bada มหาสมุทรของ Samsung

โดย shyboy | 8 เมษายน 2553 เมื่อ 04:20 น. | อ่าน 10
ความพยายามของ Samsung ที่พยายามจะพามือถือแบรนด์ตัวเองก้าวสู่ระดับโลกและมีส่วนแบ่งตลาดเป็น 1 ใน 3 กับทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น Feature phone, SmartPhone แน่นอนว่าเทรนด์ที่มาแรงคงจะไม่พ้นมือถือหน้าจอทัชสกรีน

ความพยายามของ Samsung ที่พยายามจะพามือถือแบรนด์ตัวเองก้าวสู่ระดับโลกและมีส่วนแบ่งตลาดเป็น 1 ใน 3 กับทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น Feature phone, SmartPhone แน่นอนว่าเทรนด์ที่มาแรงคงจะไม่พ้นมือถือหน้าจอทัชสกรีน ยิ่งหัวหอกตลาด SmartPhone อย่าง iPhone และ Android ที่แข่งกันรุนแรง ยังไม่นับฝาก Symbian หรือกระทั้ง BlackBerry ที่ต่างก็มีผู้ใช้อยู่มาก ไม่เว้นแม้นแต่ Windows Mobile ที่พยายามดิ้นกลับมาให้ได้รับความนิยม ยิ่งกระแสของ Feature phone ที่ลดลงเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Samsung คิดว่า ไหนๆ SmartPhone OS ต่างๆที่เอามาใช้กับมือถือในค่ายตัวเอง ยอดขายและความพึงพอใจ ก็ยังดูไปไม่ถึงดวงดาวนัก ทำไมเราไม่ทำออกมาซะเองล่ะ สิ่งที่ Samsung มองต่อไปคือ จะดีกว่าไหม ถ้า SmartPhone ที่ทำออกมา มีคุณความดีที่ผสมจุดแข็งของทั้ง SmartPhone และ Feature phone โดยนำความฉลาดของ SmartPhone มาผสมกับความง่ายในแบบการใช้งานของ Feature phone มาผสมรวมกัน ว่าแล้วมาทำความรู้จัก bada กันดีกว่าครับ

bada เป็นศัพท์ในภาษาเกาหลี แปลว่า มหาสมุทร โดยที่ Samsung นิยามถึง bada ว่า มันคือมหาสมุทรที่ผู้ใช้งานและนักพัฒนา สามารถค้นหาสิ่งที่เป็นตัวเอง สร้างสิ่งที่ลงตัว เลือกสิ่งที่ใช่กับตัวเอง และค้นหาได้เรื่อยๆไม่รู้จบ ประดุจกับความกว้างใหญ่ของมหาสมุทร อย่างไรก็ตาม Samsung วาง bada เป็นเพียงแค่ Platform เท่านั้น เพราะในแง่ของการตลาดแล้ว Samsung ต้องการสร้างมือถือที่มาแทนตลาด Hi-End Feature Phone เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความง่าย แต่ได้ความสามารถระดับสูงไม่แพ้ SmartPhone ด้วยเช่นกัน แต่ Samsung ก็กล่าวว่าต้องการให้ bada เป็น Hi-End Feature Phone ชั่วคราว เอ๊ะ คำว่าชั่วคราวนี่อาจหมายความว่าอนาคตมันอาจกลายเป็น SmartPhone เต็มตัวใช่ไหมครับ (ก็ต้องดูกันต่อไป)
 


โครงสร้างของ bada เป็นการนำ Linux มาดัดแปลง โดยโครงสร้างระบบจะแบ่งเป็น 4 ส่วน

1. Kernel Configurable : เป็นชั้นโครงสร้างหลักของระบบที่สร้างจากการดัดแปลง Linux
2. Core Functions of a device (Security/Multimedia/Graphic/phone) : เป็นส่วนลูกเล่นการทำงานหลักของเครื่อง ไม่ว่าจะคำสั่งการใช้งาน ลูกเล่นโทรศัพท์ ลูกเล่นต่างๆที่เป็นพื้นฐานเครื่อง
3. Service-Centric Function (web service/App Engine) : เป็นส่วนการทำงานของลูกเล่นที่เกี่ยวกับการใช้งาน Online ทุกรูปแบบ
4. Open API framework (App framework) : เป็นส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาลูกเล่น Apps ต่างๆ รวมถึงสามารถปรับแต่งลูกเล่นให้เข้ากับความสามารถของเครื่องได้

จะเห็นได้ว่า โครงสร้างทั้งสี่ส่วนนั้น มีรูปแบบที่ไม่ต่างกับการออกแบบโครงสร้างระบบของ Feature Phone แต่โครงสร้างทั้งสี่ส่วน ก็ทำให้ bada สมบูรณ์แบบเหมือน SmartPhone และส่วนประกอบสำคัญที่สุดของ bada คงหนีไม่พ้น bada Server ที่จะรวมตัวช่วยการใช้งานออนไลน์ทั้งหมดเอาไว้ ไม่ว่าจะการ Push ข้อมูลของ Social Network ที่ผู้ใช้ได้ตั้งไว้ หรือแม้แต่การทำ Apps Store สำหรับผู้ใช้งาน

Samsung วางแผนการสร้าง bada ให้เป็นไปในแบบ Ecosystem เต็มรูปแบบ นั่นก็คือเริ่มจากการสร้างฐาน Developer ให้แข็งแกร่งก่อน โดยสร้างเว็บไซต์ให้ Developer อย่าง developer.bada.com ซึ่งจะมีคำแนะนำต่างๆในการสร้าง Application และมี SDK และ Tool ที่พร้อมให้ Download ไปสร้าง Application ได้ทันที แนะนำขนาดที่มือใหม่พอเข้าใจนิดนึง ก็ยังไปต่อยอดเขียนต่อยังได้ ต่อมาคือในส่วนของ Mobile Platform หลักๆจะเป็นในส่วนของ Bada Server ส่วนต่อมาคือ Application Store ที่ Samsung จะเรียกมันว่า Samsung Apps เป็นแหล่งรวบรวม Application ต่างๆและไม่ใช่เฉพาะของ bada จะมีแม้กระทั่ง Application ของ Windows Mobile, Symbian ที่คัดสรรมาว่าลงตัวกับมือถือ Samsung ที่ใช้ระบบเหล่านั้นด้วย

แนวทางของ bada ที่ต้องการให้เป็น SmartPhone สำหรับทุกคน ในแง่การตลาดแล้ว งานนี้ Samsung ลงทุนโปรโมทเต็มที่ การผลักดัน bada เกิด จึงต้องไปพร้อมกันใน 2 ส่วน นั่นก็คือ ตัวเครื่องที่มี Platform bada เช่นการออก Device อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ถี่เกินไป รวมถึงสเปกเครื่องต้องออกมาดี มีความสุดยอดสมกับราคา การต่อยอดความร่วมมือกับ Operator ในการออกโปรโมชั่นเครือข่าย เพื่อให้ใช้งานกับเครื่องได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงการโปรโมทโฆษณาต่างๆ ในเรื่องของการใช้งานง่ายและฉลาดเหมือน SmartPhone 2. Developer เช่นการผลักดันและสนับสนุนการทำ Application หรือสร้าง Content ใหม่ออกมารองรับอยู่ตลอดเวลา

ในส่วนของการสร้าง Appication ใน bada จะใช้ภาษา C/C++ ในการเขียน ทำให้ดึงดูด Developer มาพอสมควร เพราะภาษา C/C++ เป็นภาษาพื้นฐานที่นักพัฒนาหลายๆคนน่าจะเป็นอยู่แล้ว การส่ง Application เข้าไป Samsung Apps นั้น จำเป็นจะต้องลงทะเบียนรายชื่อผู้พัฒนาก่อน ในเว็บไซต์ Samsung Apps นั้นมีข้อแนะนำต่างๆในการทำ Application แถมยังไม่ส่วนการตอบคำถามข้อสงสัยต่างๆ โดยมี Customer Support 24 ชม. อีกด้วย สำหรับการส่ง App เข้าไปนั้น Samsung จะเป็นผู้ตรวจสอบว่า Application นั้นสามารถทำงานกับเครื่องได้สมบูรณ์แบบ โดยการพิจารณาจะใช้เวลา ประมาณ 3 วันในการตรวจสอบ (มากสุดไม่เกิน 7 วัน) ในระหว่างการตรวจสอบจะมีการส่ง Report ไปให้ผู้พัฒนาทราบถึงความคืบหน้าเสมอ เมื่อ  Application นั้นมีปัญหาทาง Samsung จะส่งรายละเอียดปัญหาที่เกิดขึ้นกลับ และถ่ายวีดีโอแสดงถึงปัญหาเป็นหลักฐานอีกด้วย (แอบโหดแบบมีหลักการ เอาคุณภาพกันเน้นๆ)

ในส่วน Samsung Apps store หน้าร้านจะมีระบบการจัดการที่ถือทำออกมาดูดี การแสดง Application ที่น่าสนใจ, App ขายดี, App ราคาถูก เป็นต้น รวมถึงมีหน้าส่วนตัวที่แสดง Application ที่ตรงกับความชอบของแต่ละคน เช่นบางคนชอบเกม ก็จะมีรายชื่อเกมมาให้เลือก บางคนชอบถ่ายรูป ก็จะมีรายชื่อ App ที่เกียวกับกล้อง ฯลฯ ซึ่งการลง Application นั้นต้องลงผ่าน Samsung Apps store เท่านั้น ซึ่งทางลงมี 2 ทางคือ 1. ทางตัวเครื่องโดยตรง 2. ลงผ่านโปรแกรม Samsung Apps บน Desktop คอมพิวเตอร์

การซื้อขาย Application นั้น ในช่วงแรกจะซื้อขายผ่านทางบัตรเครดิตเท่านั้น และในอนาคตจะสามารถซื้อขายแบบหักเงินผ่าน Operator รวมกับค่าบริการรายเดือนที่จ่ายได้ แต่น่าเสียดายที่ไทยยังไม่สามารถซื้อขายโปรแกรมได้ในเร็วๆนื้ แต่ในช่วงปลายปีถึงปีหน้า น่าจะมีการเปิด Store ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในความเห็นของทีมงาน MXPhone นั้น bada เป็นเหมือน OS ที่รู้สึกว่ามันกำลังเดินตามรอย iPhone อย่างเต็มตัว ด้วยหน้าตาระบบที่ค่อนข้างง่าย ทำให้ผู้ใช้รู้สึกถึงความไม่ซับซ้อนหรือต้องเรียนรู้กันมาก ระบบ Store ของ bada เอง ก็เน้นความง่าย ไม่มีความซับซ้อน ทำให้เป็นที่จูงใจให้นักพัฒนาอยากสร้าง Appication มาขาย ทำให้โมเดลของการสร้างระบบ สร้าง Store เหมือนกับโมเดลที่สร้างให้ iPhone แจ้งเกิดมาได้ การที่ Samsung วางหมากให้ bada เป็นแค่ High-end Feature Phone ทำให้ bada เครื่องแรกๆที่เราเห็นๆกันอย่าง Samsung Wave ดูมีความง่ายที่จะเป็นเจ้าของ และดูเหมือนว่า Samsung กำลังสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับตัวเอง ต้องดูกันต่อไปว่า กลยุทธ์ของ Samsung ที่มีต่อ bada จะเป็นอย่างไรต่อไป ยิ่งกลางปีนี้โทรศัพท์หลายๆ OS กำลังจะออกรุ่นใหม่มาสู้กันอย่างสูสี แถมในแง่ของการตลาด หลังปลายปีนี้ ก็คงมีการไล่บดเพื่อแย่งความเด่นในวงการกันมากขึ้น ขอต้อนรับ bada เข้าสู่สงครามมือถือยุคไร้ขีดจำกัด เพราะเกมนี้ ดูกันยาวๆสนุกแน่ๆครับ

articles by bluecosmos, zipboy
refer : Samsung bada Developer Day at Bangkok Thailand on March 30, 2010

About Author

shyboy

shyboy

Partners