ชี้เงื่อนไขเปลี่ยนเครือข่ายใหม่เบอร์เดิมยังต้องปรับปรุง

โดย shyboy | 9 สิงหาคม 2553 เมื่อ 16:31 น. | อ่าน 5
สบท.ชี้เงื่อนไขเปลี่ยนเครือข่ายใหม่เบอร์เดิม ต้องปรับปรุงอีกหลายประเด็น ระบุ ผู้ให้บริการไม่สิทธิบังคับผู้บริโภคต้องใช้บริการรายเก่า 3 เดือนก่อนย้าย ยกเว้นเป็นการให้บริการฟรี รวมถึงต้องดูแลเรื่องการถ่ายโอนเงินคงเหลือ บริการเสริม และหนี้ค้างชำระไม่สามารถเป็นข้ออ้างไม่ให้ย้ายเครือข่ายได้

    สบท.ชี้เงื่อนไขเปลี่ยนเครือข่ายใหม่เบอร์เดิม ต้องปรับปรุงอีกหลายประเด็น ระบุผู้ให้บริการไม่สิทธิบังคับผู้บริโภคต้องใช้บริการรายเก่า 3 เดือนก่อนย้าย ยกเว้นเป็นการให้บริการฟรี รวมถึงต้องดูแลเรื่องการถ่ายโอนเงินคงเหลือ  บริการเสริม และหนี้ค้างชำระไม่สามารถเป็นข้ออ้างไม่ให้ย้ายเครือข่ายได้

    ในวาระครบรอบ 1 ปี ที่ประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่  ยังไม่ได้ถูกบังคับใช้ เนื่องจากความไม่พร้อมของผู้ให้บริการ และในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจาณาเงื่อนไขแนวทางปฏิบัติในการโอนย้ายเครือข่ายใหม่โดยใช้เบอร์เดิม นั้น

    นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เปิดเผยถึง เงื่อนไขแนวทางปฏิบัติการโอนย้ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ให้บริการตามประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ว่า มีหลายประเด็นที่เห็นว่าควรมีการพิจารณา เช่น  การที่ผู้ให้บริการกำหนดเพิ่มเติมว่า ผู้ที่จะมีสิทธิใช้บริการ “เปลี่ยนเครือข่ายใหม่ ใช้เบอร์เดิม” ได้นั้นจะต้องใช้บริการกับรายเดิมมาอย่างน้อย 90 วัน ซึ่งหมายความว่า ถ้าหากผู้ใช้บริการเพิ่งเปิดใช้บริการโทรศัพท์หรือเพิ่งย้ายเครือข่ายถ้าไม่เกิน 90 วัน ก็ไม่สามารถย้ายเครือข่ายได้ การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวไม่เป็นธรรมและไม่สมเหตุสมผล เพราะมีการกำหนดอยู่แล้วว่าการให้บริการคงสิทธิเลขหมายมีการคิดค่าธรรมเนียม ดังนั้นการโอนย้ายย่อมเหมือนการขอเปิดเบอร์ใหม่ ซึ่งเราจะเปิดวันไหนก็ได้ บริษัทไม่มีสิทธิกำหนดว่าคุณต้องอยู่ 90 วัน ในเมื่อผู้บริโภคเป็นฝ่ายรับผิดชอบต้นทุนของตัวเองอยู่แล้ว เว้นแต่ว่าบริษัทจะเปิดให้ขอใช้บริการได้ฟรีโดยปลอดค่าธรรมเนียม

    “การกำหนดเงื่อนไขว่า ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการรายเดิมอยู่ 90 วันห้ามเปลี่ยน น่าจะเป็นกรณีที่ให้บริการฟรี เช่น มาตกลงเงื่อนไขกันว่า  คุณต้องอยู่กับเครือข่ายผม 60 วัน ถ้าคุณย้ายก่อน 60 วันคุณต้องเสียเงิน เพราะถือว่าเป็นการใช้สิทธิพร่ำเพรื่อ แต่ถ้าคุณใช้เกิน 60 วันจะสามารถใช้สิทธิขอโอนย้ายฟรีได้ ก็ดูสมเหตุสมผลต่อทั้งสองฝ่ายมากขึ้น” ผอ.สบท. กล่าว

    ส่วนเรื่องค่าบริการคงสิทธิเลขหมาย 99 บาทนั้น การคิดค่าบริการต้องขึ้นกับต้นทุนโดยถือว่าเป็นบริการที่ไม่แสวงหากำไร เหมือนกับการตั้งบริษัทกลาง ที่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ทุกบริษัท  ซึ่งจากการสำรวจของ สบท. มีผู้บริโภคถึงร้อยละ 10 ที่ต้องการใช้บริการเปลี่ยนเครือข่ายใหม่เบอร์เดิม จำนวนผู้ต้องการใช้บริการที่มากต้นทุนจึงถูกลงได้อีกมาก จากเดิมที่ผู้ให้บริการคิดบนฐานว่า มีผู้ต้องการใช้บริการเพียงร้อยละ 1  ดังนั้นการคิดค่าบริการที่ 99 บาท ถือว่าแพงเกินไป 

    ประเด็นต่อมาคือ การเตรียมความพร้อมเรื่องการถ่ายโอนเงินคงเหลือ เพราะเมื่อมีการให้บริการคงสิทธิเลขหมายแล้ว ผู้ใช้บริการในระบบจ่ายเงินล่วงหน้า (เติมเงิน) จะต้องจดทะเบียนกับรายเดิมก่อน และเมื่อโอนย้ายสำเร็จหากมีเงินคงเหลือ ไม่ควรที่ผู้ใช้บริการต้องย้อนกลับไปขอเงินคืนจากรายเดิมอีก  แต่ควรมีระบบที่อำนวยความสะดวกเช่น เมื่อโอนย้ายเครือข่ายใหม่สำเร็จแล้ว ผู้ให้บริการรายเดิมอาจส่งเป็นเช็ค หรือโอนย้ายเข้าบัญชีธนาคารให้ได้เลย ไม่ต้องให้ผู้ใช้บริการต้องกลับไปขอเงินคงเหลือคืนอีกรอบ  

    ผอ.สบท.กล่าวต่อไปว่า ในกรณีนี้รวมถึงบริการเสริมต่างๆ ด้วย  ถ้าเราโอนย้ายเครือข่าย บริการเสริมต่างๆ ก็สิ้นสุดไปด้วย แต่ในกรณีที่เป็นประเภทจ่ายเงินล่วงหน้า เช่น ตัดเงินไปก่อนแล้วสำหรับบริการ 1 เดือน แต่เราเพิ่งใช้บริการครึ่งเดือนแล้วโอนย้าย แปลว่า สิทธิในการรับบริการเสริมอีกครึ่งเดือนหายไป ซึ่งผู้ให้บริการต้องคืนเงินให้กับผู้ใช้บริการ หรืออาจมีการถ่ายโอนกันระหว่างผู้ให้บริการ เพื่อให้ผู้ใช้บริการไม่เสียสิทธิที่เหลืออยู่

    ประการต่อมาคือระยะเวลาในการโอนย้าย ซึ่งควรใช้ระยะเวลาในการโอนย้าย 3 วันตามที่กฎหมายระบุ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายเลขหมายเดียวหรือมากกว่า 25 เลขหมายก็ตาม เพราะการอ้างว่า จำนวนเลขหมายที่มากขึ้นทำให้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารมากนั้น ไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากปกติการตรวจสอบเอกสารจะตรวจสอบเจ้าของ คือ บัตรประชาชนและทะเบียนนิติบุคคล เท่านั้น

    “การขอโอนย้ายครั้งละหลายเลขหมาย ไม่ว่าจะเป็น 25 เลขหมายหรือ 100 เลขหมาย เท่ากับตรวจสอบหลักฐานครั้งเดียวใช้ได้เลย เวลาที่ใช้น่าจะสั้นกว่า ขณะที่ผู้บริโภค 100 คน 100 เลขหมาย เขาต้องตรวจสอบเอกสาร 100 ชุด ตรวจสอบเสร็จภายใน 3 วันได้ แต่ตรวจสอบเอกสารชุดเดียว 100 เบอร์ต้องใช้เวลา 20 วัน ดูไม่สมเหตุสมผล” ผอ.สบท. กล่าว

    และประเด็นสุดท้ายคือ การระบุว่า ผู้ใช้บริการต้องชำระหนี้ค้างชำระให้หมดก่อนนั้น เป็นจริงไม่ได้ เพราะถ้าใช้ระบบจดทะเบียน หนี้จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะตัดเครือข่ายเดิมแล้วต่อเครือข่ายใหม่สำเร็จ เนื่องจากแม้จะมีการตัดยอดบิลหลังสุด แต่ผู้บริโภคก็มีสิทธิใช้มือถือในช่วงก่อนโอนย้ายสำเร็จ  ดังนั้นระบบที่สมเหตุสมผลคือ การที่บริษัทแจ้งยอดหนี้ให้ผู้บริโภคทราบทีเดียวหลังการโอนย้าย เพื่อให้ชำระคืนเป็นยอดเดียว

About Author

shyboy

shyboy

Partners