สัมผัสเบาๆ กับ Garmin-Asus Nuvifone M10

โดย Platform | 17 กุมภาพันธ์ 2553 เมื่อ 01:46 น. | อ่าน 113
ขอเรียนตามตรงว่าข้าพเจ้านาย Platform เพิ่งจะได้สัมผัสและได้เล่นมือถือ Garmin-Asus สองผู้ยิ่งใหญ่ระหว่างเจ้าพ่อระบบและอุปกรณ์นำทางผนวกกับยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีผู้เคยสร้าง eee สะเทือนโลกมาแล้ว

ขอเรียนตามตรงว่าข้าพเจ้านาย Platform เพิ่งจะได้สัมผัสและได้เล่นมือถือ Garmin-Asus สองผู้ยิ่งใหญ่ระหว่างเจ้าพ่อระบบและอุปกรณ์นำทางผนวกกับยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีผู้เคยสร้าง eee สะเทือนโลกมาแล้วอย่าง Asus ที่แม้เคยจะมี Portfolio ด้านสมาร์ทโฟนภายใต้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile แล้วก็ตามแต่กระแสก็ค่อนข้างเงียบ ๆ เพราะไม่ได้จริงจังมากนัก

 

Garmin-Asus จึงเป็นการเติมเต็มระหว่างสมาร์ทโฟนกับระบบนำทางอัจฉริยะที่ไม่จำเป็นต้องใช้เซลไซต์อย่างระบบ A-GPS ให้เสียเงิน เสียเวลา หนำซ้ำยังแม่นยำกว่ามากกกกก ถ้าจะบอกว่าซื้อมือถือที่มีระบบนำทางได้ดีมือถือค่ายนี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่คุณต้องชำเลืองมองมันเสียหน่อยครับ

 

การเริ่มต้นธุรกิจสมาร์ทโฟนในประเทศไทยของสองยักษ์พิกัดเดือดจากไต้หวันคู่นี้ เราคงต้องจับตามองต่อไปว่าอนาคตแบรนด์นี้จะขยายตัวไปในทิศทางใด เพราะตลาดสมาร์ทโฟนในเมืองไทยเริ่มเป็นตลาดที่ดุเดือดมากขึ้นตามเทรนด์ตลาดโลกเช่นกัน เพราะความสามารถสูงภายใต้ราคาที่(พอ)ซื้อหาได้ หรือแม้จะราคาค่อนข้างสูงแต่ก็ดูไฮเทคมาก ดูคุ้มราคามากกว่าก่อนเสียอีก เราต้องดูว่า Garmin-Asus จะยืนไปในทิศทางไหน

 

คราวนี้ผมก็มีโอกาสได้ลองสัมผัส Garmin-Asus Nuvifone M10 สมาร์ทโฟนนำทางรวย เอ๊ย ไม่ใช่ นำทางรวยนั่นมันสโลแกน Isuzu Super Platinum ที่มีระบบนำทาง i-Genie อิอิ

 

M10 ถือเป็นรุ่นต่อจาก M20 แต่สเปคสูงกว่าพอควร งงล่ะสิทำไม index ตัวเลขมันสวนทางกับค่ายมือถือค่ายอื่นล่ะเนี่ย อันนี้กระผมก็มิทราบเช่นกันว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ซึ่งทางบริษัทแม่ก็มีมติระบบการใช้ชื่อรุ่นตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท Garmin-Asus แล้ว

 



ทันทีที่เห็นเจ้า M10 ครั้งแรกผมก็รู้ได้เลยว่านี่แหล่ะมือถือเชื้อชาติเอเชียเพราะสไตล์รวม ๆ มันได้กลิ่นพอสมควรครับ ส่วนความสวยนั้นก็ถือว่าสวยตามมาตรฐานที่ทัชโฟนพึงจะมีนั่นแหล่ะ แต่ไม่โดดเด้งเป็นพิเศษเพราะใช้เส้นสายเรียบง่าย

 



ด้านหน้าพิเศษด้วยปุ่มกด 3 ปุ่มแบบกึ่งสัมผัส เพียงแค่สัมผัสเล็กน้อย ออกแรงกดนิดหน่อยก็พอ แค่นี้โลกทั้งใบก็อยู่ในมือท่าน ดีไซน์ปุ่มกดไม่มีอะไรซับซ้อนนักแต่มันก็ดูหรูหราไม่น้อยครับ ส่วนด้านหลังนั้นก็เรียบง่ายเช่นกัน

 

แม้ผมจะหาสเปคของขนาด M10 ไม่ค่อยจะได้เลย แต่ผมก็รู้สึกว่า M10 มีขนาดค่อนข้างผอมพอสมควรไม่กว้างเป็นตุ้มเม้งเหมือนทัชโฟนรุ่นเดอะราคาแพง ๆ ทั้งหลาย แต่ข้อเสียของมันคือขนาดหน้าจอที่จะต้องบีบแคบลงไปอีก

 



หน้าจอ M10 เป็นแบบ Resistive มีความละเอียด 480 x 800 พิกเซลขนาดถึง 3.5 นิ้วถือว่ากว้างใช้ได้สำหรับสมาร์ทโฟนยุคปัจจุบัน แต่ที่น่าตกตะลึง ตึงตังมากที่สุดก็คือความสวยงามของหน้าจอที่สวยกว่าสมาร์ทโฟนของเกาหลีเสียอีก ทั้งความสว่าง ความสวยของสีทั้ง ๆ ที่สเปคสีแค่ 65K และความคมกริบเฉียบคม จ้องใกล้ ๆ ยังตกใจว่ามันละเอียดกว่าที่คิดเหมือนกันนะ อันนี้คงต้องยกความดีให้กับการถ่ายเทคโนโลยีซึ่งกันและกันระหว่าง Garmin และ Asus

 



เรามาทดลองเล่นกันดีกว่า Garmin-Asus เคลมว่า M10 ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการ Windws Mobile 6.5.3 ครั้งแรกในโลก อันที่จริงระบบปฏิบัติการชุดนี้ก็เคยเป็นข่าวรั่วออกมาหลายเดือนก่อนว่าเวอร์ชัน 6.5.3 ออกมาแก้ขัด Windows Mobile 7 ตัวจริงเสียจริง แต่ตอนนี้ผมมีความรู้สึกว่า 6.5.3 น่าจะเป็นตัวอัพเดทเจ้า 6.5 รุ่นปกติมากกว่านะ

 



หน้า Today ของ M10 นั้น Garmin-Asus แอบเก๋ด้วยการทำหน้า Today เป็นของตัวเองซึ่งเป็นแหล่งรวมไอคอนลัดต่าง ๆ ที่คุณสามารถเพิ่มได้ไม่ยั้ง (จริง ๆ นะ) พร้อมทั้งไอคอนคีย์ลัดหลัก 3 ไอคอนที่เป็น Default ได้แก่ เมนูการโทร, เมนูการค้นหาสถานที่ และเมนูแผนที่

 

เมนูหลักของ M10 ก็ใช้อินเตอร์เฟซ Windows Mobile 6.5.3 แต่สิ่งที่แตกต่างจากเวอร์ชัน 6.5 นั้นก็คือมีแถบบาร์ด้านล่างอเนกประสงค์ อย่างตอนนี้เราเข้าไปยังหน้าเมนูหลัก บาร์ล่างก็จะแสดงปุ่ม Windows และปุ่มล๊อกหน้าจอ

 

แถบบาร์ข้างล่างยังทำให้การใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น เพราะจุดประสงค์ของ Microsoft ออกแบบมาเพื่อรองรับมือถือหน้าจอ Capacitive และการใช้ Multi-Touch ได้ก็เลยต้องทำไอคอนการใช้งานต่าง ๆ ให้อยู่ในแถบบาร์ล่าง รวมทั้งมีขนาดใหญ่พอที่จะใช้นิ้วจิ้มได้อย่างสะดวก ที่สำคัญยังรวมพวกเมนู, Notification หรือไอคอนปิดโปรแกรมอยู่ในแถบล่างนี้ด้วยสะดวกกว่าเดิมอย่างเห็นชัด เพราะเมื่อก่อนจะลำบากมากมายเพราะมันไปอออยู่ด้านบนกันหมดแถมขนาดก็เล็กใช้นิ้วจิ้มไม่ได้เลยอีกต่างหาก

 

สิ่งที่น่าชมเชยคือ Microsoft ปรับปรุง Internet Explorer ให้ทันโลกเสียที อย่างน้อยก็เพิ่มปุ่มขยาย-ย่อหน้าจอ เมื่อขยายสุดตัวอักษรก็ไม่แตกราวกับเป็นไฟล์ Vector

 



ส่วนความรวดเร็วการใช้งานของ M10 ต้องบอกว่าประทับใจในความรวดเร็วเลย ทั้ง ๆ ที่ใช้ CPU แค่ 600 MHz เท่านั้นแต่ก็จัดสรรทรัพยากรได้ดีมาก ๆ และคงเป็นเพราะเนื้อที่ ROM และ RAM มีมากถึงอย่างละ 512 MB

 



อีกจุดขายที่น่าสนใจคือระบบ GPS Navigator ของ Garmin ที่เป็นแบบ GPS แท้ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดข้อมูลสม่ำเสมอเพราะ Garmin-Asus มีฐานข้อมูลสถานที่ทั่วประเทศไทยคงในหน่วยความจำ 4 GB (รองรับ microSD สูงสุด 32 GB) เมื่อใดที่คุณจะต้องค้นหาร้านอาหารใกล้ ๆ พิกัดนั้นก็กระทำอย่างสบาย หรือระบบนำทางก็แสดงสถานภาพแบบ RealTime ไม่ต้องรอรอบ

 

รวม ๆ ประสิทธิภาพเจ้า M10 ถือว่าทำได้น่าประทับใจกว่าที่คิด (เยอะ) ซึ่งก็ต้องเรียนตามตรงว่าผมก็สัมผัสเจ้า Garmin-Asus เครื่องแรกในชีวิตก็เครื่องนี้ล่ะครับ

 


แว่ว ๆ ว่าราคาขาย
Garmin-Asus น่าจะไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทซึ่งถือว่าเป็นราคาที่น่าสนใจแต่ภาระหน้าที่สำคัญของ Garmin-Asus ที่จะต้องทำให้ได้คือต้องจุดประกาย Customer Insight ให้เห็นถึงความจำเป็นในการซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ เพราะอย่างน้อย ๆ ชื่อ Garmin-Asus รับประกันความน่าเชื่อถือระดับหนึง คงจะขาดแค่เพียงพื้นที่ที่จะยืนในตลาดสมาร์ทโฟนอันหนาแน่นในไทยก็เท่านั้นเอง

About Author

Platform

Platform

Partners