ทดสอบ TOT 3G แรง! เร็ว! แค่ไหน สมกับการรอคอยของคนไทยหรือไม่ ?!?

โดย shyboy | 5 พฤศจิกายน 2552 เมื่อ 01:13 น. | อ่าน 79
ในที่สุดเกือบ 10 ปีแล้ว ที่ TOT เพิ่งตื่นจากภวังก์แห่งความมืด มาลุย 3G ที่ตนเองมีสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่ตั้งนานแล้ว เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ เวลา 15.00 น. ที่ Central World แต่ตอนนี้ทาง TOT แถลงข่าวถึงความพร้อมกันแล้ว


ในที่สุดเกือบ 10 ปีแล้ว ที่ TOT เพิ่งตื่นจากภวังก์แห่งความมืด มาลุย 3G ที่ตนเองมีสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่ 3G ตั้งนานแล้ว ประกาศเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ เวลา 15.00 น. ที่ Central World แต่ตอนนี้ทาง TOT แถลงข่าวถึงความพร้อมกันแล้วในวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนที่จะเปิดระบบให้ทดสอบให้กับประชาชนทั่วๆ ไปกันในงาน Commart Comtech 2009 ที่จะจัดขึ้นกันในวันที่ 5-8 พฤศจิกายนนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


และ MXPhone.com ก็ไม่พลาดที่จะได้ไปทดลองใช้งาน TOT 3G นะครับ ซึ่งในการแถลงข่าวครั้งนี้ จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ TOT ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งในงานจัดแบ่งการทดสอบใช้งานเป็น สามการใช้งาน ได้แก่
1. การทดสอบต่ออินเตอร์เนทแบบใช้โทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3G ย่าน 2100 MHz
2. การทดสอบต่ออินเตอร์เนทแบบใช้แอร์การ์ดที่รองรับ 3G ย่าน 2100 MHz download ที่ 3.6 / 7.2 mbps
3. การใช้งาน Video call


เริ่มจากการต่ออินเตอร์เนทจากมือถือนั้น เนื่องจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อนั้นเป็น Nokia 2730 Classic ซึ่งรองรับ 3G แบบเก่า หรือว่า WCDMA ความเร็วเพียง 384 kbps เท่านั้น แต่ speed ที่ลองทดสอบนั้น ก็ได้ตามความสามารถของมันละครับ


ข้ามมาส่วนที่สองกันดีกว่าครับ มาถึงส่วนของแอร์การ์ดที่มีสองแบบ คือ download ได้ที่ 3.6 และ 7.2 mbps ครับ ซึ่งผลการทดสอบนั้น เรามาตามดูกันดีกว่าครับ


เริ่มจากแอร์การ์ดแบบ USB Dongle สีขาวๆ ซึ่งผมเองก็พลาดที่ดูว่ายี่ห้ออะไร ซึ่งลองๆ ดูแล้ว ได้ speed download ประมาณ 3 mbps และ upload ที่ประมาณ 1 mbps ครับ ถือว่า ค่อนข้างได้ speed เต็ม เมื่อเทียบกับความสามารถของ aircard ที่รองรับความเร็วในการใช้งาน 3.6 mbps ครับ


มาอันต่อมา เป็นแอร์การ์ดแบบ USB Dongle อีกเช่นกัน อันนี้ยี่ห้อ huawei รุ่นอะไรผมเองก็ลืมดู ลอง speed แล้วพบว่า ได้ความเร็วมากกว่าตัวแรก คือประมาณเกือบ 6 mbps ครับ ส่วน upload อยู่ที่ 1 mbps ครับ


เทียบกับความสามารถของแอร์การ์ดที่รองรับความเร็ว 7.2 mbps ถือว่าโอเคแล้วละครับในบ้านเรา – -‘


สุดท้าย คือการทดลองใช้งาน Video call ครับ ซึ่งก็ไม่ต่างจากเจ้าอื่นๆ ที่ทดลองใช้งานกันไปแล้วครับ การทำงานของมันคือการส่งภาพ Video ความละเอียด 64 kbps ไปยังปลายทาง ภาพที่ได้ก็ดูรู้เรื่องว่าใครเป็นใครครับ


จากการที่ลองใช้งาน และการได้พูดคุยกับทางผู้บริหาร ได้ข้อมูลที่น่าเป็นห่วงว่า เรื่องความสามารถของ device และ network ที่ได้เปรียบของช่องสัญญาณ และความถี่ที่มีมหาศาล ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ แต่ link internet ที่เชื่อมต่อไปที่ isp ต่างๆ นั้น จะเพียงพอ และรองรับการใช้งานพร้อมๆ กัน ในบริเวณนั้น ๆ ได้หรือไม่ หากไม่สามารถจัดการให้ดีได้ ก็ไม่ต่างจากอินเตอร์เนทที่เป็นเทคโนโลยี EDGE หรอกครับผม ^ ^

About Author

shyboy

shyboy

Partners