5 จุดเด่น HUAWEI nova 4 ที่ห้ามพลาด

โดย Littlebear | 7 กุมภาพันธ์ 2562 เมื่อ 16:45 น. | อ่าน 26

ก่อนหน้านี้ mxphone นำเสนอบทความรีวิว HUAWEI NOVA 4 มือถือจอ PUNCH DISPLAY รุ่นแรกของไทย ที่มากับกล้องเลนส์กว้าง กันไปแล้ว มาวันนี้ จะพาไปเจาะลึกถึง 5 จุดเด่นที่มีบน Huawei nova 4 ที่เริ่มวางขายวันนี้ (7 ..) ว่าแต่ละจุดเด่นมีความสำคัญอย่างไร

1.Punch Display จอกระจกเจาะรู

Punch Display ถือเป็นจอแสดงผลรูปแบบใหม่ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากจอแบบ Notch หรือรอยบากบนหน้าจอ เพื่อให้การแสดงผลเต็มตามากขึ้น โดยถือเป็นนวัตกรรมที่ท้าทายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทุกราย

ทั้งเทคโนโลยีในการเจาะรูกระจก โดยทาง Huawei ใช้เทคนิค Blind-hole ในการออกแบบกล้องหน้าที่เล็กเพียง 3.05 มม. ให้อยู่ในแผงวงจรของเครื่อง แล้วนำกระจกทับลงมา ทำให้ไม่มีช่องว่างจากการผลิต ป้องกันไม่ให้ฝุ่นผงเข้าไปในเครื่อง

ขณะเดียวกัน ส่วนประกอบอื่นๆ ที่จากเดิมเคยอยู่ใน Notch ก็จะถูกพัฒนาไปพร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็นช่องลำโพงสนทนาขนาดเล็ก 0.85 มิลลิเมตร ที่ขอบบนของเครื่อง ภายในมีการซ่อนไฟแสดงสถานะ (LED) อยู่ด้วย ส่วนเซ็นเซอร์อื่นๆ ก็จะซ่อนเป็นส่วนหนึ่งของตัวเครื่องไป

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ nova 4 กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่มากับจอ 6.4 นิ้ว ที่ให้อัตราส่วนหน้าจอเมื่อเทียบกับตัวเครื่อง (Screen to body) อยู่ที่ 86.3% และถือเป็นสมาร์ทโฟนจอ Puch Display รุ่นแรกที่วางจำหน่ายในไทยด้วย

2.สเปคเรือธง

สเปคภายในของ nova 4 เรียกได้ว่าจัดมาให้แบบเต็มๆ จากหน่วยประมวลผล Kirin 970 ที่เป็นซีพียูเรือธงของรุ่นปีก่อนหน้า ถูกนำมาใช้กับเครื่องรุ่นนี้ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลภาพจาก GPU Turbo 2.0

พร้อมไปกับเพิ่ม RAM ขึ้นมาเป็น 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 128 GB ที่สำคัญคือแกะกล่องออกมาจะได้ใช้งาน EMUI 9.0.1 ที่มาพร้อมกับ Android 9.0 Pie ให้ใช้งานทันที ไม่ต้องรออัพเดตทีหลัง

เมื่อประกอบชิปเซ็ต Kirin 970 เข้ากับ GPU Turbo 2.0 และ RAM 8 GB ทำให้ nova 4 รองรับการเล่นเกม หรือประมวลผลหนักๆ ได้สบายๆ ไปจนถึงการใช้ AI มาช่วยประมวลผลในฟีเจอร์อย่าง HiVision เพื่อค้นหาสินค้า (AI Shopping) และวัดปริมาณแคลลอรี่ของอาหาร (AI Calories) ได้ด้วย

3.กล้องหลัง 3 ตัว เพิ่ม Ultra Wide ส่วนกล้องหน้ามี AI Selfie Superstar

อีกจุดเด่นที่ nova 4 ใส่มาให้ใช้งานกันคือเรื่องของกล้องหลัง 3 เลนส์ ที่ผนวกความสามารถของ AI เข้าไปด้วย ส่วนกล้องหน้าก็ใส่ AI Selfie Superstar ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มาให้ใช้งาน เรียกได้ว่าครบถ้วนทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง

ในส่วนของกล้องหน้าจะมีความพิเศษตรงที่ นอกจากใช้ AI ในการตรวจจับใบหน้าแล้ว ยังมีความสามารถในการวิเคราะห์ฉากหลัง เพื่อปรับสภาพแสงบริเวณใบหน้าให้ชัดเจนขึ้น ในชื่อฟีเจอร์ว่า AI Selfie Scenerary Recognition ที่จำแนกฉากหลังได้กว่า 200 ฉาก ใน 8 หมวด

ยังมีการถ่ายภาพแบบชดเชยแสง HDR Pro เพื่อให้ภาพเซลฟี่คมชัดทุกสภาพแสง พร้อมโหมด Portrait เซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอ ที่สามารถจัดแสงแบบ Portrait Lighting 3 แบบ และที่ขาดไม่ได้คือโหมด Beauty

ส่วนรายละเอียดของกล้องทั้ง 3 เลนส์ จะประกอบไปด้วย เลนส์หลัก 20 ล้านพิกเซล f/1.8 ที่มากับระบบโฟกัส PDAF ถัดมาเป็นกล้องเลนส์มุมกว้าง (Ultra-wide) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.2 สุดท้ายคือเลนส์ชัดลึก ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล f/2.4

ประกอบกับความฉลาดของ AI Scenerary Recognition ในการเลือกโหมดถ่ายภาพ ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบันทึกภายในที่แสงน้อยให้ออกมาคมชัดสวยงามไปในตัว

เลนส์ Ultra Wide ที่เพิ่มเข้ามาให้ ก็จะทำให้ถ่ายภาพได้มุมมองที่แปลกตามากขึ้น หรือเวลาที่ต้องเก็บภาพในพื้นที่จำกัด เลนส์ Ultra Wide ก็จะเข้ามาช่วยให้ไม่ต้องถอยหลังไปจนติดกำแพง ที่สำคัญคือปัญหาส่วนใหญ่ของการถ่ายภาพเลนส์มุมกว้างคือขอบภาพจะเบี้ยว ในจุดนี้ AI ของ nova 4 ก็จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย

4.สแกนนิ้วมือ / สแกนใบหน้า

ใครจะคิดว่าระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ที่ใช้งาน Android โชคดี ที่ไม่ต้องมาคอยปลดหน้ากากกันฝุ่น PM2.5 เพื่อปลดล็อกมือถือเหมือนบน iPhone ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าบน nova 4 จะปลดล็อกเครื่องได้ง่ายๆ สบายๆ

ข้อดีของ nova 4 คือผู้ใช้สามารถเลือกตั้งค่าการปลดล็อกตัวเครื่องได้ทั้งการสแกนลายนิ้วมือบริเวณด้านหลังตัวเครื่อง หรือเลือกปลดล็อกด้วยการสแกนใบหน้าได้พร้อมกัน โดยระบบจดจำทั้ง 2 รูปแบบไว้ ถ้านำนิ้วไปสแกนที่หลังเครื่อง ระบบเซ็นเซอร์ก็จะทำงาน หรือถ้าเปิดหน้าจอขึ้นมาระบบก็จะเลือกสแกนใบหน้าก่อน

5.คุ้มค่า คุ้มราคา

จะเห็นได้ว่าแม้ nova 4 จะเป็นเครื่องในกลุ่มกลางบน  ของ Huawei แต่ก็ใส่สเปคมาให้ในระดับเรือธง ในส่วนของดีไซน์ และการไล่เฉดสี Twilight ก็ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนทำให้มองว่าเป็นเครื่องประดับอีกชิ้นเวลาจับถือก็ว่าได้

การประกาศราคาจำหน่ายออกมาที่ 16,990 บาท ถือเป็นช่วงราคาที่น่าสนใจ เพราะเข้ามาแทนที่ Huawei nova 3 ที่กลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ขายดีของ Huawei ได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ได้มีการเพิ่มราคาจนทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงยากขึ้นเหมือนแบรนด์อื่นๆ

About Author

Littlebear

Littlebear

Partners