Microsoft Windows Phone 7 "หลังพิงเชือก ต้องแลกหมัดเท่านั้น!!!"

โดย zipboy | 13 ตุลาคม 2553 เมื่อ 11:21 น. | อ่าน 9
ในโลกของ Smart Phone เมื่อนึกถึง OS ที่เป็นยุคบุกเบิกให้โลกได้รู้จัก Smart Phone ต้องมีชื่อของ Windows Mobile แน่นอน แต่วันเวลา และการปรับตัวไม่ทัน ก็พาให้มันล้มหายไปกับกระแสโลกเช่นกัน

     "ใครแข็งแรงได้อยู่ต่อ ใครอ่อนแอก็ต้องจากไป" สัจธรรมข้อนี้ ไม่ว่าจะวงการไหนก็เป็นแบบนี้เสมอ เช่นเดียวกับวงการ Smart Phone มี OS ที่โลกใช้งานกันอยู่ ห้าถึงหกตัว แต่ความนิยมของตลาด กลับอยู่ในมือแค่สองสามตัวเท่านั้น แถมไอ้สองสามตัวที่ว่า ดันเป็น OS ที่เกิดในช่วงสามปีหลังมานี้ทั้งหมด บรรดา OS รุ่นบุกเบิกก่อนหน้า ชะตากรรมตอนนี้ ไม่ต่างจากผู้ป่วยระยะสุดท้าย ทั้งที่พื้นฐานตลาด กลุ่มลูกค้า ความนิยมต่างๆ เกาะได้เหนียวแน่น จนไม่น่าจะเสียตลาดให้กับบรรดา OS เกิดใหม่ในช่วงสามปีนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องไม่ลืมอีกเช่นกันว่า ผู้บริโภคคือผู้เลือกจริงๆ ใครทำออกมาได้ดีกว่า มีอนาคตกว่า รักษาคุณภาพ สร้างความเร้าใจได้มากกว่า ผู้นั้นคือผู้ชนะในสมรภูมิตัวจริง เมื่อพูดถึง OS รุ่นบุกเบิกของ Smart Phone หนึ่งในสองที่กล่าวถึง ต้องมีชื่อของ Windows Mobile แน่นอน ว่าแล้วขอเล่าความหลังกันสักนิด เพื่อให้เข้าใจที่มาที่ไปของปัจจุบันกันสักเล็กน้อย

จากอดีตสู่ปัจจุบัน Windows Mobile –>Windows Phone 7

    ในช่วงปี 2001-2006 แทบจะเรียกว่าเป็นเวลาอันหอมหวนของ Windows Pocket PC (ขื่อเรียกในยุคนั้น) ก็ว่าได้ เพราะคู่แข่งสำคัญในช่วงปี 2001-2003 ก็มีแค่ Palm เท่านั้น แถม ณ เวลานั้น Symbian ยังเรียกว่าเป็นวุ้นตัวอ่อนด้วยซ้ำ ยิ่งตลาด Smart Phone ตอนนั้น เรียกว่ายังไม่โดนบัญญัติลงไปในสารบถด้วยซ้ำ หลังจากที่ Symbian เปิดตัวแบบจริงๆจังในช่วงปี 2002 ด้วยความที่ Nokia เป็นหัวหอก ทำให้มือถือ Symbian ยึดครองตลาดได้รวดเร็วมาก ส่วน Windows Pocket PC ก็สามารถโค่น Palm ลงแบบไม่ได้ผุดได้เกิดในเวลาไล่ๆกัน พอกลับมาดูตลาด Smart Phone ที่กำลังเกิด เมื่อ Symbian ให้ความเป็นโทรศัพท์ได้ชัดเจน แต่ความสามารถก็ Smart ในแบบมากกว่ามือถือปกตินิดนึง ส่วน Windows Pocket PC เอง ในเมื่อเป็นแค่ PDA เปล่าๆ ถ้ามันโทรศัพท์ได้ ก็ดูจะครบเครื่องมากขึ้น การกำเนิด Windows Mobile จึงเกิดขึ้น

(ตัวอย่างหน้าจอ Windows Mobile 2003)

    ตลาดของ PDA ที่เป็น Pocket PC เดี่ยวๆก็กลายสภาพเป็น Windows Mobile แบบชัดเจน ความโด่งดังของมันชัดเจนมากขึ้นในยุค 2003-2005 เมื่อลูกค้ากลุ่มองค์กร ลูกค้าผู้รักในเทคโนโลยี ต่างก็เลือกใช้มัน เพราะมันเป็น OS ที่ให้การใช้งานแบบเป็นงานเป็นการดีสุด ยิ่งอานิสงค์ของบรรดาบริการ Mail / Exchange ที่ต้องใช้กับ Windows ยิ่งส่งให้มันขึ้นแท่นคำว่า Smart Phone เต็มตัว เพราะ Symbian ในสายตาของตลาด มองมันเป็น Smart Phone ก็จริง แต่ด้วยความหยืดหยุ่นการใช้งาน Windows Mobile ให้ความรู้สึกที่เหนือกว่า ทำให้ตลาดของ Windows Mobile ถึงจะไม่กวาดยอดถล่มแบบ Symbian แต่ก็ให้ความรู้สึกว่ามันมีไรให้เล่นเยอะกว่า หลังจากการเปิดตัว Windows Mobile 5 ในปี 2005 ที่ถือเป็นการยกหน้าตาครั้งใหญ่ ปรับให้ดูเป็นโทรศัพท์มากขึ้น ยิ่งทำให้ความนิยมของ Windows Mobile ยืนได้หนักแน่นมากขึ้น

(O2 XDA 2 มือถือที่แสดงถึงยุครุ่งเรืองของ Windows Mobile)

    แต่พอถึงปี 2007 Windows Mobile เริ่มพังทลายลงช้าๆ การเปิดตัว iPhone รุ่นแรกทำให้เกิดการตีกลับเล็กๆ แต่หนักหน่วงเกิดขึ้น การแก้เกมของ Microsoft ด้วย Windows Mobile 6 ดูจะเป็นกาเร่งให้ Windows Mobile ตายเร็วกว่าเดิมมากขึ้น เพราะความเปลี่ยนแปลงจาก 5 ไป 6 ถ้าไม่ใช่คนรักกันจริง แทบจะต้องใช้แว่นขยายส่องหาว่าเปลี่ยนตรงไหนบ้าง เมื่อบวกกับจุดอ่อนเดิมๆของ Windows Mobile ที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเรื่องความเสถียร การตอบสนองต่างๆ รวมถึงความยุ่งยากในการใช้งาน ทำให้ลูกค้ากลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะใช้ OS ไหนๆ ก็พาเหรดกันไปลองของใหม่ที่ iPhone กันหมด แถมดูเหมือน iPhone จะมัดใจลูกค้าเหล่านี้ให้อยู่หมัดได้ถาวรเป็นส่วนใหญ่ซะด้วย แต่โชคดีของ Windows Mobile ที่ยังมีลูกค้ากลุ่มองค์กรในมือเยอะพอสมควร แถมลูกค้ากลุ่มนี้ ยังไงก็หนีไปไม่ได้ เพราะบรรดา Exchange ต่างๆ มันก็ของ Microsoft ริจะหนีก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ

(iPhone โทรศัพท์มือถือที่เปลี่ยนแนวทางของโทรศัพท์ทั้งโลก)

    แต่เหมือน Windows Mobile ยังไม่หมดเวรกรรม เพราะช่วงปี 2008 การอัพเกรดของ BlackBerry Version 4 ทำให้จาก QWERTY ที่น่าเบื่อ กลายเป็น OS ที่เริ่มมีอนาคตในกลุ่มลูกค้าทั่วไปมากขึ้น แถมการตลาดที่แจกเครื่องให้บรรดา Celeb คนดัง นำไปใช้กัน ทำให้ BlackBerry เป็นคู่แข่งที่แข็งแรงขึ้นในทันที ที่เจ็บยิ่งกว่าคือ BlackBerry มันแข็งแกร่งในตลาดองค์กรไม่แพ้ Windows Mobile แถมการอัพเกรดครั้งนี้ ทำให้การใช้งาน Exchange ก็สมบูรณ์แบบทันที เจอมือถือที่กำลังเริ่มฮอตกับดารา แถมธุรกิจก็ดีอยู่แล้ว ถือ BlackBerry ก็ดูดีขึ้นมา แถมแย่ลงกว่านั้นลงไปอีก เมื่อ iPhone OS 2.0 เปิดตัวกับ iPhone 3G การใช้งานต่างๆของเครื่องเติมเต็มกับองค์กรมากขึ้น (แต่ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร) แต่แค่สองสิ่งนี้ ก็เพียงพอให้การอัพเกรด Windows Mobile จาก 6 เป็น 6.1 ดูไม่มีค่าในทันที เพราะการอัพเกรดของ Windows Mobile ก็ยังมาในแนว ต้องหาแว่นขยายส่องว่าแก้ตรงไหนไปบ้าง



(BlackBerry Bold 9000 หนึ่งใน BlackBerry ที่ทำให้ตลาดของ Smart Phone ร้อนแรงขึ้น)

    ความตกต่ำของ Windows Mobile สาหัสหนักขึ้นกว่าเก่า เมื่อ Android ที่เริ่มก่อตัวในช่วง 2008 เริ่มแข็งแกร่งขึ้นช้าๆ แถมความสามารถของ Android ก็มาแรงทั้งในแง่ของการเป็น OS ที่มีอะไรให้เล่นแล้วเร้าใจในแบบที่ iPhone ทำไว้ จะทำงานแนวๆ ธุรกิจแบบ BlackBerry หรือ Windows Mobile ก็เก๋ๆ เพราะมีบริการสารพัดสิ่งของ Google รองรับเอาไว้ ทำให้การอัพเกรด Windows Mobile 6.1 เป็น 6.5 ทำไปก็ไร้ค่าทันที แน่นอนว่าทีมงานของ Microsoft ต่างก็แทบอยากยกเท้ามาก่ายหน้าผากกันแน่นอน เพราะไม่ถึงสามปี ความนิยมใน Windows Mobile ที่เคยยืนอยู่บนยอดอย่างภาคภูมิ กลับโดนถีบตกได้รวดเร็วมาก ยิ่งถ้ามองว่ามันคือผลงานจาก Microsoft ด้วยแล้ว ยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่งที่ Windows Mobile จะมาอยู่ในสภาพนี้


(หุ่นสีเขียวที่ชื่อ Android กำลังเป็นดาวรุ่งในตลาด Smart Phone)

    สิ่งที่ Microsoft เริ่มทำเพื่อกอบกู้ นั้นคือการเข้าไปนั่งในใจผู้ใช้งาน สำรวจว่าอะไรบ้างที่ผู้ใช้งานรู้สึกไม่ชอบ หรืออะไรบ้างที่ผู้ใช้งานอยากได้จาก Windows Mobile ทั้งหมดเมื่อนำมาประมวลผล โปรเจคทุ่มหมดหน้าตักของ Microsoft เพื่อความอยู่รอด เพื่อการกู้ศักดิ์ศรีทั้งหมด จึงออกมาในชื่อว่า “Windows Phone 7” โดยที่ Microsoft เริ่มลงมือทำในช่วงปี 2008 โดยตั้งใจว่าจะปล่อยออกมาในช่วงต้นปี 2010 แต่พอถึงเวลา Microsoft ก็ขอเลื่อนไปช่วงปลายปี ด้วยเหตุผลว่า Windows Phone 7 ต้องทำอะไรได้มากกว่าคู่แข่ง ทำได้ดีกว่า และมีอะไรให้น่าสนใจมากกว่านี้ เลยขอเวลาเพื่อให้ทุกอย่างลงตัวที่สุด จนถึงวันที่ 11 ตุลาคม เป็นวันที่ Microsoft ประกาศว่าพร้อมจะเปิดตัว Windows Phone 7 ความหวังเต็มสองบ่าของทุกคนใน Microsoft ที่เชื่อว่าพวกเค้าทั้งทีม ตั้งใจทำอย่างจริงจังแน่นอน

About Author

zipboy

zipboy

Partners