dtac เปิดตัวกลยุทธ์ iPhone 4 ในแบบฉบับ “เร็วกว่า ดีกว่า เอาใจกว่า ทั่วถึงกว่า”

โดย zipboy | 22 กันยายน 2553 เมื่อ 23:32 น. | อ่าน 9
iPhone 4 ที่ตอนนี้มีประกาศขายทั้งสามเครือข่าย ต่างเครือข่าย ต่างก็มีแนวทางของตัวเอง ว่าแล้ว dtac ก็ขอพูดรูปแบบแนวทางในการลุย iPhone 4 ครั้งนี้ก่อน


ณ เวลาที่บทความนี้ลงให้คุณผู้อ่านทุกๆ ท่าน คงจะเหลืออีกแค่อีกนิดเดียว ไม่กี่ชั่วโมง เผลอๆ ไม่ถึงวัน คุณผู้อ่านหลายๆ คน คงพร้อมจะเป็นเจ้าของ iPhone 4 กันอย่างแน่นอน ค่ายแรกที่ขอเปิดตัวแถลงข่าวเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำตลาด iPhone รวมไปถึง Smart Phone อืื่นๆ ก็คงต้องเป็น dtac ที่ขอพูดก่อนเป็นคนแรกในช่วงเช้าวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา

แต่ก่อนจะเริ่มงาน เมื่อมาถึงสำนักงานใหญ่ของ dtac ที่อาคารจามจุรีสแควร์ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนอันดับแรกคือ dtac กำลังจัดเตรียมสถานที่รับเครื่อง iPhone 4 ที่จะเริ่มให้มารับได้ตั้งแต่ 24 กันยายน โดยลักษณะสถานที่คร่าวๆ น่าจะจัดเป็นสัดส่วนในการเดินเข้า เช็คเอกสาร จ่ายเงิน ตรวจเครื่อง และเดินออกไปรับบริการอื่นๆหลังจ่ายเงิน คร่าวๆ แล้ว ถ้าระเบียบโอเค เชื่อว่าไม่จลาจลหรือเป็น iPhone ตากแดดแบบตอน 3GS แน่นอนครับ

สำหรับการแถลงข่าวของ dtac ในเรื่องกลยุทธ์การขาย iPhone ครั้งนี้ dtac ใช้คำว่า “We are Ready” อันหมายถึงว่า dtac พร้อมแล้วกับการลุยตลาด iPhone โดยที่ dtac ใช้สโลแกนว่า “เร็วกว่า ดีกว่า ทั่วถึงกว่า เอาใจกว่า” แต่ก่อนจะเป็นสโลแกนเหล่านี้ สิ่งต่างๆที่ dtac ได้รับประสบการณ์จากการขาย iPhone 3GS เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คือที่มาของกลยุทธ์ในวันนี้

ก่อนจะว่าถึงกลยุทธ์ทางการตลาดในสไตล์ เร็วกว่า ดีกว่า dtac ขอกล่าวถึงเครือข่ายของตัวเองก่อน โดย Mr.Rolf Marthinusen รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี กล่าวว่า การมาของ Smart Phone ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ทำให้การใช้งาน EDGE ที่ค่าเฉลี่ยโดยรวมของโลกจะอยู่ที่ 200MB ต่อเดือน แต่กับประเทศไทย จะอยู่ที่ 700MB ต่อเดือน ทำให้ dtac ต้องรับมือกับการปรับแต่งเครือข่ายด้าน data ใหม่หมด เพราะการใช้งานด้าน data เริ่มมีความสำคัญเทียบเท่ากับด้านเสียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การปรับแต่งเครือข่ายด้วยเงิน 1 พันล้านบาท จะเป็นการปรับให้คุณภาพกลับมาคงที่เหมือนเดิม อย่างต่อมาคือการปรับความเร็วของสปีด ให้ดีขึ้นกว่าเดิม 25% ของค่ามาตราฐานความเร็วที่ dtac วางไว้ (มาตราฐานวางไว้ที่ 100 Kbps) การอัพเกรดเครือข่ายทั้งหมด จะเริ่มในกรุงเทพฯ เห็นผลตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป และในช่วงต้นปี 2554 จะเห็นผลแบบทั่วประเทศเช่นกัน

เมื่อเล่าถึงเครือข่ายแล้ว พอว่ากันถึงกลยุทธ์ dtac iPhone ในครั้งนี้ ต้องเท้าความกันสักนิดว่า dtac มองผู้ใช้ iPhone แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มระดับโปร / กลุ่มสองเป็นกลุ่มที่ใช้ที่ลง App เป็น พอใช้อะไรต่างๆเป็นบ้าง / กลุ่มสามเป็นกลุ่มที่ใช้ได้นิดนึง แต่ยังต้องพึ่งมาบุญครอง หรือยังกล้าๆ กลัวๆ / กลุ่มที่สี่เอามาโทรเข้าโทรออก / กลุ่มที่ห้าจะเป็นกลุ่มไม่สนใจเลย เมื่อมองถึงลูกค้าที่เป็นกลุ่มคาดหวัง และเป็นส่วนใหญ่ทั้งหมดของตลาด จะพบว่ากลุ่มที่สามกับสี่ จะเป็นกลุ่มใหญ่มาก เป็นกลุ่มที่ไม่จำกัดแค่ iPhone แต่รวมถึง Smart Phone อื่นๆด้วย เพราะผู้ใช้มือถือแนวนี้ หลายๆคนชอบในความสามารถ แต่ด้วยความฉลาดในการเชื่อมต่อของ Smart Phone ทำให้บางครั้ง ผู้ใช้ไม่ต้องกดอะไร แต่การทำงานก็เกิดขึ้นได้แบบอัตโนมัติ ทำให้หลายครั้ง ผู้ใช้งานประสบปัญหา บิลค่าใช้จ่ายจากการใช้งานที่เกินจริง โดยที่ผู้ใช้ก็ไม่เข้าใจ ว่าไม่ได้ไปทำอะไรนะ ทำไมมันเก็บเงินเป็นพันเป็นหมื่นแบบนี้ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกกลัว และ

เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกอยากใช้งานมากขึ้น dtac จึงมองไปที่ความสบายใจ ความอุ่นใจ ที่ผู้ใช้ควรจะได้รับ เพราะผู้ใช้ระดับมือโปรทั้งหลาย เรื่องการใช้งาน การจัดการค่าใช้จ่าย ถือเป็นเรื่องง่ายๆอยู่แล้ว แต่กับกลุ่มผู้ใช้ที่ยังกล้าๆ กลัวๆ dtac ต้องการสร้าง Peace Of Mind Service ให้ลูกค้าที่ใช้แล้วเกิดอาการตกใจว่าค่าใช้จ่ายมันมาได้ไง ทั้งที่ยังไม่ได้ไปกด หรือยุ่งไรกับมัน การสร้างความอุ่นใจกับลูกค้ากลุ่มนี้ จะมีสองส่วน นั้นคือ cap max กับ data alert ที่เป็นพระเอกในการสร้างความอุ่นใจ

cap max จะเป็นบริการกำหนดเพดานการใช้งาน data หลักการคือ เมื่อผู้ใช้งานใช้มีการใช้งาน data และไม่ได้ปิดการใช้งาน เมื่อการใช้งานไปถึงเพดานที่กำหนด หากผู้ใช้งานยังไม่มีการปิดการใช้งาน ระบบจะเชื่อมต่อให้แบบไม่จำกัดทันที สำหรับยอดเงินสูงสุดที่ระบบจะคิดเป็นค่าใช้จ่ายของ Cap Max ในแบบเติมเงิน จะตกวันละ 49 บาท แต่ถ้าเป็นแบบจดทะเบียนรายเดือน จะมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาท

แต่การป้องกันก่อนเข้าไปใช้ในส่วน cap max จะมี data alert มาเตือนก่อน โดยหลักคือ เมื่อผู้ใช้งานมีการใช้ data และไม่ได้ปิดการใช้งาน เมื่อใช้ไปถึงจุดนึง ระบบจะส่ง SMS มาแจ้งเตือนว่า ตอนนี้มีการใช้งานไปถึงจำนวนเท่านี้แล้ว อย่าลืมปิด แต่ถ้ายังไม่ปิด เมื่อไปถึงจุดที่เกินกว่าระบบกำหนดไว้ ระบบจะตัดเข้า cap max ทันที โดยที่ data alert ในระบบเติมเงิน จะเริ่มเตือนเมื่อใช้ถึง 10 บาท และเมื่อใช้ถึง 49 บาท จะตัดเข้า cap max ส่วนแบบจดทะเบียนรายเดือน จะเริ่มเตือนตั้งแต่ 10 บาท / 100 บาท / 200 บาท และเมื่อถึง 1,500 บาท จะตัดเข้าระบบ cap max ให้อัตโนมัติ

นอกจากนี้ ไม่ว่าจะในเรื่องของ iPhone Buddy ที่เป็นที่ปรึกษา ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาการใช้งาน ช่องทางการจำหน่ายของ dtac ก็มีมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น dtac shop / TG / Jay Mart / iStudio ต่างก็เป็นช่องทางการจำหน่าย Smart Phone ของ dtac ที่ทั้งหมดเป็นการเอาใจให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงความทั่วถึง เอาใจใส่ที่ดีกว่า ทำให้ทั้งหมด เป็นองค์ประกอบของการเป็น “เร็วกว่า ดีกว่า ทั่วถึงกว่า เอาใจกว่า” อย่างครบถ้วนทั้งหมดแท้จริง

About Author

zipboy

zipboy

Partners