คบท. ชี้ ต้องกำหนดการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคเป็นเงื่อนไขหนึ่งของการประมูลคลื่น 3G

โดย shyboy | 2 กรกฎาคม 2553 เมื่อ 17:42 น. | อ่าน 2
คบท. ติง กทช. อย่ารวบรัดออกร่างหลักเกณฑ์การจัดสรรคลื่น 3G ชี้ การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรืองสำคัญ ต้องกำหนดเป็นเงื่อนไขหนึ่งของผู้รับใบอนุญาต แนะประเด็นหลักต้องดูแล ทั้งเรื่องการสนับสนุนผู้ให้บริการรายใหม่ คุณสมบัติผู้ประมูลต้องไม่ทำผิดกฎหมาย กทช. ไม่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค

    คบท. ติง กทช. อย่ารวบรัดออกร่างหลักเกณฑ์การจัดสรรคลื่น 3G  ชี้ การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรืองสำคัญ ต้องกำหนดเป็นเงื่อนไขหนึ่งของผู้รับใบอนุญาต แนะประเด็นหลักต้องดูแล ทั้งเรื่องการสนับสนุนผู้ให้บริการรายใหม่ คุณสมบัติผู้ประมูลต้องไม่ทำผิดกฎหมาย กทช. ไม่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค กำหนดให้มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเงื่อนไขรับใบอนุญาต และการให้บริการต้องครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ

    ตามที่ กทช. ได้เตรียมการจัดสรรคลื่นความถี่ IMT หรือ 3G and beyond เพื่อผลักดันให้คนไทยได้ใช้บริการ 3G ภายในเร็ววัน และในวันนี้ (3 กรกฏาคม 2553) จะมีการประชุม บอร์ด กทช. วาระพิเศษ เพื่อรับร่างประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน ๒.๑ GHz นั้น 
   
    นางสาวสารี อ๋องสมหวัง  กรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (กบท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (คบท.) ในฐานะผู้มีหน้าที่ในการเสนอแนะแนวทางและให้ความเห็นแก่ กทช. เพื่อพิจารณาออกประกาศ หลักเกณฑ์ และมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคมให้มีประสิทธิผล มีความเห็นว่า ที่ผ่านมา แม้ กทช. จะได้ปรับปรุงรายละเอียดและหลักเกณฑ์ในการจัดสรรคลื่นความถี่ 3G ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน  แต่ คบท. เห็นว่า ในร่างดังกล่าวยังมีประเด็นสิทธิผู้บริโภคที่ยังมิได้รับการคุ้มครองอีกมาก  ซึ่ง กทช. ควรให้ความสำคัญ และกำหนดให้เป็นเงื่อนไขหนึ่งของผู้รับใบอนุญาต รวมถึงเรื่องราคาการประมูลที่ยังต่ำเกินไป

    “การประมูล 3G ครั้งนี้เป็นความพยายามครั้งที่ 2  ของ กทช.  เพราะฉะนั้นควรทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องรีบ เพื่อให้ร่างหลักเกณฑ์นี้มีความสมบูรณ์ มีมิติในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค  เพราะการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญในกิจการโทรคมนาคม  กทช. ต้องให้ความสำคัญและต้องเอาเงื่อนไขการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเงื่อนไขหนึ่งของผู้รับใบอนุญาต นอกจากนี้ราคาการประมูลยังต่ำเกินไป รับไม่ได้เพราะหากคำนวณส่วนแบ่งรายได้จากสัญญาร่วมการงานเดิมเพียงระยะเวลารับใบอนุญาตสั้นที่สุดคือ 3 ปี รัฐก็จะได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 118,200 ล้านบาท ขณะที่ครั้งนี้ระยะเวลาได้รับใบอนุญาตคือ 15  ปี แต่กำหนดราคาเริ่มต้นที่ หมื่นกว่าล้านบาท” นางสาวสารีกล่าว

    นอกจากนี้ประเด็นสำคัญในข้อเสนอของ คบท. คือ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคมอยู่เพียงไม่กี่ราย และเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่เพียง 3 ราย ซึ่งครองส่วนแบ่งทางการตลาดรวมกันประมาณ ร้อยละ 98  ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้บริการไม่มาก ถูกบีบรัดจากระบบการตลาดที่เกือบจะผูกขาด  ทั้งที่ โทรคมนาคมมีความสำคัญกับชีวิตคนไทยมากขึ้น ในฐานะที่เป็นสาธารณูปโภคประเภทหนึ่ง  ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการคือ การกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การประมูลที่เปิดโอกาสและสนับสนุน ให้มีผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามาแข่งขันมากขึ้น ด้วยวิธีการกำหนดจำนวนใบอนุญาตและระยะเวลาขอรับใบอนุญาต

    “คบท. เห็นว่า หากจำนวนใบอนุญาตคือ 3 ใบ โดยยึดหลัก n-1 คือพร้อมลดใบอนุญาตลงน้อยกว่าจำนวนผู้ประมูล 1 ใบในกรณีมีผู้เข้าประมูลน้อย กติกานี้ก็นับว่าดี แต่อาจจะเพิ่มเติมเงื่อนไขด้วยว่า กำหนดให้ใบอนุญาต 2 ใบสำหรับผู้ให้บริการรายเดิม และ 1 ใบสำหรับผู้ให้บริการรายใหม่ รวมทั้งขยายระยะเวลาสำหรับการยื่นแบบคำขอเป็น 90 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการรายใหม่มีเวลาเตรียมตัวได้ทัน เพราะการกำหนดระยะเวลายื่นขอรับใบอนุญาตเพียง 30 วันนั้นกระชั้นชิดเกินไป สำหรับผู้ให้บริการรายใหม่ที่ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวเพื่อร่วมประมูลโครงการขนาดใหญ่ และเหมือนจะเอื้อประโยชน์กับรายเก่ามากกว่า   หากเปรียบเทียบการประกวดราคาโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของประเทศ คือ โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ กำหนดระยะเวลาในการยื่นซองถึง 90 วันภายหลังประกาศ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันมีความพร้อมและเข้าร่วมได้มากที่สุด” นางสาวสารีกล่าว

    นอกจากนี้ ควรกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลต้องมีคุณสมบัติไม่เป็นผู้ดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายในปัจจุบันด้วย เพราะมิฉะนั้นอาจทำให้สาธารณชนเข้าใจได้ว่า องค์กรกำกับดูแลไม่ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายและการละเมิดสิทธิผู้บริโภค แต่กลับปล่อยให้ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายได้รับใบอนุญาตใหม่ ทำให้กฎหมายขาดความศักดิ์สิทธิ

    “เป็นที่ทราบกันดีว่า ทุกวันนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างให้บริการโดยมีลักษณะที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภคอย่างชัดเจน เช่น การกำหนดวันหมดอายุระบบเติมเงิน  การตั้งสถานีส่งสัญญาณโดยไม่ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ การไม่เปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมายทั้งที่ระยะเวลาล่วงเลยมากว่าที่กฎหมายกำหนด หรือ การไม่มีระบบรับเรื่องร้องเรียนทางโทรศัพท์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มีการละเมิดกฎหมายที่ทำกันจนกลายเป็นเรื่องปกติมากมาย ซึ่ง กทช. น่าจะใช้โอกาสนี้ในการกำหนดเป็นคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลต้องไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย “ นางสาวสารีกล่าว               
ด้าน นางสาวบุญยืน  ศิริธรรม  กบท. อีกท่านหนึ่ง กล่าวว่า ประเด็นสำคัญอีกประการคือ  ร่าง หลักเกณฑ์ 3G ควรกำหนดให้ชัดเจนในเรื่อง การสร้างโครงข่ายให้ครอบคลุม เนื่องจากในร่างกำหนดให้สร้างโครงข่ายครอบคลุมจำนวนประชากรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ภายใน 4 ปี แต่มิได้กำหนดมิติทางภูมิศาสตร์ จึงควรกำหนดว่า ต้องมีการให้บริการที่ครอบคลุมทุกอำเภอด้วย

    “ความสำคัญประการหนึ่งของ 3G   คือ เป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการบรอดแบนด์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ประชาชนผู้อยู่ห่างไกลด้วย  จึงควรกำหนดว่าอย่างน้อยต้องครอบคลุมทุกอำเภอ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกล หรือหน่วยราชการที่บริการประชาชนในที่ตั้งอำเภอนั้นสามารถเข้าถึงบริการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงได้ เพื่อลดช่องว่างทางดิจิตอล มิฉะนั้นการขยายเครือข่ายของผู้ให้บริการจะคำนึงถึงผลตอบแทนเชิงพาณิชย์เท่านั้น” นางสาวบุญยืนกล่าว

    นางสาวบุญยืน กล่าวต่อไปว่า นอกนี้ยังต้องมีการกำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคไว้ในเงื่อนไขใบอนุญาต เพราะที่ผ่านมาผู้ให้บริการมักจะต่อสู้หรือโต้แย้งประเด็นการกำกับดูแลโดยกฎหมาย ทั้งๆที่มาตรการต่าง ๆ ก่อนบังคับใช้ล้วนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมหรือกระบวนการทางปกครองที่ดีกับผู้ให้บริการ จึงควรเพิ่มการกำกับดูแลผ่านเงื่อนไขใบอนุญาต เพื่อให้ผู้ประกาบการไม่สามารถปฏิเสธได้ในภายหลัง เนื่องจากเป็นผู้ยอมรับเงื่อนไขนั้นตั้งแต่ต้น

    “จะเป็นเรื่องดีมากถ้าการประมูลครั้งนี้ จะนำไปสู่การแก้ปัญหาเดิมที่ผู้บริโภคต้องเผชิญอยู่ ด้วยการนำเรื่องการละเมิดสิทธิผู้บริโภคเหล่านั้นมากำหนดเป็นเงื่อนไขใบอนุญาต  เช่น ต้องมีการจัดระบบรับเรื่องร้องเรียนทางโทรศัพท์เลขหมายสี่ตัวโดยไม่คิดค่าบริการ  ต้องมีการจัดระบบแจ้งบอกรับและระบบยกเลิก SMS รบกวน การกำกับดูแลอัตราค่าบริการประเภทเสียงขั้นสูง ไม่เกิน 50 สตางค์ต่อนาที การกำกับดูแลค่าบริการตามระยะเวลาการใช้งานไม่ใช่ตามปริมาณข้อมูล หรือ การป้องกันเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมไปสู่กลุ่มเยาวชน อันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ซึ่งรายละเอียดทั้งหมด ทางคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ได้สรุปความเห็นเพื่อเสนอให้ กทช. พิจารณา ประกอบการร่าง หลักเกณฑ์ 3G แล้ว เพราะเราหวังว่า การประมูลครั้งนี้จะทำให้เกิดมาตรการในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคมากขึ้น คำนึงถึงผลกระทบทางสังคม ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคและรายได้ แต่เป็นการบริการคมนาคมที่นำไปสู่การพัฒนาสังคมที่ดีด้วย” นางสาวบุญยืนกล่าว   

About Author

shyboy

shyboy

Partners