Apple Spacial Event January 2010 "สิ่งที่เราสร้างสรรค์กำลังจะมา"

โดย Bluecosmos | 29 มกราคม 2553 เมื่อ 01:44 น. | อ่าน 34
สิ่งที่หลายๆคนคาดหวังจาก Apple ในที่สุดมันก็มาซะทีหลังจากลือกันไปต่างๆนาๆ รวมถึงมีข่าวด้วยว่า Steve Jobs ให้สัมภาษณ์ว่า "เขากำลังสร้างสิ่งที่ตั้งใจมากที่สุดในชีวิต" ซึ่งก็คือ iPad นั่นเอง โดย iPad ออกมาตีตลาดใหม่ที่ยังไม่มีใครครอง จะสำเร็จหรือไม่เดี๋ยวรู้กัน!!

Article By :  Bluecosmos , zipboy


                       ช่วงปลายปี 2009  สิ่งหนึ่งที่สาวก Apple แอบสงสัย ก็คงหนีไม่พ้นข่าวลือสารพัดสิ่ง ไม่ว่าจะเป็น  iSlate หรือ iTablet ที่คาดว่าเป็นชื่อของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็น Tablet พกพา รวมถึง การปรับปรุงสเปกของ Macbook Pro เพราะสเปกที่ขายอยู่น่าจะถึงแกเวลาในการเปลี่ยนแปลง หรือการมาใหม่ของ Macbook air และสุดท้ายกับกระแสของ iPhone OS 4.0 Beta พร้อมกับ Minor Change เพิ่ม/ลด ความจุของ iPhone 3GS ทำเอาใครๆหลายๆคนพากันปั่นป่วนในการรอเพราะยิ่งมีกระแสข่าวว่าทรูจัดแถลงข่าวความคืบหน้าของ iPhone ด้วยแล้วทำให้ปั่นป่วนกันไปใหญ่และทุกสิ่งก็เฉลยออกมาในช่วงตีหนึ่งของวันที่ 28 มกราคม (เวลาประเทศไทย)



                      ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาสำหรับผู้บรรยายในงานครั้งนี้ ซึ่ง ก็คือ Steve Jobs สิ่งแรกที่ Jobs ได้พูดถึง คือความสำเร็จทั้งสี่อย่างของ Apple ซึ่งสิ่งแรกคือของยอดขาย iPod ที่ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา iPod ถูกจำหน่ายออกไปแล้วถึง 250 ล้านเครื่องทั่วโลก ส่งผลไปถึงความยิ่งใหญ่ของ iPhone ที่สามารถทำรายได้รวมได้สูงกว่า จ้าวมือถือและอุปกรณ์พกพาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Nokia / SAMSUNG ว้าวกำไรงาม โดย Apple มีจำนวนร้าน Retail Store ถึง 284 ร้าน รวมถึงจำนวน Apps ใน Apps Store ที่มีถึง 140,000 Apps และมียอดการโหลดกว่า 3 พันล้านครั้งตั้งแต่เปิด App Store มาเป็นได้แค่ปีกว่าๆและเรื่องสุดท้ายคือการที่ Apple สามารถปิดยอด 2009 ได้ถึงระดับ 15.8 Billion (พันล้าน) ได้ซะที หลังจากนั้น Jobs ได้กล่าวถึงนวัตกรรมที่ Apple เป็นผู้นำนวัตกรรมการพกพา เริ่มตั้งแต่ช่วงปี 1991 กับการเปิดตัว PowerBook รุ่นแรก ที่ใช้ทั้งจอ TFT / Keyboard / Trackball ต่อด้วย ในปี 2007 ก็เป็น iPhone ที่ Jobs เองก็กล่าวถึงว่า จากสองสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ทำให้ผู้บริโภคทุกวันนี้ จึงมีทั้งคอมพิวเตอร์พกพาควบคู่ไปกับ SmartPhone 


                แน่นอนว่า ยังมีผู้บริโภคที่มองหาอุปกรณ์พกพาที่ตอบสนองการใช้งาน อินเตอร์เน็ต / ความบันเทิง และใช้ทำงานได้ แต่ไม่ชอบที่จะพกพา Notebook หรือยังรู้สึกว่า SmartPhone ก็ยังทำได้ไม่เต็มที่ จากความต้องการที่ว่ามานี้ Jobs ก็กล่าวถึง Netbook ว่ามันคือ Notebook ราคาถูก ที่ถึงภาพรวมจะตอบสนองสิ่งทีว่ามาได้ทั้งหมด แต่ Jobs ก็รู้สึกว่า มันทั้งช้า / มีจอภาพที่ไม่สวย และต้องใช้ซอฟท์แวร์แบบเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้น Jobs ก็คิดว่าผู้บริโภคต้องการสิ่งที่ขั้นกลางระหว่าง Notebook และ Smartphone ตัวใหม่นอกจาก Netbook มันจึงเป็นที่มาของ “iPad” อุปกรณ์พกพาที่ตอบสนองการใช้งาน อินเตอร์เน็ต / ความบันเทิง และใช้ทำงานได้  สิ่งที่ iPad ทำก็คือ การนำ iPhoneOS มาแปลงลงในอุปกรณ์แบบจอ Capacitive รองรับ Mutitouch ขนาด 9.7 นิ้ว แน่นอนว่า เราสามารถใช้ iPad ได้เหมือนกับลูกเล่นแบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone ผู้ใช้งานสามารถใช้ iPad ในการดูเว็ปผ่าน Safari สามารถเช็คเมล์ในเครื่องได้ง่าย รองรับ Apps Store / iTunes Store มีการปรับรูปแบบของปฎิทิน สมุดบันทึกรายชื่อ ให้มีการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถปรับหน้าจอแสดงผลให้รับกับทุกมุมที่ถือเครื่อง แน่นอนว่าบรรดาสารพัด Apps ต่างๆที่ใช้งานใน iPhone / iPod Touch ที่มีมากกว่า 140,000 โปรแกรมไปแล้ว ก็สามารถนำมาใช้งานใน iPad ได้เช่นกัน แถมสามารถขยายการแสดงผลของ Apps เหล่านี้ให้เต็มหน้าจอเครื่อง โดยที่ไม่เสียสัดส่วนเมื่อโดนขยายออกมา




                สเปกเครื่องหลักๆของ iPad ตัวเครื่องใช้ CPU 1Ghz Apple A4 / จอ 9.7” capacitive รองรับ Mutitouch / Wi-Fi 802.11 (a/b/g/n) / Bluetooth 2.1+EDR / 3G 850,1900,2100 Mhz (Microsim) / GPS Built in (เฉพาะรุ่น Wi-Fi+3G) / 16,32,64 GB Internal Memory /รองรับ การใช้งานได้ถึง 10 ชม. และใช้ระบบในเครื่องเป็น IPhoneOS 3.2 (มาก่อน iPhone และ iPod Touch อีก) พร้อม SDK ใหม่ที่สำหรับพัฒนา Apps ให้ใช้งานได้ทั้งใน iPhone / iPodTouch และ iPad พร้อมๆกัน แต่ความสามารถที่ถือว่า iPad ให้ความแตกต่างจาก iPhone / iPod Touch อย่างชัดเจน ก็คือการรองรับ e-Book อย่างเต็มสูบที่เรียกว่า iBook โดยที่ตัวเครื่องสามารถโหลด e-Book ผ่าน iBook Store มาอ่านได้ ยังรองรับ iWork ที่ปรับปรุงมาเพื่อ iPadโดยเฉพาะ นั้นหมายความว่า iPad สามารถอ่านหนังสือและทำงานเอกสาร / บัญชี และงานนำเสนอต่างๆด้วย iWork ได้เช่นกัน และไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องใช้มันทำงาน ทำให้ iWork จึงเป็นซอฟท์แวร์ที่หากต้องใช้การใช้ ก็จ่ายเงินซื้อเพิ่มอีก $9.99 (330 บาท)


                ความสามารถในการเชื่อมต่อของเครื่อง นอกจากรองรับ Wi-Fi ที่เป็นความสามารถหลักแล้ว ตัวเครื่องก็มีรุ่น 3G เป็นตัวเลือกในการใช้งาน โดยที่ในอเมริกา สามารถซื้อแพคเกจ 3G แบบ Unlimited กับ AT&T ได้ และไม่มีสัญญาผูกมัด นอกจากนี้ตัวเครื่องก็ไม่มีการล็อกสัญญาณ นั้นหมายความว่าการใช้งาน 3G จะไม่จำกัดกับซิมการ์ดกับเครือข่ายใดบนโลก เพียงแต่ซิมการ์ดที่ใช้งานกับ iPad ต้องเป็นแบบ MicroSIM เท่านั้น ราคาขายของ iPad รุ่น Wi-Fi ที่ถือเป็นรุ่นมาตรฐาน เริ่มต้นที่ $499 โดยมีความจุ 16GB และเพิ่มขึ้นรุ่นล่ะ $100 แต่หากต้องการรุ่น 3G+WiFi ราคาเริ่มต้นในรุ่น 16GB จะอยู่ที่ $629 และเพิ่มชึ้นรุ่นล่ะ $100 เช่นเดียวกันกับรุ่น Wi-Fi โดยกำหนดวางจำหน่าย จะเกิดขึ้นอีกสองเดือน (นับจากวันที่ 27 มกราคม) ในรุ่น Wi-Fi และในอีกสามเดือนสำหรับรุ่น Wi-Fi+3G

บทวิจารณ์ส่วนตัว

               โลก Internet เริ่มมีบทบาทมากขึ้น ทำให้การขายสื่อสิ่งพิมพ์ตามท้องตลาดเริ่มแย่ลง เพราะคนหันมาใช้ Internet ในการเข้าถึงสื่อนั้นๆมากขึ้น โดยค่ายไหนปรับตัวไม่ทันก็มีสิทธิ์ล้มเอาดื้อๆในโลกของสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ต้องปรับตัวเข้ากับโลก Internet ให้ได้ เพราะ Internet เป็นแหล่งหาข้อมูลที่ดีที่สุดในโลกก็ว่าได้ ไม่ว่าคุณต้องการเพลง บทความ วีดีโอ ต่างๆก็สามารถหาดูได้ใน Internet ทั้งนั้น รวมไปถึง e-book ที่จะทำให้โลกของการอ่านหนังสือของหลายๆคนเปลี่ยนไป รวมไปถึงการลดโลกร้อนอีกด้วย แต่อาจต้องแลกมาด้วยการสายตาสั้นถ้าหากหักโหมมากเกินไป  e-book เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะด้วยราคาที่ไม่แพงหรือฟรี หาได้ง่ายและครบถ้วนเหมือนหนังสือตามท้องตลาด การที่ Apple มองเห็นช่องว่างตรงนี้ทำให้ ออกสิ่งประดิษฐ์ใหม่อย่าง iPad ให้โลกตะลึงและหันมามอง e-book มากยิ่งขึ้นไปอีก รวมถึงการผนวก e-book เข้ากับ iTunes Store ที่ถือว่าเป็นช่องทางจำหน่าย content ระดับโลก ทำให้มีแหล่งรวมหนังสือ สะดวกในการค้นหา โดยไม่ต้องออกจากบ้านให้เสียเวลา ในอนาคต แรงจูงใจของ iTunes Store น่าจะทำให้วงการสิ่งพิมพ์พาเหรดกันนำหนังสือของตัวเองมาขายในนี้อย่างแน่นอน และไม่ว่าจะเป็น iPad / iPhone / iPod Touch ก็ตอบโจทย์หารใช้งานตรงส่วนนี้ได้อย่างง่ายดาย

 

 

 

                สำหรับ iPad ถือว่าค่อนข้างเสี่ยงเอาการอยู่เพราะเป็นหารตีตลาดใหม่ที่ยังไม่มีใครกระโดดมาทำในตลาดนี้  ถึงการสาธิตบนเวทีจะดูดีก็ตาม แต่เมื่อใช้งานจริงแล้ว จะให้ความถนัดได้หรือไม่ ประสิทธิภาพเมื่อใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร แต่หากไม่มีปัญหาอะไร iPad ก็ถือเป็นสินค้าที่มีอนาคตค่อนข้างสดใส เพราะความสามารถที่เจาะกลุ่มผู้ใช้งาน Netbook และผู้ที่ต้องการ Entertainment Device แบบไม่อยากถือ Notebook แต่ก็ยังรู้สึกว่า SmartPhone ให้ได้ไม่เต็มที่ก็ยังมีอีกมาก ภาพรวมราคา ที่ถึงจะเปิดตัวมาช็อกเอาเรื่อง(ไม่แพงเกินไป เหมาะสม) อีกสิ่งที่ iPad ชวนให้คนทั้งโลกต้องสนใจต่อ นั้นคือการที่ iPad ใช้ OS ภายในแบบเดียวกับ iPhone OS แถม Interface ภายในหลายๆจุด ก็มีความน่าใช้อย่างเห็นได้ชัด ทำให้พอจะเป็นแนวโน้มของ iPhone OS ใน Version ถัดไป หรือถ้าไม่ทันก็อาจจะเป็น iPhone OS ในรุ่นถัดไปได้เช่นกัน และสำหรับ iPad กับตลาดบ้านเรา หากสื่อสิ่งพิมพ์ในไทย หนังสือพิมพ์ในไทย จะขายผ่าน iTunes Store หรือขายตรง ก็น่าจะเป็นช่องทางการขายที่หลากหลายขึ้นรวมถึงผู้ให้บริการระบบอย่าง true ที่มี iPhone ขายในมืออยู่ คิดจะทำโปรโมชั่น Wi-Fi+3G สำหรับผู้ใช้งาน iPad ด้วยแล้ว ถือว่าน่าจะเป็นแรงส่งให้ยอดขายของ iPad ในประเทศไทยเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้ iPad ถือเป็นของเล่นใหม่จาก Apple ที่นอกจากจะขอครองโลกของสิ่งพิมพ์แล้ว ยังจะขอครองใจผู้ไม่ชอบพกคอมให้เหนื่อย แต่ก็ไม่สะใจกับ SmartPhone ด้วยเช่นกัน

เครดิตรูปจาก : www.gizmodo.com

About Author

Bluecosmos

Bluecosmos

Partners