สัมผัสแรก "dtac aircard flip 158" ใช้งานง่าย ปรับได้ทุกองศา

โดย shyboy | 14 กรกฎาคม 2553 เมื่อ 05:20 น. | อ่าน 146
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วครับ ว่าตลาดแอร์การ์ดในประเทศไทยเราปี 2010 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ทั้งตลาดจะมีจำนวนรวมมากถึง 850,000 ตัว เติบโตขึ้น 52% และ dtac เองก็ไม่พลาดโอกาสนี้ เข็น dtac aircard flip 158 ลงสู่ตลาดใหม่

หลายๆ ท่านคงจะสงสัยว่าทำไมช่วงหลังๆ มานี้ หลายๆ ค่ายต่างเข็นอุปกรณ์เสริมที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต หรือเรียกง่ายๆ ว่า aircard ออกมาจำหน่ายอย่างหนาตา ทั้งๆ ที่มือถือส่วนใหญ่ที่ใช้กันอยู่ ก็ทดแทนการใช้งานของ aircard ได้ คำตอบของผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะบอกว่า ใช้งานสะดวก เสียบจาก USB Port ก็ใช้งานได้เลย ง่ายกว่าการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากโทรศัพท์มือถือ

มีตัวเลขที่น่าสนใจของ Nectech ที่เปิดเผยถึงตัวเลขตลาดของแอร์การ์ด จากการคาดการณ์ในปี 2010 พบว่า จะมีประชากรในประเทศไทยใช้แอร์การ์ดประมาณ 850,000 ตัว เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับปี 2009 ที่มีจำนวนแอร์การ์ดในตลาด 560,000 ตัว

แต่เมื่อดูส่วนแบ่งพบว่า แอร์การ์ดใหม่ที่จำหน่ายได้ในปี 2009 มีมากถึง 188,200 ตัว และปี 2010 คาดการณ์ว่าจะมีมากถึง 290,000 ตัว เพิ่มขึ้น 52% นับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก จึงไม่แปลกเลยที่หลากหลายโอเปเรเตอร์ต่างเข็นแอร์การ์ดออกมาจำหน่ายแย่งชิงส่วนแบ่งกันอย่างมากมาย

ครั้น dtac เองจะเอาแอร์การ์ดหน้าตาเดิมๆ ออกวางจำหน่ายก็ใช่เรื่อง dtac เลยปิ้งกับแอร์การ์ดที่สามารถพับ USB ได้ เลยมาลงเอยกับ dtac aircard flip 158 ที่มีคุณสมบัติเด่นๆ ดังต่อไปนี้
•    USB แบบพับได้ (USB Rotator)
•    Receive diversity (ฟังก์ชั่นช่วยรับสัญญาณ ให้รับสัญญาณได้ดีขึ้น)
•    ใช้ Chipset Qualcomm MSM6246
•    รองรับ 3G ที่ความถี่ 2100/850 MHz
•    รองรับ EDGE/GPRS/GSM ที่ความถี่ 1900/1800/900/850 MHz (GPRS/EDGE Class 12)
•    ความเร็วสูงสุดในการใช้รับส่งข้อมูล 3G ที่ 3.6 Mbps
•    รองรับกาใช้งาน SMS
•    ช่องเสียบ Micro SD Card รองรับความจุได้ถึง 16 GB
•    มี software dtac aircard พร้อมใช้งานมาในตัวอุปกรณ์

เรามาดูหน้าตาของ dtac aircard flip 158 กันดีกว่าครับ

ด้านหน้า : ตัวแอร์การ์ดใช้วัสดุพลาสติกสีดำด้าน มีไฟบอกสถานะการทำงาน สกรีนโลโก้ดีแทค

ด้านข้าง : ล้อมรอบด้วยพลาสติกสีฟ้ามันเงา ตัดกับกรอบของตัวเครื่องที่มีสีดำ ข้างๆ มีช่องใส่ microSD และช่องเสียบเสาอากาศเสริม ทั้งสองช่องจะมีพลาสติกไว้ปิดช่องดังกล่าว เพื่อความสวยงาม



ด้านหลัง
: จะมีช่องไว้เสียบ SIM Card และช่องไว้พับเก็บหัว USB

คุณสมบัติเด่นภายนอกของแอร์การ์ดนี้ หนีไม่พ้นที่มีตัวข้อต่อระหว่างเครื่องและ USB สามารถพับหมุนได้ 270 องศาซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการรับคลื่นสัญญาณได้หลายทิศทาง ซึ่งแอร์การ์ดส่วนใหญ่ในตลาดจะเป็นแท่งเสียบ ทำให้เครื่องอยู่ในแนวราบ แต่ด้วยคุณสมบัติ USB Rotator สามารถพับให้อยู่ในแนวดิ่งได้

(แอร์การ์ดทั่วๆ จะอยู่ในแนวระนาบ)

ทดลองใช้งานจริง
ในการใช้งานครั้งแรก ต้องลง driver ก่อนทุกครั้ง เมื่อเสียบ USB กับคอมพิวเตอร์แล้ว ตัว Driver ที่อยู่ในแอร์การ์ดจะทำการลงโปรแกรมติดตั้งเลยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานเพียงทำตามขั้นตอนที่แสดง หลังจากลงเรียบร้อยแล้วจะมี ไอคอน "dtac aircard" ปรากฎอยู่ สามารถ double-click ใช้งานได้เลย แอร์การ์ดตัวนี้รองรับการใช้งานกับ Windows  XP, Vista, Windows 7, Mac หากไม่มีนั้นแปลว่าไม่รองรับนะครับ

เมื่อเปิดโปรแกรม จะพบหน้าตาโปรแกรมดังภาพ ซึ่งดูๆ แล้วตัว User Interface จะคล้ายๆ กับของยี่ห้ออื่นๆ เพราะว่าแอร์การ์ดตัวนี้เป็นของ HUAWEI จึงจะเห็นว่าหน้าตาโปรแกรมจะละม้ายคล้ายคลึงกันหมด

ส่วนหลักๆ ของโปรแกรมนั้น จะแบ่งออกเป็น 6 ส่วน ได้แก่
1. Connection : เมนูแสดงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

2. Statistics : เมนูสถิติการใช้งานอินเตอร์เน็ต โดยสามารถดูสถิติได้ทั้งแบบรายวัน, รายสัปดาห์ และรายเดือน

3. Send SMS : เมนูการรับ-ส่ง SMS โดย SMS ที่ถูกส่งมาจะถูกเก็บลงในโปรแกรม และสามารถตั้งค่าให้เก็บข้อความลง SIM Card ได้

4. Phonebook : เมนูสมุดโทรศัพท์ไว้บันทึกหมายเลข

5. dtac Services : เมนูการใช้งานบริการระบบรายเดือน ได้แก่ การเช็คยอดใช้งาน เช็คหมายเลขโทรศัพท์ และเช็คยอดการใช้งานอินเตอร์เน็ทผ่าน e-Services

6. Happy Services :  เมนูการใช้งานบริการระบบเติมเงิน ได้แก่ การเช็คยอดเงิน เช็คหมายเลขโทรศัพท์ และเช็คยอดการใช้งาน Happy Internet

เมื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว เราจะมาทดลองกันว่า การใช้งานแอร์การ์ดในมุมต่างๆ นั้น และฟีเจอร์ "Receive diversity" มีผลต่อการรับสัญญาณมากน้อยแค่ไหน โดยทดลองจากการนำแอร์การ์ดของ dtac เช่นเดียวกัน แต่เป็นรุ่น E176 มาใช้งานที่สถานที่เดียวกัน

(ตัวเลขยิ่งน้อย สัญญาณยิ่งแรง)

ผลการทดลองพบว่า dtac aircard flip 158 รับสัญญาณได้ดีกว่าตัว E176 เล็กน้อย ซึ่งอาจจะไม่เห็นผลที่ชัดเจนมากนัก แต่คาดว่าหากไปใช้งานในต่างจังหวัดที่มีปัญหาเรื่องสัญญาณโทรศัพท์ไปไม่ถึง อาจจะเห็นผลแตกต่างได้มากกว่านี้

ทดลองวัดความเร็วจากเว็บ adslthailand.com พบว่า การดาวน์โหลดให้ความเร็วเฉลี่ยที่ประมาณ 2Mbps (เนื่องจาก operator ได้จำกัดความเร็วไว้ที่ประมาณ 2Mbps) ส่วนขาอัพโหลดนั้นเต็มที่ที่ความเร็ว 354kbps จาก spec ที่แอร์การ์ดที่ระบุไว้ว่า 384kbps

สรุปการใช้งาน dtac aircard flip 158
เรื่องของความเร็วในการใช้งานนั้น ตามตรงก็คือขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการในแต่ละราย เพราะว่าตัวแอร์การ์ดนั้นไม่มีปัญหาในการใช้งานอยู่แล้ว แต่หากให้กล่างถึงประสิทธิภาพของ dtac aircard flip 158 นั้น ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว สามารถปรับมุมแอร์การ์ดให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ แถมยังมีฟังก์ชั่น Receive diversity ที่รับคลื่นสัญญาณได้ดีขึ้น

ส่วนโปรแกรมที่ dtac พัฒนาเพิ่มเติมนั้น ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานได้ดี มีเมนูสำหรับลูกค้าที่เป็นระบบเติมเงิน และรายเดือนไว้เช็คการใช้งาน โดยไม่ต้องถอดซิมมาใส่มือถือเพื่อเช็คการใช้งาน

แต่ก็มีข้อติเล็กๆ สำหรับคนที่จะเอามาใช้กับ 3G คือสเปครองรับแค่ 3.6Mbps แต่เมื่อใช้งานจริงๆ ส่วนตัวผมก็แทบไม่เห็นความแตกต่าง เว้นแต่ว่าจะเอาไว้ดาวน์โหลดไฟล์หนักๆ ส่วนขาอัพโหลดได้เพียง 384kbps ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางเทคโนโลยีในสเปคที่รองรับความเร็ว 3.6Mbps

ราคาจำหน่าย dtac aircard flip 158
– dtac aircard flip 158 แบบรายเดือน ราคา 2,990 บาท (ราคารวม VAT 7%) ฟรี dtac internet 100 ชม. ต่อเดือน นาน 3 เดือน
– dtac aircard flip 158 แบบเติมเงิน ราคา 2,700 บาท (ราคารวม VAT 7%) ฟรี Happy internet 20 ชม. ต่อเดือน นาน 3 เดือน


ขอขอบคุณ
Total Access Communication PCL.
ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ

About Author

shyboy

shyboy

Partners