เก็บตกพาทัวร์วันเปิดบ้านใหม่ dtac @ จามจุรีสแควร์

โดย shyboy | 11 กันยายน 2552 เมื่อ 03:38 น. | อ่าน 1,728
การเริ่มต้นที่ดี นอกจากองค์ประกอบต่างๆที่ต้องอำนวยด้วยแล้ว ฤกษ์งามยามดีก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน แน่นอนว่า วันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 ก็ถือเป็นอีกครั้งที่เลขวันที่ / เดือน / ปี มันช่างตรงกันอย่างเหมาะเจาะ ยิ่งเป็นเลข 9 ที่คนไทยถือว่าเป็นเลขมงคลด้วยแล้ว หลายๆคน หลายๆที่ ก็ถือวันนี้เป็นฤกษ์งามยามดี ในการเริ่มสิ่งต่างๆ


            การเริ่มต้นที่ดี นอกจากองค์ประกอบต่างๆที่ต้องอำนวยด้วยแล้ว ฤกษ์งามยามดีก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน แน่นอนว่า วันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 ก็ถือเป็นอีกครั้งที่เลขวันที่ / เดือน / ปี มันช่างตรงกันอย่างเหมาะเจาะ ยิ่งเป็นเลข 9 ที่คนไทยถือว่าเป็นเลขมงคลด้วยแล้ว หลายๆคน หลายๆที่ ก็ถือวันนี้เป็นฤกษ์งามยามดี ในการเริ่มสิ่งต่างๆ เช่นเดียวกับ dtac ที่ถือฤกษ์ 09/09/09 เป็นวันเปิดตัวออฟฟิศแห่งใหม่ หลังจากที่ยึดอาคารชัย ย่านถนนวิภาวดีรังสิตเป็นฐานที่มั่นมานานเป็นสิบปี




            ก่อนจะว่ากันถึงบ้านหลังใหม่ ต้องเกริ่นกันสักนิด ถึงสาเหตุการย้ายบ้านในครั้งนี้ แรกเริ่มเดิมที เราคงจำได้ว่า สำนักงานใหญ่ของ dtac ก็คืออาคารชัย ที่อยู่ย่านถนนวิภาวดีรังสิต แต่ด้วยจำนวนพนักงานที่มากถึงสามพันกว่าคน ทำให้ทาง dtac ต้องเช่าอาคารสำนักงานในย่านนั้น ทั้งอาคารวังเด็ก / EastWater / LPN ฯลฯ รวมอาคารชัยเท่ากับใช้อาคารในการทำงานถึงหกจุด การที่บางแผนกไม่ได้อยู่ใกล้กัน ทำให้หลายๆครั้ง การทำงานมีความล่าช้า ขาดความสะดวกในการประสานงาน การติดต่อจากที่อื่นๆก็ไม่ค่อยสะดวก และหลายๆครั้งก็ทำให้พนักงานมีภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยไม่จำเป็น เพราะฉะนั้น การทำสำนักงานใหม่จึงเป็นทางออกที่ดูลงตัวกว่า แต่การจะหาสถานที่สร้างตึก พร้อมการคมนาคมที่ดี ในราคาที่ไม่แพง ก็เป็นเรื่องที่ยากไปสำหรับยุคนี้

 

            ความลงตัวจึงมาจบที่การเช่าสถานที่ใหม่ นั้นคือ อาคารสำนักงานที่กำลังสร้างขึ้นใหม่อย่าง จามจุรีสแควร์ มุมสี่แยกสามย่าน ติดกับรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำให้เป็นทำเลที่ดูเหมาะสมต่อการนำคนสามพันกว่าคน และย้ายทุกแผนกมาอยู่รวมกัน โดยที่ผมเองอาจจะไม่สามารถเล่าได้หมด เพราะด้วยเวลาที่จำกัด ขอเล่าในส่วนที่น่าสนใจในหลายๆจุดให้ฟังแล้วกันนะครับ

 

บอกเล่าก่อนพาทัวร์

            จากที่เกริ่นไปแล้วว่า ที่ทำงานของ dtac มีถึงหกจุด การจับทุกอย่างมารวมกัน หากเพียงแค่รวมกันเฉยๆ ก็คงจะไม่มีอะไรที่ดีขึ้น การออกแบบสถานที่ทำงานของ dtac จึงเน้นให้ผู้ทำงานมีอิสระ มีการติดตั้งสัญญาณ Wi-Fi ทุกจุดทุกบริเวณของออฟฟิศ เพื่อให้การทำงานไม่จำกัดแค่โต๊ะทำงานเท่านั้น มุมต่างๆของสถานที่ทำงานเอง ก็ออกแบบเก้าอี้ จุดใช้สอยต่างๆ ให้เกิดความรู้สึกที่สบาย จนบางทีเหมือนกำลังไม่ได้ทำงานอยู่ (บรรยากาศน่ามานอนมากกว่าครับ) นอกจากนี้ ในชั้นที่ 33-32 จะมีทางลัดเป็นสไลด์เดอร์ให้พนักงานไว้เล่นแก้เครียดเช่นกัน พื้นที่ใช้สอยของห้องผู้บริหาร ก็มีขนาดที่ถือว่าเล็ก เพื่อให้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของพนักงานในการใช้งาน วัสดุที่ทำสำนักงานทุกชิ้น กว่า 80% เป็นวัสดุที่ผลิตในประเทศเป็นส่วนใหญ่ โต๊ะและเก้าอี้ที่เป็นส่วนโต๊ะทำงาน ก็มีการออกแบบที่มีส่วนเว้าของโต๊ะให้รับกับสรีระ เก้าอี้มีองศาของพนักผิงที่สามารถนั่งได้นานๆโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้าง่ายๆ พรมที่ใช้ทั้งหมดเป็นวัสดุรีไซเคิลจากขวดน้ำพลาสติก เก็บเสียงจากการเดินได้ดี  กระจกตัวตึกเป็นแบบสองชั้น เพื่อให้การทำงานของเครื่องปรับอากาศไม่รับภาระมากเกินไป ส่วนหลอดไฟของตัวอาคารก็เป็นแบบ T5 ที่ประหยัดไฟมากที่สุดตอนนี้ ทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณในการทำเพียงแค่ 450 ล้านบาทเท่านั้น เทียบง่ายๆ ว่า ต่อตารางเมตร ใช้เงินเพียง 7 พันกว่าบาทเท่านั้น โดยรวมแล้ว สำนักงานแห่งใหม่ของ dtac ถือว่ามีใช้งบประมาณได้คุ้มค่าเทียบกับราคาเอาเรื่องได้เลยทีเดียวครับ



 

พาทัวร์ฉบับรวบรัด

            การเปิดบ้านครั้งนี้ ผมเองก็คงไม่สามารถบรรยายได้หมดซะทีเดียว ผมเลือกเก็บตกรายละเอียดที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังล่ะกันนะครับ เมื่อมาถึงแล้ว เราก็ต้องมีการแลกบัตรเพื่อขึ้นลิฟท์กัน ชั้นที่บุคคลทั่วไปจะขึ้นไปติดต่อ ก็จะอยู่ที่ชั้น 32 โดยที่จะมีของพรีเมียมต่างๆของ dtac จำหน่ายด้วยเช่นกัน ถ้าสังเกตดีๆ ป้ายที่ลิฟท์ จะมีสองโซน นั้นคือ Park/River ความหมายของมันคือ ด้านที่เป็น Park จะเป็นวิวฝั่งสวนลุม / จุฬา แต่ถ้าที่เป็น River จะสามารถมองออกไปเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ถ้าสังเกตดีๆ ชื่อห้องต่างๆจะถูกตั้งเป็นอำเภอ ที่มีเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ ห้องทำงานของพนักงานจะใช้ไฟในโทนสีขาว มีต้นไม้แซมบ้าง สัดส่วนของการใช้งานอยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะนอกจากจะโปร่งสบายตาแล้ว การติดต่อประสานงานตามฝ่ายต่างๆก็ค่อนข้างจะทำได้สะดวก ในส่วนชั้น 34 จะเป็นส่วนสำหรับการจัดอบรมต่างๆให้กับพนักงาน ทั้งการจำลองร้านสำหรับฝึก ห้องประชุมต่างๆ ในส่วนสวัสดิการพนักงานเองก็จะมีทั้งห้องเด็กเล่น / ห้องให้นมบุตร / ห้องละมาด / ชั้น 38 สำหรับสันทนาการต่างๆ ทั้งฟิตเนส โต๊ะปิงปอง ลู่วิ่ง ลานเล่นโยคะ ซึ่งจะเปิดให้ใช้บริการในช่วง 17.00-21.30 น.

 

 

            หลังจากที่ใช้เวลาไม่นานกับการเดินเที่ยวในบ้านใหม่ของ dtac ส่วนตัวแล้ว ผมชอบในการออกแบบของสถานที่ การจัดวางต่างๆ รวมถึงความสามัคคีของพนักงาน ที่ในวันเปิดบ้านนี้ หลายๆคนก็มาช่วยกัน ทั้งเล่นดนตรี (จนน่าเปิดค่ายเทปแข่งกับผู้ให้บริการระบบอีกค่าย) ทั้งหมดนี้ ผมเองก็เชื่อว่า น่าจะสามารถทำให้การทำงานของพนักงาน เกิดประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม เพราะสิ่งแวดล้อมของสถานที่ทำงานที่เห็น ก็เรียกว่าลดความเครียดจากการทำงานลงไปได้เยอะทีเดียว ก่อนจะปิดบทความนี้ ผมก็มีคลิปการร้องเสียงประสานโดยพนักงาน dtac มาให้ชมกัน สุดท้ายนี้ ยินดีกับบ้านหลังใหม่ของชาวใบพัดสีฟ้าด้วยครับ

About Author

shyboy

shyboy

Partners