ภาพและคลิปฉาวบนมือถือ

โดย mchaw | 11 มิถุนายน 2550 เมื่อ 21:37 น. | อ่าน 136
จากคอลัมน์ M talk by mchaw นิตยสาร Mobile Mag ฉบับเดือน มีนาคม 07

สวัสดีคุณผู้อ่านครับ  ผ่านช่วงตรุษจีนมาไม่นาน หวังว่าหลายท่านคงจะได้อั่งเปากันถ้วนหน้า และ เข้ามาสู่เดือนที่ 3 ของปีซึ่งก็ตรงกับวันพิเศษทางพุทธศาสนาอีกวันหนึ่งนั่นคือ วันมาฆบูชา สมัยก่อนตอนผมเด็กๆก็จะได้ท่องเนื้อเพลงว่า “มาฆะ มาฆะ บูชา เรารู้กันว่า วันเพ็ญ เดือน สาม คนไทย น้ำใจงาม วันเพ็ญ เดือนสาม มาชุมนุมกันฯ”  ก็เพื่อให้สามารถทำข้อสอบเกี่ยวกับวิชา พุทธศาสนาได้นั่นเองครับ  แต่ไม่รู้ว่าสมัยนี้ เด็กๆเขายังเรียน ยังท่องแบบสมัยผมหรือเปล่า เพราะมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการเรียนการสอนกันเสมอมา จำได้ว่าสมัยมัธยม วิชาพุทธศาสนา จะเป็นวิชาที่พวกผมไม่ค่อยชอบมากที่สุด เพราะถึงเวลาก็จะต้องนั่งท่องบทสวดมนต์ต่างๆ และยังต้องนั่งสมาธิเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที ห้ามขยับ  คุณครูก็พูดจาเนิบๆ ชวนให้หลับ และแถมยังเป็นคาบเรียนช่วงบ่ายด้วย มาจับนั่งสมาธิเนี่ย ก็เลยมีหลายคนสัปปะหงก คำนับคุณครูไปตามๆกัน บางครั้งก็มีพระมาสอนธรรมะ ซึ่งท่านก็แสดงปาฐกถาที่ชวนให้เราง่วงจริงๆ แต่เมื่อโตมาจึงจะเข้าใจว่า แม้เราจะง่วงนอน หรือเบื่อ แต่สิ่งนั้นเองที่ทำให้เราสามารถเข้าใจหรือรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาเข้าไปโดยที่เราไม่รู้ตัว  และเมื่อถึงวันพิเศษต่างๆ ทางโรงเรียนก็มักจะพาไปเวียนเทียนที่วัดเสมอๆ


            อ่านถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านก็ทำคิ้วติดกัน แล้วคงคิดว่า เอ เจ้าผู้เขียนนี่ อย่างไรนะ  จั่วหัวไว้เรื่องหนึ่ง แต่เมื่ออ่านเนื้อหาแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกันแต่อย่างใด แล้วเรื่องศาสนา จะไปเกี่ยวข้องกับคลิปวีดีโอฉาวได้อย่างไร อ่านไปก็งง ไป  เอาละครับ เอาเป็นว่า เกี่ยวกันในแง่ของ หิริ โอตัปปะนั่นเอง ซึ่งหิริ คือ การมีความละอายต่อบาป และ  โอตัปปะ ก็คือการมีความเกรงกลัวในผลของบาป ซึ่งเดี๋ยวจะกล่าวต่อไปในเรื่องคลิปฉาวๆนั่นเองครับ 


                 ผมเองเชื่อว่า คุณผู้อ่านหลายๆท่านคงจะได้เคยเห็นคลิปวีดีโอจากโทรศัพท์มือถือกันบ้าง บางท่านอาจได้รับมาจากเพื่อนๆที่ส่งมาทาง MMS หรือบางท่าน อาจจะได้จากการนำไปโหลดมาจากที่ร้านค้าโทรศัพท์มือถือต่างๆ  หรือหลายท่านเวลาซื้อก็มักจะขอร้านให้แถมคลิปพิเศษๆนี้มาให้ หรือไม่ หลายท่านเองก็อาจจะถ่ายตัวเองหรือคนรักเอาไว้ดูกันเวลาคิดถึง ซึ่งในคลิปแบบหวานๆ จับมือกัน หรือหอมแก้มกันก็พอจะน่าเอ็นดู แบบนี้เด็กดูก็ไม่น่าเกลียด ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ดูก็น่าจะพอรับได้  แต่หากเป็นแบบถึงเนื้อถึงหนัง เลียนแบบพวกหนังยาจก(ไม่ค่อยมีเสื้อผ้าใส่)แล้วละก็ อันนี้ค่อนข้างหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมเป็นอย่างยิ่งครับ  แล้วเท่าที่ผ่านตาผมมานั้น (ผมเองก็ได้รับมาเหมือนกัน ซึ่งก็มีหลากประเภท ) หากเป็นคลิปพวกพรรคกระยาจกที่ว่า ก็มีทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการโชว์สัดส่วน เต้นแบบยั่วยวนประกอบเพลง ช่วยเหลือตัวเอง ช่วยเหลือผู้อื่น หรือช่วยซึ่งกันและกัน สองต่อสอง  หนึ่งต่อสาม  และอีกมากมาย สาธยายไม่หมด  และส่วนใหญ่แล้วจะเป็นฝ่ายชายที่เป็นผู้บันทึกภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ที่เดี๋ยวนี้พัฒนาไปไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นแบบภาพนิ่งที่3 ล้านพิกเซล แบบโฟกัสอัตโนมัติ แบบมาโคร เห็นชัดทุกรายละเอียดเลยทีเดียว หรือแบบคลิปวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงประกอบ ซึ่งมือถือหลายรุ่นก็ถ่ายกันได้ในขนาดที่ขึ้นจอทีวีได้แล้ว ดูๆไปบางคลิปไม่ต่างจากวีดีโออย่างว่าที่เขาถ่ายกันแบบมืออาชีพเลยทีเดียว แต่บางครั้ง ก็มีเหมือนกันครับ ที่ฝ่ายหญิงเป็นผู้ถ่ายประกอบด้วย


อันที่จริงการถ่ายกิจกรรมเข้าจังหวะบนเตียงนี้ ก็มีมานานแล้ว เพียงแต่เมื่อก่อนนั้น เทคโนโลยียังไม่ได้พัฒนาอย่างทุกวันนี้ ต้องใช้กล้องวีดีโอใหญ่ๆ ตั้งขาตั้ง แล้วถ่ายทำ  จากนั้น ก็เก็บม้วนไว้ดูกันสองคน แต่สมัยนี้ ความสามารถของโทรศัพท์มือถือทำได้ง่าย และไม่ยุ่งยาก อยากถ่ายที่ไหนเมื่อไรก็ได้ การกระทำเช่นนี้แหละที่เรียกว่า ขาดหิริโอตัปปะ และยังไม่คาดคิด หรือคำนึงถึงผลที่จะตามมาในอนาคต จนกระทั่งเกิดมีวีดีโอคลิปต่างๆ หลุดออกมา ซึ่งหลายท่านก็คงสงสัยอยู่เหมือนกันว่า เอ แล้วมันจะหลุดไปได้อย่างไรเล่า เมื่อมือถือก็อยู่กับเราหรือแฟนเราตลอด ใครจะมาแอบดูได้ หรือเอาไปได้อย่างไร  อย่าลืมนะครับ เดี๋ยวนี้ การสื่อสารด้วย MMS นั่นง่ายมาก หรือจะส่งไฟล์เข้าไปยัง คอมพิวเตอร์ก็แสนง่าย   


วัยรุ่นบางคน ซึ่งมีเพศสัมพันธ์กันได้ง่ายมาก เพียงแค่พอใจคุยกันไม่กี่คำ ก็เป็นแฟนกัน และสามารถชวนกันไปนอนได้หลักจากคบกันไม่นาน  เมื่อมีอะไรกันฝ่ายชายก็แอบถ่ายคลิปไว้ หรือบางทีก็ฝ่ายหญิงยินยอมเพราะเห็นว่าเป็นแฟนกันน่าจะเชื่อถือได้ กลายเป็นว่า แฟนตัวดีส่งต่อคลิปเหล่านี้ให้เพื่อนๆในโรงเรียนดู  กลายเป็นดาราหน้าจอมือถือไปโดยมิได้ตั้งใจนักต่อนักแล้ว  หรืออีกประเภทที่มีข่าวออกมาว่าพาแฟนไปให้เพื่อนๆข่มขืน แล้วถ่ายวีดีโอส่งต่อให้กันดู ลองนึกดูว่าฝ่ายหญิงนอกจากจะเสียตัวแล้ว ยังต้องมาเสียใจ และอับอายอีกแค่ไหน ส่วนผ่ายชายเองก็ถูกตำรวจจับ เสียอนาคตไปทั้งชีวิต ปัญหาในส่วนนี้ก็ฝากให้คุณผู้อ่านที่มีน้องๆลูกๆหลานๆ หรือเพื่อนๆ ที่อยู่ในวัยเสี่ยง ให้ช่วยเตือนให้ระวังภัยเหล่านี้ด้วย ให้ดีก็คือต้องพยายามอย่าริรักในวัยเรียน หรือหากรักก็ให้เป็นรักแบบสร้างสรรค์ โดยเฉพาะผู้ชายต้องให้เกียรติฝ่ายหญิง ให้คิดว่าเขาเป็นญาติเรา อย่าไปทำอะไรที่ไม่ควร 


ในทางกลับกัน  มีหลายครั้งที่ได้ยินมาว่า ฝ่ายชายที่ไปมีสัมพันธ์กับฝ่ายหญิงเนื่องจากเป็นแฟนกันในขณะที่ยังเรียนอยู่   แต่พ่อ แม่ฝ่ายหญิงรู้เรื่องเข้าไม่พอใจ และเห็นว่าฐานะทางบ้านฝ่ายชายดี ก็ขู่เอาเงินเอาทอง หากไม่ยอมก็จะไปแจ้งตำรวจ ผู้หญิงก็ยอมตามพ่อแม่ กรณีนี้หากฝ่ายหญิงเป็นเด็กอายุไม่ถึง 15 ปีแล้วโทษทางกฎหมายก็ยิ่งรุนแรง ดังนั้น ฝ่ายชายเองก็ต้องหัดให้มีความยับยั้งชั่งใจ ลดละความอยากก่อนถึงวัยอันควร เพื่อหลีกเลี่ยงคุก ตะรางด้วยครับ


เขียนไปเขียนมา กลายเป็นเรื่องปัญหาสังคมไปแล้ว เอาละ วกกลับมาเข้าเรื่องคลิปกันต่ออีกสักหน่อยครับ กรณีมีคลิปติดเรท ระหว่างคุณกับแฟนอยู่ในโทรศัพท์มือถือคุณผู้อ่าน แล้วเก็บเงียบเอาไว้ดูเอง หรืออาจจะโหลดเก็บไว้ใน คอมพิวเตอร์เพื่อดูเวลาคิดถึงแฟนก็ตาม คุณอย่าคิดว่าจะไม่มีทางเผยแพร่ไปไหนต่อไหนได้นะครับ จำได้ไหมครับ ว่า คลิปที่เป็นข่าวดังๆขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ที่ผ่านๆมานั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นคลิปที่ถ่ายไว้ดูเล่นกันเองทั้งนั้น แต่กลับกลายไปเป็นคลิปสาธารณะได้โดยเจ้าตัวเองก็ไม่รู้ ทราบอีกทีก็เห็นหน้าคุ้นๆอยู่ที่มือถือคนอื่น หรือเป็นข่าวเสียแล้ว วิธีการที่จะหลุดไปจากมือถือของคุณอย่างง่ายๆที่สุดคือ ในบางครั้ง คุณอาจจะให้เพื่อนยืมมือถือไปเล่น โดยเฉพาะบางครั้งที่คุณได้มือถือมาใหม่อยากอวด เพื่อนก็ยืมไปดู ดูไปดูมาเห็นคลิปที่ว่า เพื่อนก็หวังดีอยากให้คุณกับแฟนเป็นดารา ก็ส่งคลิปดังกล่าวผ่านทาง MMS บลูทูธ อินฟราเรด หรือ คัดลอกลงเมมโมรี่ไปเปิดอีกเครื่อง เท่านี้คลิปของคุณก็ถูกกระจายไปในวงกว้างอย่างง่ายดาย หรือในบางกรณีมือถือติดขัด ใช้การไม่ได้ตามปกติ ไปให้ร้านซ่อมแก้ไขให้ เขาก็แอบโหลดคลิปต่างๆไปเก็บไว้โดยเราไม่รู้ตัว  หรือในบางครั้งที่เราเปลี่ยนมือถือบ่อยๆ เครื่องเก่าก็ขายไปตามร้านที่รับซื้อมือสอง เชื่อไหมครับ แม้กระทั่งเราลบคลิป หรือรูปออกจากเมมโมรี่การ์ดในมือถือเราเป็นเดือนๆแล้ว  เขาก็สามารถทำการกู้ข้อมูลดังกล่าวได้ เห็นไหมครับ ว่ามันง่ายมากที่จะถูกกระจายออกไป  หากเป็นรูปหรือคลิปในคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน เวลาคอมเราเกิดติดไวรัส ต้องส่งศูนย์ซ่อม ก็ถูกคัดลอกคลิปดังกล่าวไว้โดยที่เราก็ไม่รู้อีกเช่นกันครับ


 ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้คลิปของเราหลุดไปยังผู้อื่นก็คือ อย่าไปถ่ายมันครับ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราถ่ายแล้ว เราต้องมานั่งกังวลว่าจะถูกขโมยความลับออกไป  อย่างไรก็ดี ในบางครั้งเมื่อเราต้องขายมือถือที่ใช้อยู่ให้กับคนอื่น แม้ว่าจะไม่มีคลิปหรือรูปที่ติดเรท ก็ตาม แต่อาจมีรูปคนในครอบครัว หรือ รูปส่วนตัวที่เราก็ไม่ได้อยากให้คนอื่นดู  แนะนำอย่างนี้ครับ  เดี๋ยวนี้มือถือหลายรุ่นมักจะใส่เมมโมรี่การ์ดเพิ่มเติมได้ ให้เราดึงการ์ดนั้นออกมาไม่ต้องขายให้เขาไปด้วย หรือหากจะขายยกชุด ให้เราซื้อเมมโมรี่การ์ดต่างหากมาใช้งาน และเมื่อขายก็ดึงการ์ดที่ใช้ออก ใส่การ์ดติดตัวเครื่องขายไปตามสภาพ และแนะนำให้ลบข้อมูลต่างๆไม่ว่าจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ในสมุดโทรศัพท์ของมือถือ หรือแม้กระทั่งโน้ตต่างๆและบันทึกข้อความ บันทึกนัดหมายออกให้หมด หากเครื่องรุ่นใดสามารถจะทำการ Hard Reset หรือ Format ได้ ให้ทำการ Hard Reset หรือ Format เพื่อไม่ให้มีข้อมูลใดๆหลงเหลือยู่อีกต่อไปครับ อย่างนี้ก็น่าจะสบายใจไปได้ละว่าข้อมูลหรือความลับต่างๆของเราจะไม่รั่วไหลไปสู่คนแปลกหน้าครับ


คลิปฉาวอีกประเภทที่นิยมกันไม่น้อยหน้าคลิปคู่นอน ก็คือ คลิปแอบถ่าย ไม่ว่าจะเป็นการแอบถ่ายในห้องน้ำ ตามโรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า หรือที่สาธารณะต่างๆ หรือจะเป็นคลิปแอบถ่ายใต้กระโปรงประเภทสาวๆนุ่งสั้น นั่งไขว่ห้าง นั่งบนรถเมล์ หรือแม้กระทั่งตามบันไดเลื่อนหรือบันไดขึ้นสะพานลอยต่างๆ ก็มีให้เห็นอย่างมากมายครับ คลิปแบบนี้ ฝ่ายผู้ถ่าย(ซึ่งก็มักเป็นฝ่ายชายอีกนั่นแหละ) ต้องใช้ความสามารถในการถ่ายไม่น้อย ในหลายๆกรณีก็เป็นข่าวโดนแจ้งจับ ข้อหาอนาจาร ขึ้นหน้า1 หนังสือพิมพ์ไปก็มี  บางคนมีฐานะการงานมั่นคง หรือมีหน้ามีตาในสังคมด้วยซ้ำ ก็ยังไม่อาจมีหิริโอตัปปะได้ ดังนั้น การเรียนสูงๆหรือหน้าที่การงานดีๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้จิตใจดีเสมอไปครับ ข้อนี้ต้องขอฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการศึกษาของเราว่า ทำอย่างไรจึงจะปลูกฝังให้เด็กๆมีจิตสำนึกในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และมีหิริโอตัปปะ ได้ในระดับที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อตนเองและผู้อื่น


คลิปฉาวประเภทสุดท้ายที่จะขอกล่าวไว้ด้วยก็คือข่าวที่เกิดขึ้นมาแล้ว หลายท่านคงจะเคยได้ยินว่า เดี๋ยวนี้ เด็ก หรือวัยรุ่นผู้หญิงบางคน ติดเรื่องโทรศัพท์คุยกับเพื่อนวันหนึ่งหลายๆชั่วโมง จนค่าโทรศัพท์แพงกว่าค่าเทอมหลายเท่าตัว หลายคนค่าโทรเดือนหนึ่ง หลายพันบาท ก็เลยคิดหาค่าโทรทางลัด โดยการถ่ายภาพลับเฉพาะของตัวเองลงในโทรศัพท์มือถือแล้วส่ง MMS ไปให้กับลูกค้า ที่โอนเงินค่าโทรมาให้  หรืออาจจะเป็นการให้รหัสบัตรเติมเงินเพื่อใช้เป็นค่าโทรศัพท์    นอกจากจะดูเป็นพวกไร้ยางอายแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอีกเช่นกัน ข้อนี้ต้องฝากให้ผู้ปกครองช่วยดูแลสอดส่องให้ทั่วถึง ว่าลูกหลานท่านมีพฤติกรรมดังกล่าวนี้หรือไม่ด้วยครับ


ปัจจุบันสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี  ช่วยให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันก็จริง  แต่ก็มีโทษอย่างมากหากเรานำไปใช้ในทางที่ผิด ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่เรากระทำสิ่งใดก็ตาม ให้คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม หรือเอาง่ายๆว่า หากจะทำอะไร แล้วลองนึกก่อนสักนิดว่ามันดูขัดๆกับความรู้สึกหรือไม่ เพราะบางครั้งเมื่อจะทำจะรู้สึกกระดากๆในครั้งแรก หากเราอดกลั้นได้ แล้วไม่ทำ ก็จะเป็นการตัดตอนการกระทำที่ไม่ควรไปได้  แต่หากเรามีการทำครั้งแรกผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว ต่อไปเราก็ไม่สามารถนำเอาวิธีวัดด้วยความรู้สึกแบบนี้มาใช้ได้อีก เพราะเราจะเริ่มชินกับการกระทำ และเห็นว่าเป็นสิ่งปกติที่ไม่ผิด  ฝากไว้ให้ผู้อ่านทุกท่านได้เป็นความรู้ และ ทำอะไรก็นึกถึง หิริ โอตัปปะกันบ้าง  


 เขียนเรื่องที่มีภาษาทางศาสนามาเกี่ยวข้องจะทำให้คุณผู้อ่านเบื่อก่อนหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ผมก็รู้สึกว่าน่าจะให้มีอะไรเป็นสิ่งสะกิดเตือนใจเพื่อให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้นบ้าง แม้จะมีส่วนไม่มากนัก แต่ก็เป็นความภูมิใจส่วนตัวว่าอย่างน้อยก็มีสำนึกรับผิดชอบร่วมกับคนในสังคมบ้างครับ  หากมีข้อสงสัย หรืออยากจะคุยกันส่วนตัวก็อีเมล์มาคุยกันได้นะครับที่ mchawz@gmail.com อ้างสักนิดว่าจากคอลัมน์ M Talk ใน Mobile MaG   ฉบับนี้ต้องขอลาไปก่อน ขอบุญรักษาคุณผู้อ่านทุกท่านครับ/ mchaw

About Author

mchaw

mchaw

Partners