ไขข้อข้องใจ ใช้ FaceTime บน iPhone 4 อย่างไรถึงคุ้มค่าที่สุด

โดย nookzz | 18 ตุลาคม 2553 เมื่อ 00:40 น. | อ่าน 145
หลังจากเปิดตัวพร้อมๆ กันอย่างยิ่งใหญ่กับสุดยอดสมาร์ทโฟนจากค่าย Apple ที่ทั้ง TrueMove, AIS และ dtac ก็นำมาจำหน่ายพร้อมโปรโมชั่นต่างๆ กันอย่างครึกครื้นนั้น เห็นได้ชัดว่าเจ้า iPhone 4 เครื่องนี้ดูจะเป็นที่ต้องการกันมากในตลาดทั่วโลกเลยก็ว่าได้

หลังจากเปิดตัวพร้อมๆ กันอย่างยิ่งใหญ่กับสุดยอดสมาร์ทโฟนจากค่าย Apple ที่ทั้ง TrueMove, AIS และ dtac ก็นำมาจำหน่ายพร้อมโปรโมชั่นต่างๆ กันอย่างครึกครื้นนั้น เห็นได้ชัดว่าเจ้า iPhone 4 เครื่องนี้ดูจะเป็นที่ต้องการกันมากในตลาดทั่วโลกเลยก็ว่าได้ คิดว่าหลายๆ ท่านคงได้สัมผัสความสุดยอดของมันกันแล้วนะครับ

แน่นอนว่า iPhone คือสมาร์ทโฟนที่มีผู้คนให้ความสนใจกันอย่างล้นหลามมาตั้งแต่รุ่นก่อนๆ อยู่แล้ว แต่เชื่อผมเถอะว่ากระแสของ iPhone 4 นั้นค่อนข้างร้อนแรงกว่าเป็นไหนๆ และก็ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเราเท่านั้นด้วย ส่วนหนึ่งคงเป็นเรื่องของการออกแบบตัว iPhone 4 พร้อมสเปคเครื่องที่อัพเกรดเพิ่มขึ้นจนแทบอยากจะโยนเครื่องเก่าเข้าคลังแสง แล้วสอยเจ้า iPhone 4 สักเครื่อง แต่ไม่ใช่แค่นั้นฟีเจอร์ FaceTime ที่แอปเปิ้ลภูมิใจนำเสนอ กลายเป็นอีกหัวข้อที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากบน iPhone 4 ครับ เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์เอกเลยทีเดียว แต่กระนั้นก็ยังมีผู้ใช้อีกหลายๆ ท่านที่ยังไม่เข้าใจการทำงานของ FaceTime และยังใช้งานไม่ได้อยู่บ้าง เรามาดูกันดีกว่าว่า FaceTime ที่ว่ามันเป็นยังไง และจะทำอย่างไรถึงจะใช้งาน FaceTime หาเพื่อนๆ ได้ครับ

FaceTime คืออะไร?
FaceTime คือบริการสายสนทนาแบบเห็นหน้าเห็นตากันในรูปแบบ Video Call โดยใช้กล้องหน้าของ iPhone 4 นั่นเองครับ (สามารถเปลี่ยนสลับใช้กล้องหลังได้) แต่ที่แตกต่างจาก Video Call ที่เราเคยรู้จักกันก่อนหน้านี้ก็เพราะมันใช้รูปแบบการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายของ Wi-Fi แทน 3G นั่นเองครับ ที่สำคัญมันไม่เสียค่าโทรออกแม้แต่สตางค์เดียว แต่ FaceTime ยังมีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ซึ่งตรงนี้ผมจะพูดถึงอีกครั้ง แต่ตอนนี้เรามาดูถึงวิธีการใช้งาน FaceTime กันก่อนดีกว่า

จะใช้ FaceTime ได้อย่างไร?
ก่อนจะใช้งาน FaceTime ได้นั้นเราจำเป็นต้องส่ง SMS ไปยังต่างประเทศเพื่อขอ Code สำหรับ Activate FaceTime บนเครื่อง iPhone 4 ของเราก่อนครับถึงจะสามารถใช้งานได้ แต่สำหรับเครื่องศูนย์ในไทยที่ได้ซื้อกับทาง Operator นั้นจะถูก Activate ให้แล้วตอนแกะกล่องครั้งแรกครับ ดังนั้นเมื่อเครื่องเราพร้อมสำหรับฟีเจอร์ FaceTime แล้วเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

 

ก่อนอื่นเพื่อนๆ ต้องมี สัญญาณ Wi-Fi จะจาก Router Wireless หรือจะเชื่อมต่อผ่าน True Wi-Fi ที่ลูกค้า TrueMove ใช้ฟรีจากแพคเกจ iPhone 4 ก็แล้วแต่สะดวกครับ และจัดการเปิดโหมด Wi-Fi พร้อมกับเชื่อมต่อกับ Access Point ที่เรามีครับ โดยเข้าไปเลือกได้ที่ Settings > Wi-Fi เมื่อเราสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายของ Wi-Fi ได้แล้ว ไอคอน 3G หรือ EDGE ด้านมุมซ้ายบนของจอถัดจากชื่อ Operator ที่ใช้งานจะเปลี่ยนเป็นไอคอนของ Wi-Fi ครับ เมื่อเรียบร้อยแล้วเราจะเริ่มเรียกสายด้วย FaceTime กันครับ

 

จะเรียกสาย FaceTime อย่าลืมว่าคู่สายของเรานั้นก็จะต้องมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่เหมือนกันนะครับ จึงจะสามารถเชื่อมต่อกันได้ ส่วนการเรียกสายไม่ยาก เพราะตัว FaceTime นั้นใช้รูปแบบการเรียกสายเป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่เราได้ Register กับทาง Operator นั่นแหละครับ จึงสามารถโทรออกด้วยหมายเลขปลายทางของเพื่อนเราได้เลย โดยเข้าไปที่สมุดรายชื่อและเลือกรายชื่อที่ต้องการโทรออก โดยกดโทรออกเป็นแบบ FaceTime ครับ เท่านี้สายก็ถูกเรียกออกไปเพียงแต่รอให้เพื่อนเรารับสายเท่านั้นครับ แต่สำหรับผู้ที่ใช้ตัว iPod Touch Gen 4 นั้นจะทำการ Register ทางอีเมล์ ซึ่งเราก็ต้องโทรออกด้วยอีเมล์แทนครับ

 

แต่สำหรับหมายเลขใหม่ที่เรายังไม่ได้เพิ่มเข้าในรายชื่อ จะต้องเพิ่มเข้ารายชื่อก่อน หรือกดโทรออกหนึ่งครั้ง แล้วเข้าไปคลิกเลือกที่ ลูกศรซ้ายมือหลังหมายเลขที่เพิ่งโทรออกจากเมนู Recents ครับ จะสามารถเลือกโทรออกแบบ FaceTime ได้

เมื่อสายสนทนาเชื่อมต่อแล้วขณะสนทนายังสามารถปรับเปลี่ยนเลนส์กล้องที่ใช้งานจากกล้องหน้าที่เป็นมาตรฐาน เป็นกล้องด้านหลังเพื่อถ่ายภาพวิวสภาพแวดล้อมรอบข้างให้กับเพื่อนๆ ได้ดูได้ครับ โดยแตะที่รูปกล้อง นอกจากนี้ยังปิดเสียงไมค์ และหยุดสาย FaceTime ได้ทันทีด้วย

 

นอกจากนี้ตัวฟีเจอร์ยังสามารถปรับมุมกล้องเป็นแนวนอน และแนวตั้งได้ตามเซ็นเซอร์ครับ สามารถเลื่อนหน้าจอเล็กที่แสดงภาพของเราได้ 4 มุมตามต้องการ แถมยังสามารถแคปเจอร์ภาพเก็บไว้ได้เพียงกดปุ่ม Home กับปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง พร้อมกันจะมีเสียงชัตเตอร์และเก็บภาพไว้ใน Camera Roll เหมือนการถ่ายภาพปกติ

เลือกเครือข่าย และ Wi-Fi ให้เหมาะสม
พูดถึงเรื่องเครือข่ายนั้นแน่นอนว่ามีให้เราเลือกถึง 3 ค่าย Operator บ้านเรา สำหรับท่านที่ได้อ่านบทความนี้ไปแล้วข้างต้น ผมมั่นใจว่าคงมีคำตอบกันในใจอยู่แล้วว่าจะต้องเลือกใช้งานโปรโมชั่นของค่ายไหนถึงจะคุ้มค่า และเหมาะกับการเล่น FaceTime มากที่สุด เพราะปัญหาที่พบกับผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถใช้งาน FaceTime ได้นั้น เพราะไม่ได้เชื่อมต่อกับ Wi-Fi ครับ แม้ว่าบางท่านอาจจะคิดว่าก็เล่นที่บ้านก็ได้ เพราะว่ามี Router Wireless ใช้งานอยู่ที่บ้าน หรือที่ทำงาน แต่ลองคิดให้ลึกอีกนิดว่าหากเราสามารถใช้งาน FaceTime ในพื้นที่อื่นๆ ที่เราไปมีกิจกรรมภายนอกได้มากยิ่งขึ้นมันจะวิเศษแค่ไหน? และนั่นคือเหตุผลที่ TrueMove ได้เปรียบกว่าเจ้าอื่นๆ ที่ไม่มีบริการ Wi-Fi ให้รองรับอยู่มากเลยครับ

เนื่องจากค่ายอื่นๆ หลังนั้นไม่มีในส่วนของ Wi-Fi ให้ใช้งานครับ ผมจึงแนะนำว่า TrueMove คือค่ายที่จะตอบโจทย์ของเหล่าสาวก iPhone 4 ได้อย่างลงตัว เนื่องจากเครือข่าย Wi-Fi ของ True นั้นแทบจะครอบคลุมไปทั่วกรุงเทพฯ แล้ว นั่นหมายความว่าเราจะสามารถใช้งาน FaceTime ได้ทุกๆ ที่ที่มีจุดสัญญาณของ TrueWiFi ครับ

 

หากไม่นับเรื่อง FaceTime ผมก็มองว่า TrueMove คือค่ายที่มาแรงที่สุด เพราะโปรโมชั่นที่นำเสนอออกมานั้นชนะขาดด้วยเครือข่าย 3G และ Wi-Fi โดยยังมีราคาถูกกว่าเจ้าอื่นๆ อยู่พอสมควร โดยแพ็คเกจที่ TrueMove ทำออกมานั้นมีทั้งหมด 4 แบบคือ iPhone S, M และ L ที่อยู่ในไลน์เดียวกับอีกทั้งค่ายอื่น ซึ่งก็มี Wi-Fi ให้เราได้ใช้งาน FaceTime กันตั้งแต่ 10 ชั่วโมง, 20 ชั่วโมง และไม่จำกัดตามลำดับโปรโมชั่น

แต่แพ็คเกจที่คุ้มที่สุดของ iPhone 4 ต้องขอแนะนำตัวโปรโมชั่น Free Size ครับ เรียกได้ว่าเป็นโปรโมชั่นที่มาแรงที่สุด คุ้มที่สุดที่มีในประเทศไทยเวลานี้เลยทีเดียว เพราะมีค่าโทรให้ 300 นาที, SMS 300 ครั้ง, MMS 50 ครั้ง, EDGE/GPRS ไม่จำกัด, 3G ไม่จำกัด (ใช้ได้ 3GB ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps หลังจากนั้นไม่จำกัดปริมาณการใช้งานได้ที่ความเร็ว 256Kbps.)และแน่นอนมี Wi-Fi By TrueMove ให้ใช้แบบไม่จำกัดด้วย เพียงแค่ 599 บาทต่อเดือนเท่านั้น

สำหรับ 3G ของ TrueMove ก็มีเปิดให้ใช้งานครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ๆ ส่วน Wi-Fi นั้นมีทั่วแทบจะทุกที่ครับ ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าเราจะสามารถ FaceTime กับเพื่อนๆ ได้ทุกๆ ที่ และทุกเวลาครับ

สรุปสั้นๆ
ผมมองว่าฟีเจอร์ FaceTime นี้คือไพ่เด็ดของแอปเปิ้ลที่ทำให้ iPhone 4 ดังเป็นพลุแตก แถมที่บ้านเรายังแย่งกันซื้อแบบแทบจะเหยียบกันเลยทีเดียวที่งาน Thailand Mobile Expo 2010 ครับ มันเป็นการปฏิวัติการสื่อสารยุคใหม่ที่สะดวกยิ่งขึ้น แบ่งปันประสบการณ์กันได้ง่ายขึ้น และยังใกล้ชิดกันมากขึ้น ด้วยการสนทนาแบบเห็นหน้ากันจะๆ แต่อย่าลืมนะครับว่าฟีเจอร์นี้นั้นยังคงต้องใช้งานผ่านเครือข่าย Wi-Fi จึงดูยุ่งยากเล็กน้อย

ดังนั้น แพ็คเกจจาก TrueMove น่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมสำหรับสาวก iPhone ที่อยากใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วยการสื่อสารผ่านทาง FaceTime เพราะ TrueMove นั้นมีแพ็คเกจ Wi-Fi พร้อมจุดสัญญาณที่แทบจะครอบคลุมไปทั่วทุกสารทิศแล้ว และนี่คือเหตุผลที่บรรดาผู้ใช้ iPhone 4 ของ AIS และ DTAC นั้นไม่สามารถใช้งาน FaceTIme ได้ เพราะทั้งสองค่ายนั้นยังไม่มี Wi-Fi แพ็คเกจมาให้เราได้ใช้กันนั่นเองครับ

** หากไม่มี Wi-Fi ผู้ใช้งาน iPhone 4 สามารถใช้ FaceTime ผ่านเครือข่าย 3G หรือ EDGE ได้ แต่ต้องลงโปรแกรมเพิ่มเติม ซึ่งหากใช้งาน FaceTime บนเครือข่าย 3G จะให้ภาพที่ลื่น เสียงคมชัด และไม่กระตุก


advertorial content

About Author

nookzz

nookzz

Partners