ ท่านคงชื่นชอบแน่ๆ ครับ

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านสำหรับการติดตาม
ขอขอบคุณ
บริษัท ไทยซัมซุง อิเลกทรอนิค จำกัด
ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ

About Author

nookzz

nookzz

Partners