สัมผัสเบาๆ กับ Samsung Wave S8500

โดย shyboy | 15 เมษายน 2553 เมื่อ 21:05 น. | อ่าน 10
ในโลกของมือถือตอนนี้ คงจะปฎิเสธไม่ได้ว่า SmartPhone เป็นมือถือที่ครองโลกของการใช้งานไปแล้ว ครองซะจนเราอาจจะไม่มีการแยก Feature Phone กับ SmartPhone กันอีกต่อไปก็ได้ ว่าแล้วมันก็ช่างสอดคล้องกับสิ่งที่ SAMSUNG กำลังทำอยู่อย่าง bada

สัมผัสเบา กับ Samsung Wave
 Article By : zipboy / Bluecosmos

    ในโลกของมือถือตอนนี้ คงจะปฎิเสธไม่ได้ว่า SmartPhone เป็นมือถือที่ครองโลกของการใช้งานไปแล้ว ครองซะจนเราอาจจะไม่มีการแยก Feature Phone กับ SmartPhone กันอีกต่อไปก็ได้ ว่าแล้วมันก็ช่างสอดคล้องกับสิ่งที่ SAMSUNG กำลังทำอยู่อย่าง bada เพราะ SAMSUNG เองก็มีแนวทางที่จะสร้างระบบที่ใช้งานได้ดีแบบ SmartPhone แต่ต้องง่ายไม่แพ้ Feature Phone ระบบ bada จึงเป็นส่วนเติมเต็มที่ลงตัวกับความตั้งใจนี้ แต่ในเมื่อมีระบบแล้ว ถ้าไม่พูดถึงเครื่องก็จะกะไรอยู่ สัมผัสเบาๆครั้งนี้  จะเป็นอะไรไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ SAMSUNG WAVE มือถือ bada เครื่องแรกจาก SAMSUNG โดยที่งานนี้  zipboy กับ Bluecosmos ที่ทั้งคู่ได้ไปลองสัมผัสกันมาแล้ว จะแบ่งกันเล่าถึงสัมผัสที่ได้รับให้ฟังกันนะครับ


Bluecosmos

    “ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของผมกับการเขียนสัมผัสเบาๆเลยครับ หลังจากที่ได้ไปร่วมงาน Bada Developer Day ซึ่งเป็นงานที่อธิบายและให้ความรู้เกี่ยวกับ Bada ที่ Samsung จัดขึ้นมานั่นเอง และแน่นอนเมื่อมี OS ก็ต้องมีโทรศัพท์มือถือที่ใช้ OS นั้นให้ลองด้วยและในที่สุดผมก็ได้พบกับโทรศัพท์มือถือเครื่องนึง ที่หลายๆคนรู้จักกันในนาม Samsung Wave หรือเรียกเป็นรหัสว่า Samsung S8500 และถือเป็นโทรศัพท์มือถือที่ Spec ดีที่สุดของ Samsung ตอนนี้เลยทีเดียว

    เมื่อผมได้สัมผัสกับ Samsung Wave (S8500) ก็รู้สึกได้ว่ามันบางและไม่หนักมาก ซึ่งผมพบมันเป็นครั้งแรกกับ Samsung เลยทีเดียวที่ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม ดูบางแต่แข็งแรงดี งานประกอบถือว่าแน่นพอสมควร แต่มาเสียตรงที่เมื่อวางลงพื้นหรือที่ไหนก็ตาม ฝาครอบด้านหลังหลุดง่ายเกินไปหน่อย ทำให้ผมต้องใส่ฝาหลังในวันนั้นนับ 10 รอบได้เลยครับ  แต่เครื่องที่ได้จับมานี้ยังเป็นแค่เครื่องทดสอบนะครับ เครื่องขายจริงอาจปรับปรุงแก้ไขแล้ว สำหรับรายละเอียดด้านข้าง ด้านซ้ายมีปุ่มเพิ่มลดเสียง ที่ดูเล็กและเข้ากับตัวเครื่องดี ด้านขวามีปุ่มปลดล็อคและปุ่มชัตเตอร์ ซึ่ง 2 ปุ่มนี้มีลักษณะคล้ายๆกันจนผมจำสับสนกดสลับกันตั้งหลายที

    หน้าจอมีความคมชัดมากครับเมื่อแรกเห็นผมก็ถึงกับประทับใจกับความชัดของหน้า จอ Super AMOLED ที่ทำออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ ผมไม่รอช้ารีบเข้า Gallary เปิดไฟล์ Video ทันที และก็ยิ่งประทับใจเข้าอีกเพราะ เท่าที่ผมได้ดูไฟล์ Vdo ในโทรศัพท์มือถือมา Samsung Wave เป็นรุ่นที่ชัดที่สุดเลยครับ ไม่ใช่แค่นั้นหลังจากที่ประทับใจการดูไฟล์ VDO ไปแล้วก็มาถึงไฟล์ภาพ ที่ผมเปิดดูแล้วต้องบอกเลยว่ามันชัดมาก และก็พบกับความสามารถที่ผมประทับใจทันทีก็คือระบบ Multi-Touch (pinch-zoom) ที่ทำได้เนียนมากเนียนพอๆกับ iPhone เลยทีเดียว


(หน้าจอ Wave เมื่อเทียบกับ HTC HD2)

    การทำงานของ Samsung Wave ที่ใช้ Platform Bada เมื่อเปิดหน้าจอครั้งแรกผมสัมผัสได้ถึง Android OS เลยครับเพราะเมื่อปลดล็อคหน้าจอแล้ว จะพบกับหน้า Homescreen ที่มีหลายหน้าและสามารถ Add Widget ได้ตามใจชอบ ซึ่งทำให้ผมประทับใจพอสมควร แต่การทำงานหน้า Homescreen ยังมีอาการหน่วงๆอยู่บ้าง ไม่เลื่อนนิ้วเท่าที่ควร แต่พอผมกดปุ่มเข้าเมนูเข้าไปทันใดนั้นผมก็พบกับเมนูที่หน้าตาละม้ายคล้าย Symbian ทันที และสิ่งที่ผมคิดก็กลับกันกับหน้า Homescreen เลยครับเพราะหน้าเมนูนั้น ตอบสนองได้เร็วมากๆ โดยผมเพียงแค่เอานิ้วเลื่อนหน้าช้าๆมันก็เลื่อนตามนิ้วผมไปทันทีไม่มีสะดุด


(ความหนาของตัวเครื่อง Wave เมื่อเทียบกับ HD2 / 3GS)

    สิ่งที่ผมชอบเล่นในโทรศัพท์มือถือที่สุดนั่นก็คือ Internet Browser จึงจำเป็นต้องลองดูซะหน่อยว่า Wave จะทำได้ดีหรือไม่ ผลก็คือยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไรครับ เพราะมันตอบสนองช้า และการเลื่อนหน้าเว็บ ก็ยังทำได้ไม่ค่อยดียังมีอาการกระตุกรวนๆอยู่บ้าง มาถึงเรื่องลำโพงสำหรับคนชอบฟังเพลง Samsung Wave ทำออกมาได้ไม่น่าผิดหวังครับ เสียงดังฟังชัดดี มาฟังทางพี่ zipboy เล่ากันบ้างครับ”

zipboy

    “ช่วงงาน Mobile Word Congress เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การได้พบ Wave จากรูปถ่ายที่เห็น ผมค่อนข้างสนใจว่า ตัวจริงของมันจะสวยอย่างที่เห็นไหม จนเมื่อเครื่องตัวเป็นๆอยู่ตรงหน้า ผมรู้สึกว่าการออกแบบของเครื่อง ให้อารมณ์ของ SAMSUNG ในหลายๆรุ่นมาผสมๆกันอย่างล่ะนิดอย่างล่ะน้อย แต่พอรวมกันทั้งหมดมันให้อารมณ์ความเป็น SAMSUNG อย่างหนักแน่น น่าจะเป็นงานออกแบบอีกชิ้นของ SAMSUNG ที่เมื่อผ่านกาลเวลาไปแล้ว ก็ยังให้ความสวยงามน่ามองอยู่


(หน้าจอWave เมื่อเทียบกับ iPhone 3GS)

    เมื่อได้ลองจับถือดู ตัวเครื่องให้ความรู้สึกเหมือนกับการจับถือเครื่องตระกูล Pixon หรือ Jet ที่จะมีทรงออกไปทางแท่งๆ งานประกอบตัวเครื่องส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างโลหะ เปลือกนอกก็เป็นโลหะเช่นกัน เรียกว่าเกือบ 90% ของโครงสร้างและบอดี้เครื่อง ใช้วัสดุเป็นโลหะ สัมผัสที่ได้เมื่อจับถือ ตัวเครื่องจึงให้ความหนักแน่นแบบโลหะจริงๆ ไม่ได้รู้สึกเบาๆ หรือบางๆแบบมือถือบางรุ่นที่ทำวัสดุโลหะแบบบางๆ งานประกอบโดยรวมของเครื่องค่อนข้างเรียบร้อยดี ติดแค่ฝาหลังที่ในตัวทดลองประกอบนี้ ฝาหลังปิดแบตเตอรี่หลุดง่ายมาก ง่ายชนิดถ้าวางกระแทกกับโต๊ะนิดเดียว ฝาแบตเตอรี่ก็พร้อมหลุดออกจากเครื่องได้ทันที (เครื่องขายจริงไม่น่าเป็นแล้วนะ)

(หน้าจอของ Wave เมื่อเทียบกับ HD2 กับ 3GS)

    ในส่วนการทำงานของเครื่อง หน้าจอ Super AMOLED ของ Wave ถือว่าทำได้สมกับราคาโฆษณาอย่างมาก สวยทั้งในแง่คุณภาพของความละเอียด การแสดงสีสัน มิติการให้แสง เรียกว่าน่าจะเป็นจอภาพของโทรศัพท์มือถือที่ดีที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ การทำงานของเครื่องให้ความเร็วในการตอบสนองที่เร็ว เร็วชนิดหากเคยใช้ SAMSUNG ตระกูลจอสัมผัสทั้งหลายมาก่อนหน้า จะรู้สึกได้ทันทีว่า Wave สามารถตอบสนองได้เร็วกว่าแบบคนล่ะเรื่องกันเลยทีเดียว เท่าที่ลองดูการทำงานด้วยการเปิดไฟล์วีดีโอ การใช้งานกล้อง การเปิดลูกเล่นต่างๆ การทำงานเครื่องให้ความลื่นไหลที่ถือว่าดีมากทีเดียว หากปรับแต่งบางจุดให้ดีกว่านี้ การทำงานเครื่องจะเร็วและแรงแบบสมบูรณ์แบบในทันที สิ่งที่น่าสังเกตของเครื่องคือ การจัดวางเมนู การจัดวางคำสั่งย่อยต่างๆ ยังมีหลายๆจุดที่ยังไม่ออกไปในแนวการวางคำสั่งแบบ SAMSUNG ในยุคที่ผ่านๆมา ที่หลายๆจุด คำสั่งย่อยๆ การเซ็ทค่าเบื้องต้นการใช้งาน ยังไม่ให้ความลงตัวและง่ายเมื่อใช้งาน หากมีการปรับในส่วนนี้บ้างให้ดูแตกต่าง คล่องตัวขึ้น ก็น่าจะให้ความดูดีขึ้น ว่าแล้วก็มีวีดีโอสาธิตการใช้งานคร่าวๆสองม้วนมาฝากให้ท่านผู้อ่านได้ชมกัน ด้วยนะครับ

สรุป (Bluecosmos)
“ขอเป็นแค่ตรงกลางก็พอ”

            Samsung Wave โดยรวมแล้ว เป็นที่พอใจสำหรับผมครับ เนื่องจาก Spec ที่แรงสะใจวัยรุ่นแล้วยังมีความสามารถหลายๆอย่างที่ประทับใจเช่น วัสดุดูแข็งแรงดี, Multi-touch, หน้าจอ Super AMOLED เป็นต้น เรียกได้ว่าถ้าหากเครื่องจริงปรับการทำงานของ Browser ให้ลื่นและตอบสนองไวกว่านี้ ปรับแต่งให้ดูน่ารักกว่านี้เช่น หน้าตา icon, เสียงเรียกเข้า รับรองว่าขายดีแน่นอน แต่อุปสรรคสำคัญของการเป็น OS ใหม่นั่นก็คือความกลัวของผู้บริโภค ซึ่งประเด็นสำคัญที่ Samsung เล่นโฆษณาก็คือการยังไม่ให้มันเป็น Smartphone แต่เป็นแค่ High-end Feature Phone ทำให้มันดูลดความอยากลงไปเปราะหนึ่ง แต่ยังไงก็ตาม ในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2010 ผู้บริโภคชาวไทยจะได้พบกับ Samsung Wave กันอย่างแน่นอน


สรุป (zipboy)
“เครื่องไม่มีปัญหา แต่การตลาดนี่สิ..”

    โดยรวมแล้ว ผมคิดว่า Wave+bada เป็นส่วนผสมที่ลงตัวมาก ในบทความแรกที่เราพูดถึงแต่ bada ไป มันเป็นระบบการใช้งานที่ง่ายและน่าสนใจ ส่วนตัวเครื่อง Wave ก็ถือว่าเป็น Hardware ที่ทำออกมาได้ไม่ค่อยมีข้อติมากเท่าไหร่ ทั้งในแง่งานประกอบ การแสดงผล ความเร็ว การตอบสนองคร่าวๆต่างๆ ถ้าตัดสินแค่สัมผัสแรก ผมประทับใจค่อนข้างมาก แต่ยังไม่ฟันธงจนกว่าจะได้เครื่องทดสอบมาลองกันแบบเต็มๆ แต่สิ่งที่ผมห่วงที่สุดคือการตลาดของ SAMSUNG เพราะหากทิศทาง bada ที่วางไว้แต่แรก เกิดเจอกระแสหรือความอ่อนไหวทางตลาด แล้วแนวทางที่ bada วางไว้แต่แรกเกิดเพี้ยนไป ผมกลัวว่าคุณค่าของความเป็น bada จะลดน้อยลง จนอาจดูเป็นแค่มือถือของโหลที่ไม่ต่างไรจาก Feature Phone ทั่วๆไป งานนี้ผมไม่ห่วงไรเรื่องเครื่องกับระบบแล้วแหละ ห่วงแค่การตลาดเท่านั้น หวังว่าสิ่งที่ผมคิดว่า จะเป็นแค่ผมกลัวไปเอง…

About Author

shyboy

shyboy

Partners