สบท.รุกค่ายมือถือแก้ปัญหาเอสเอ็มเอส เตรียมหาเบอร์กลางให้ผู้ใช้ยกเลิกได้ง่าย

โดย shyboy | 7 เมษายน 2554 เมื่อ 17:50 น. | อ่าน 2
สบท.รุกค่ายมือถือ 5 รายใหญ่ ให้หาเบอร์กลางที่ใช้ได้กับทุกค่ายและจำง่ายเพื่อให้ผู้บริโภคใช้ยกเลิกเอสเอ็มเอสที่ไม่ต้องการ หวังแก้ปัญหาเอสเอ็มเอสประเภทสมัครง่ายแต่ยกเลิกยาก


สบท.รุกค่ายมือถือ 5 รายใหญ่ ให้หาเบอร์กลางที่ใช้ได้กับทุกค่ายและจำง่ายเพื่อให้ผู้บริโภคใช้ยกเลิกเอสเอ็มเอสที่ไม่ต้องการ หวังแก้ปัญหาเอสเอ็มเอสประเภทสมัครง่ายแต่ยกเลิกยาก ระบุคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เตรียมเรียกประชุมผู้ให้บริการ  20 เม.ย.นี้เพื่อหาข้อสรุป

หลังจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเกี่ยวกับปัญหาการสมัครและการยกเลิกบริการรับส่งข้อความ (เอสเอ็มเอส) ที่ผู้บริโภคต้องเจอกับปัญหาทั้งกรณีสมัครโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือกรณีที่สมัครโดยตั้งใจแต่ขอยกเลิกบริการยาก หรือไม่มีช่องทางให้ยกเลิกบริการ พร้อมกับเสนอให้จัดหาหมายเลขกลางแบบสั้นๆ (Short Code) ที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกรายสามารถใช้ร่วมกันได้เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ยกเลิกบริการเอสเอ็มเอส พร้อมกันนี้ คณะอนุกรรมการฯ ยังได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. นำข้อเสนอดังกล่าวไปหารือร่วมกับผู้ให้บริการ

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ในฐานะองค์กรในกำกับของสำนักงานกสทช. ได้เชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ 5 รายที่เป็นผู้ให้เช่าช่องทางการส่งเอสเอ็มเอสแก่บริษัทผู้ให้บริการเนื้อหา (Content Provider) มาร่วมหารือถึงความเป็นไปได้ในการกำหนดรหัสกลางสำหรับยกเลิกเอสเอ็มเอสดังกล่าว

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ สบท. เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ผู้ให้บริการทุกรายเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว แต่เห็นควรให้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อหารือรายละเอียดในด้านเทคนิค ขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการ  รวมถึงการกำหนดหมายเลขกลางที่เหมาะสมและไม่ซ้ำซ้อนกับหมายเลขโทรคมนาคมที่อยู่ในการกำกับของสำนักงาน กสทช. อยู่แล้ว ทั้งนี้  สบท. จะนำข้อสรุปที่ได้จากการหารือไปแจ้งต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ที่เตรียมเรียกผู้ให้บริการโทรคมนาคมทุกรายไปร่วมประชุมและหารือในวันที่ 20 เม.ย.นี้ 

“Short Code  ไม่ใช่ระบบฐานข้อมูลกลาง  เป็นเพียงเบอร์กลางที่ให้ผู้บริโภคจำง่ายๆ ว่าในประเทศไทยนี้ ถ้าจะยกเลิกเอสเอ็มเอสต้องยกเลิกที่เบอร์ไหน แล้วเชื่อมต่อไปยังผู้ให้บริการ ซึ่งแต่ละรายต้องไปจัดการฐานข้อมูลกันเอง” นายประวิทย์กล่าว

นายประวิทย์กล่าวต่อไปว่า ปัญหาเอสเอ็มเอสที่ผู้บริโภคยังคงได้รับความเดือดร้อน และกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก คือปัญหาเอสเอ็มเอสที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม และเอสเอ็มเอสขยะรบกวนใจ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อให้จัดการปัญหาการเชิญชวนดาวน์โหลดภาพโป๊และคลิปลามก และยังมีหน่วยงานวิจัยหนึ่งกำลังศึกษาเรื่องการพนันผ่านเอสเอ็มเอส ซึ่งเรื่องนี้  จะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องเร่งแก้ปัญหาบริการเอสเอ็มเอสที่ผู้บริโภคได้รับทั้งที่ไม่ได้สมัคร และต้องหาเร่งช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถยกเลิกเอสเอ็มเอสที่ไม่ต้องการได้โดยง่าย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผู้ให้บริการก็จะกลายเป็นจำเลยของสังคม

“ความจริง ใน พ.ร.บ. กสทช. (พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553) มาตรา 31 วรรค 2 กำหนดว่าในกรณีที่ผู้ให้บริการเอาเปรียบผู้บริโภคโดยอาศัยเครือข่ายหรือการโฆษณาในลักษณะค้ากำไรเกินควรหรือทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ กสทช. มีอำนาจสั่งระงับการดำเนินการดำกล่าวได้ จะเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาในส่วนที่ไปรบกวนผู้บริโภค และยังมีบทกำหนดโทษในมาตรา 77 ว่าถ้า กสทช. สั่งแล้วตามมาตรา 31 วรรค 2 ไม่ปฏิบัติตาม มีอำนาจปรับไม่เกิน 5 ล้านบาท หรือวันละไม่เกิน 1 แสนบาท ตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ผู้ให้บริการจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้” นายประวิทย์กล่าว 

About Author

shyboy

shyboy

Partners