5 จุดเด่น FreeBuds3 หูฟัง True Wireless เสียงดีที่ไม่ต้องจ่ายแพง

โดย oatciiz | 6 ธันวาคม 2562 เมื่อ 15:39 น. | อ่าน 1,867

กระแสหูฟัง True Wireless ยังคุกรุ่นในวงการสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง ความสะดวกในการสวมใส่เป็นเหตุผลที่ผู้ใช้หันมาให้ความสนใจและยอมลงทุนกันมากขึ้น Huawei Freebuds3 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้และนี่คือ 5 จุดเด่นที่รู้แล้วจะรักเลย

Active Noise Cancellation เสียงชัดทุกสถานการณ์

การฟังจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าเสียงรบกวนน้อยลง ในหูฟัง Huawei Freebuds3 มีการใส่คุณสมบัติ Noise Cancellation มาให้ด้วย โดยทำหน้าที่ตัดเสียงรบกวนรอบข้างให้น้อยลงเพื่อให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสเสียงในหูฟังได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง การดูวีดิโอ หรือฟังเสียงบันทึกการประชุมที่สำคัญก็สามารถทำได้ ตรงนี้ก็แล้วแต่การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล

หลังจากที่ได้ลองคุณสมบัตินี้แล้วต้องวบอกว่าจะรู้สึกได้ชัดเจนเมื่อเราเชื่อมต่อ หูฟัง Huawei Freebuds3 กับสมาร์ทโฟนและใช้งานในสถานที่ต่างๆที่มีเสียงจอแจอาทิ รถไฟฟ้า ร้านกาแฟ หรือห้างสรรพสินค้า เมื่อเทียบกันแล้วระหว่างปิด Noise Cancellation และ เปิด Noise Cancellation ผลปรากฎว่าขณะที่เปิดเสียงรบกวนรอบข้างลดลงอย่างชัดเจน ถ้าอ้างอิงจากการใช้งานจริงของผู้เขียนเองที่ชอบนั่งทำงานในร้านกาแฟที่มีเสียงรบกวนมากมายทั้ง เสียงเครื่องชงกาแฟ เสียงพูดคุยของโต๊ะข้างๆ หรือแม้กระทั่งเพลงที่ทางร้านเปิดก็ดี Noise Cancellation เขาเอาอยู่จริงๆ 

เล่ามาก็ยาวแล้วมาถึงวิธีเปิดใช้งานกันหน่อยดีกว่า ก่อนอื่นต้อง โหลด Application Huawei Ai Life จากนั่นเชื่อมต่อหูฟังให้เรียบร้อย เลือก Huawei Freebuds3 ของเรา จากนั้นไปที่ การตัดเสียงรบกวน เลือกเปิดใช้งาน ตรงนี้เราสามารถกำหนดค่าได้ตามการได้ยินของแต่ละบุคคล เพียงปรับวงกลมในภาพตามต้องการ ซึ่งแต่ละตำแหน่งจะให้ค่า Noise Cancellation ที่แตกต่างกันออกไป

Aerodynamic Mic Duct Design ชัดทุกการสื่อสารไร้การรบกวน

นอกจากการฟังแล้วเสียงสนทนาก็สำคัญเช่นกัน Huawei Freebuds3 มีระบบตัดเสียงลมที่ดีมากๆ เราเรียกระบบนี้ว่า Aerodynamic Mic Duct Design ฟีเจอร์ตัดเสียงลมอุปสรรค์ใหญ่ของการสนทนาผ่านหูฟัง True Wireless

ก่อนหน้านี้ผู้เขียนได้มีโอกาสทดลองหูฟังหลายรุ่นหลายแบรนด์ด้วยกัน ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบจะไม่เกิดกับการฟังเพลงหรือดูวีดิโอ แต่ไปตกอยู่ที่การใช้เพื่อสนทนาเป็นหลัก ปลายสายจะได้ยินเสียงที่เราพูดไม่ชัดบ้าง เสียงเบาไปบ้าง แต่ Huawei Freebuds3 ได้แก้ปัญหานี้มาแล้วด้วย Aerodynamic Mic Duct Design

ความอยากรู้อยากลองเราทำการทดสอบในหลากหลายสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ได้หูฟังมา โดยโทรออกไปยังปลายสายในขณะที่เราเดินอยู่ริมถนนก็ดี ในห้างสรรพสินค้า บนรถไฟฟ้า ที่พีคที่สุดคือโทรออกขณะที่นั่งอยู่บนวินมอเตอร์ไซค์ ทุกสถานการณ์ผู้เขียนสามารถสื่อสารไปยังปลายทางได้แบบเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้จะปะทะกับลมแรงเราก็ยังได้ยินเสียงคู่สนทนาและเพิ่งมาทราบทีหลังว่า Huawei Freebuds3 มี Bone Sensor เป็นการตรวจจับกระดูกในหูของเราผ่านเซ็นเซอร์โดยใช้การสั่นของกระดูกในหูเพื่อให้เราได้ยินเสียงนั่นเอง

Dolphin Bionic Design สวมใส่กระชับหู

Huawei Freebuds3 เป็นหูฟัง Ear Bud ที่ตอนแรกเห็นรู้สึกแปลกใจเพราะดีไซน์ดูแปลกตา ตำแหน่งของก้านไมค์แยกส่วนออกมาค่อนข้างชัดเจน ทางแบรนด์บอกว่าเป็น Dolphin Bionic Design หรือหัวปลาโลมานั่นเอง พอมาเพ่งดูจริงๆก็แอบคล้ายอยู่เหมือนกันตัวบอดี้จึงเป็นไปในลักษณะโค้งมนและมีลักษณะป้านตรงบริเวณด้านหน้าซึ่งเป็นตำแหน่งของลำโพง

 ความรู้สึกเมื่อสวมใส่ค่อนข้างอธิบายให้เห็นภาพได้ยาก แต่จากประสบการณ์ต้องบอกว่าเป็นหูฟังที่ใส่แล้วกระชับในระดับดีเลยครับ เทคนิคคือเมื่อใส่ที่หูแล้วให้ขยับหาองศาเล็กน้อยแล้วจะได้ตำแหน่งที่เหมาะสม ใส่นั่งวินมอเตอร์ไซค์ในชั่วโมงเร่งด่วนก็ทำมาแล้วครับไม่หลุดแต่อย่างใด และถ้าหากถามว่าใสเป็นระยะเวลานานเจ็บหรือไม่นั้นส่วนตัวไม่เจ็บและไม่อึดอัด

แบตเตอรี่อึดและชาร์จง่าย ไร้สายก็รองรับ

เป็นอีกหนึ่งข้อดีของ Huawei Freebuds3 ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ สำหรับตัวเคสมากับดีไซน์ลักษณะวงกลม ด้านล่างมีพอร์ตชาร์จให้เป็น USB-C ที่ใช้งานสะดวกสามารถใช้งานร่วมกับสายชาร์จสมาร์ทโฟน Android ในปัจจุบันได้ และตัวเคสชาร์จยังรองรับกาชาร์จไร้สายในตัวโดยไม่ต้องซื้อเคสเพิ่มเติม สำหรับการชาร์จหนึ่งครั้งก็ใช้เวลาไม่นานครับ ไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็เต็มแล้ว

ผู้เขียนลองใส่ Huawei Freebuds3 ดูซีรี่ย์ใน Netflix มาแล้ว ผลปรากฎว่าดูไปทั้งหมด 5 ตอน ตอนละ 45 นาทีแบตเตอรี่จึงจะหมด รวมเวลาทั้งสิ้น 225 นาที หรือเกือบ 4 ชั่วโมง แต่สำหรับการใช้งานระหว่างวันนั้นทางแบรนด์เคลมว่าใช้งานได้ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมงและถ้าหากใช้ร่วมกับเคสจะสามารถใช้งานได้อีก 20 ชั่วโมงนั่นหมายความว่าใช้งานได้ตลอดทั้งวัน แต่โดยส่วนตัวแล้วยังไม่เคยใส่หูฟังครบ 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ใช้ขณะเดินทางเพื่อฟังเพลง ใส่เดินเล่น ช่วงเย็นก็ใส่ออกกำลังกาย เฉลี่ยแล้วใช้งานต่อการหยิบออกมาจากเคสอยู่ที่ 2 ชั่วโมงแบตเตอรี่ก็ยังไม่หมดครับ

Huawei Freebuds3 หูฟังที่จบได้ในราคา 4,990 บาท

จากเทคโนโลยีที่บอกมาทั้งหมดก็พอจะสรุปได้ว่า Huawei Freebuds3 เป็นหูฟัง True Wireless Ear Bud ที่เมื่อเทียบเทคโนโลยีที่ได้กับราคาค่าตัวถือว่าคุ้มกับเงินที่จ่าย เพราะมีคุณสมบัติที่หูฟังควรจะเป็นนั่นก็คือ เสียงดี สนทนาชัด แบตเตอรี่อยู่ได้ตลอดทั้งวัน และเคสยังสามารถชาร์จไร้สายได้โดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม เมื่อเทียบกับหูฟังแบรนด์อื่นที่ตัวหูฟังก็ราคาแอบแรงแต่ต้องมาซื้ออุปกรณ์เพิ่มราคาจากหลักพันก็จะไปแตะหลักหมื่นแล้ว เอาเป็นว่าในราคา 4,990 บาท Huawei Freebuds3 ทำการบ้านมาดี อุดรอยรั่วที่คู่แข่งมีในราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่งใครที่กำลังมองหาหูฟัง True Wireless อยู่ก็เก็บ Huawei Freebuds3 เป็นหนึ่งในตัวเลือกดูนะครับ

About Author

oatciiz

oatciiz

Partners