ไอ-โมบาย เปิดกลยุทธ์รุกตลาดปี 53 ให้บริการโทรคมนาคมครบวงจร เผยโฉมครั้งแรก i-mobile 3G X เติมเต็มประสิทธิภาพ 3G

โดย shyboy | 3 ธันวาคม 2552 เมื่อ 22:10 น. | อ่าน 96
บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) เปิดกลยุทธ์รุกตลาดปี 2553 ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบครบวงจร โดยผสานเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์มัลติมีเดีย พร้อม คอนเทนต์ แอพพลิเคชั่น และบริการพิเศษ ตั้งเป้ายอดขายโทรศัพท์มือถือ "i-mobile" ในประเทศจำนวน 3.2 ล้านเครื่อง ในปี 2553

          กรุงเทพฯ (2 ธันวาคม 2552) บริษัท สามารถ ไอโมบาย จำกัด (มหาชน) เปิดกลยุทธ์รุกตลาดปี 2553 ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบครบวงจร โดยผสานเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์มัลติมีเดีย พร้อม  คอนเทนต์ แอพพลิเคชั่น และบริการพิเศษ ตั้งเป้ายอดขายโทรศัพท์มือถือ i-mobile” ในประเทศจำนวน 3.2 ล้านเครื่อง ในปี 2553 สร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ “ครบจริง ได้ใจ ต้อง ไอโมบาย เท่านั้น”       เผยโฉมโทรศัพท์มือถือ 18 รุ่นใหม่ เช่น มือถือ 3G แอนดรอยด์ ทัชสกรีน ทีวี สองซิม และมือถือเกม มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เป็นมากกว่าโทรศัพท์มือถือ ด้วยการให้บริการระบบ 3G ภายใต้แบรนด์ i-mobile 3G X ที่เหนือกว่า  ในรูปแบบ เติมเต็มประสิทธิภาพ 3G ด้วยผลิตภัณฑ์ และแพ็กเกจบริการที่หลากหลาย โดดเด่นด้วยการใช้งานแอพพลิเคชั่นบนเครือข่ายระบบ 3G เช่น VDO Messaging, VDO Streaming และ VDO Horo พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ และโทรศัพท์มือถือ 3G โดยผนึกกำลังพาร์ทเนอร์แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ Sony Ericsson, Samsung, Nokia, LG, HTC และ Acer เปิดตัวครั้งแรก วันที่ 3 – 7 ธันวาคมนี้ ที่บริเวณ ลาน Dazzle ชั้น 1 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เวิลด์

 

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถ ไอโมบาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2552 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายโทรศัพท์มือถือแบรนด์ i-mobile จำนวน 2.7 ล้านเครื่อง หรือคิดเป็นส่วนแบ่งของตลาดกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ โดย ไอโมบาย นำเสนอโทรศัพท์มือถือที่มีคุณภาพสูง และตอบสนองความต้องการของตลาด สำหรับปี 2553 นั้น บริษัทฯ ตั้งเป้าว่าจะทำยอดขายได้ จำนวน 3.2 ล้านเครื่องในประเทศ ส่วนตลาดต่างประเทศนั้น      ไอโมบาย ยังคงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือจำนวน 1.2 ล้านเครื่อง ด้วยการสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดหลัก เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และรุกตลาดใหม่ในประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์และ อินเดีย ทั้งนี้ ไอโมบาย ได้วางกลยุทธ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านผลิตภัณฑ์ ที่โดดเด่นทั้งฟังก์ชั่นการใช้งาน และรูปแบบดีไซน์ รวมทั้งการพัฒนาด้านคอนเทนต์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้        ที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปจนถึงการให้บริการลูกค้าที่มั่นใจได้ในประสิทธิภาพอันดับหนึ่งผ่านจุดให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ”

 

นอกจาก การสร้างความแตกต่างของแบรนด์ด้วยผลิตภัณฑ์ และบริการต่างๆ แล้ว กลยุทธ์หลักทางธุรกิจของ ไอโมบายในปี 2553 คือ การก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบครบวงจร โดยการให้บริการระบบ 3G ของ ทีโอที หรือ  TOT 3G ในรูปแบบ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) โดย ไอโมบาย มุ่งเน้นที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ใช้ด้วยการให้บริการภายใต้แบรนด์ i-mobile 3G X ในรูปแบบเติมเต็มประสิทธิภาพ 3G เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากยิ่งขึ้น ด้วยผลิตภัณฑ์ และบริการที่ครบครัน 4 ด้าน คือ  แพ็กเกจบริการ 3G พร้อมการบันเดิลผลิตภัณฑ์, การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 3G ทั้งแบรนด์ i-mobile และแบรนด์อื่นๆ, การให้บริการคอนเทนต์ และแอพลิเคชั่น เช่น VDO Messaging, VDO Chat และ VDO Horo และการให้บริการลูกค้าผ่าน ไอโมบาย ช็อป และตัวแทนจำหน่ายของ ไอโมบาย ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดย ไอโมบาย ได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์แบรนด์ชั้นนำ เพื่อนำเสนอโทรศัพท์มือถือ และผลิตภัณฑ์ 3G และพาร์ทเนอร์ที่นำเสนอคอนเทนต์ต่างๆ เพื่อให้บริการที่ครบครันแก่ลูกค้า โดย ไอโมบาย จะจัดทำแพ็กเกจผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม พร้อมนำเสนอบริการใหม่ซึ่งพัฒนาต่อยอดได้บนระบบ 3G” นายวัฒน์ชัย กล่าวต่อ


         นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอโมบาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไอโมบาย วางแผนรุกตลาดเพื่อรักษาความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์การเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมัลติมีเดีย และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการรูปแบบใหม่เพื่อรองรับระบบ 3G โดยในช่วงเดือนธันวาคมนี้ได้ทยอยเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ และผลิตภัณฑ์ใหม่รวม 18 รุ่น โดยแบ่งเป็นมัลติมีเดียโฟน 11 รุ่น ครอบคลุมทั้งกลุ่มที่ราคาต่ำกว่า 1,000 บาท และกลุ่ม Mid-Low ที่นำเสนอฟังก์ชั่นตรงกับความต้องการ เช่น ทัชสกรีน ดูทีวี สองซิม มือถือเกม มือถือ QWERTY และมาพร้อมการใช้งาน Pushmail และใช้แอพพลิเคชั่น Social Networking เช่น Facebook และ msn รวมทั้ง กลุ่มมือถือที่รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ด้วยระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ และ วินโดวส์ นอกจากนี้ ไอโมบาย ยังเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ และผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 3G เช่น USB Modem อีก 7 รุ่น เพื่อให้ลูกค้าได้พบกับประสบการณ์ใหม่จากการใช้งานบนระบบ 3G พร้อมจับมือพาร์ทเนอร์เพื่อจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ และผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำ เช่น โซนี่ อีริคสัน ซัมซุง โนเกีย แอลจี และ เอชทีซี รวมทั้ง โน้ตบุ๊คจาก เอเซอร์ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย

 

            นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์กลุ่ม 3G ที่ครบครันแล้ว ไอโมบาย ยังนำเสนอคอนเทนต์ และ แอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นโดย บริษัท เบรน ซอร์ส จำกัด เพื่อรองรับการใช้งาน 3G ซึ่งจะเน้นการใช้งานด้านข้อมูล โดยแบ่งแอพพลิเคชั่นออกเป็น 6 กลุ่มหลัก ได้แก่  Video Streaming ชมภาพยนตร์แบบเต็มเรื่อง ชมคลิปฟุตบอลไทยลีก, Video Messaging, Video Horo ดูดวงสดแบบเห็นหน้ากับหมอดูชื่อดัง EDT Mapการแนะนำสถานที่กินดื่มเที่ยวพร้อมพิกัดแผนที่ การใช้งาน Social Networking เช่น เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ และ Start Pages หน้าอัพเดตข่าวเมื่อเชื่อมต่อ USB Modemทั้งนี้       ไอโมบาย พร้อมให้บริการลูกค้าด้วยแพ็กเกจ 3G ทั้งซิมการ์ดแบบเติมเงิน และ แบบรายเดือน ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมนี้ ภายในงานเปิดตัว i-mobile 3G X พร้อมการให้บริการที่ ไอโมบาย ช็อป 30 สาขา และร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับช่วงเปิดตัว ไอโมบาย ได้วางแผนงบการตลาดประมาณ 30-40 ล้านบาท โดยจะเน้นการทำตลาดแบบ บีโลว์ เดอะ ไลน์ และ การจัดกิจกรรมโปรโมต รวมทั้งการโฆษณา ณ จุดขาย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และผู้ที่ต้องการใช้คอนเทนต์ แอพพลิเคชั่นระบบ 3G เพื่อสร้างการรับรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับบริการ i-mobile 3G X”



 

ทั้งนี้ ไอโมบาย ได้จัดบูธกิจกรรมเปิดตัว i-mobile 3G X พร้อมนำเสนอโทรศัพท์มือถือ และผลิตภัณฑ์ 3G จากแบรนด์ต่างๆ ได้แก่ i-mobile, Sony Ericsson, Samsung, Nokia, LG, HTC และ Acer ที่บริเวณ โซน Dazzle ชั้น 1 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เวิลด์ ระหว่างวันที่ 3 – 7 ธันวาคมนี้ โดยลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์มือถือ 3G ภายในงาน จะได้รับซิมการ์ด i-mobile 3G X ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของ i-mobile 3G X ได้ที่ i-mobile 3G X Call Center โทร. 0-2575-5599 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.i-mobile3GX.com และ www.i-mobilephone.com

 

ไอโมบาย นำเสนอโทรศัพท์มือถือ i-mobile 3G จำนวน 5 รุ่น และ USB Modem จำนวน 2 รุ่น ได้แก่

– i-mobile 3G 3530: โทรศัพท์มือถือ 3G หน้าจอ 2.0 นิ้ว กล้อง  VGA หน้าหลัง วางจำหน่ายแล้วในราคา 3,990 บาท

– i-mobile 3G 5511: โทรศัพท์มือถือ 3G, 3.6 Mbps หน้าจอ 2.4” ทัชสกรีนเมนู กล้อง 3 ล้านพิกเซล วางจำหน่ายแล้วในราคา 4,790 บาท

– i-mobile 3G 5520: โทรศัพท์มือถือ 3G, 3.6 Mbps หน้าจอ 2.4” ทัชสกรีน Half QWERTY กล้อง 3 ล้านพิกเซล เตรียมวางจำหน่ายราคา 4,990 บาท

– i-mobile 3G 6530: โทรศัพท์มือถือ 3G, 3.6 Mbps หน้าจอ 2.8” ทัชสกรีน กล้อง 2 ล้านพิกเซล เตรียมวางจำหน่ายราคา 6,990 บาท

– i-mobile 3G 8500: โทรศัพท์มือถือ 3G ระบบปฎิบัติการ Android หน้าจอ 3.2” Capac Touch, กล้อง 5 ล้านพิกเซล เตรียมวางจำหน่ายราคา 8,900 บาท

– i-mobile U3300: USB Modem 3.6 Mbps วางจำหน่ายแล้วในราคา 2,390 บาท

– i-mobile U3500: USB Modem 7.2 Mbps วางจำหน่ายแล้วในราคา 3,390 บาท

 




            ไอโมบาย จัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ 3G จากแบรนด์ต่างๆ พร้อมแพ็กเกจบริการ i-mobile 3G X เช่น         Sony Ericsson J105 Naite, Samsung Omnia Lite และ Samsung Candy Pro, HTC Hero และ HTC HD2, โน้ตบุ๊ค Acer Aspire one Pro ทั้งนี้  ไอโมบาย ได้ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย นำเสนอนวัตกรรมการเงินผ่านระบบ 3G ด้วยการมอบแพ็กเกจพิเศษสำหรับลูกค้า i-mobile 3G X  พร้อมการให้บริการด้านธุรกรรมสำหรับลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถือบนระบบ 3G เช่น VDO Call และ VDO Streaming อีกด้วย

 

            นอกจากนี้ ไอโมบาย ยังแนะนำโทรศัพท์มือถือมัลติมีเดีย 11 รุ่นใหม่ รองรับการใช้งานที่หลกหลาย เช่น            i-mobile Hitz 2210 มือถือสองซิม   โทรได้นาน 17 ชั่วโมง, i-mobile IE 3200, IE 3210 และ IE 3250 มือถือสองซิมสุดคุ้ม แบบทัชสกรีน และแป้นพิมพ์ QWERTY สนุกกับการใช้งาน Facebook, msn, i-mobile PANO DC 5210 กล้อง 5 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพแบบพาโนรามา, i-mobile GM 5220 และ GM 5221 มือถือเกม รวมทั้ง i-mobile 6010 Android ด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่รองรับการใช้งานได้ครบครัน

– i-mobile Hitz 1010 : หน้าจอสี 1.4 นิ้ว วิทยุ เอฟ เอ็ม, สปีกเกอร์ โฟน และ ไฟฉาย ราคา 990 บาท

– i-mobile Hitz 2205 : มือถือสองซิม หน้าจอ 1.5 นิ้ว พร้อมกล้องดิจิตอล ราคา 1,590 บาท

– i-mobile Hitz 2210: มือถือสองซิม, โทรได้นาน 17 ชั่วโมง พร้อมกล้อง VGA และ ไฟฉาย ราคา 1,990 บาท

– i-mobile  Hitz 3201 : มือถือสองซิม ดูทีวีฟรีทุกที่ด้วย ออโต้ ทีวี จูนเนอร์ พร้อมกล้อง VGA ราคา 2,790 บาท

– i-mobile IE 3200 : มือถือ สองซิมทัชสกรีน 2.4 นิ้ว ดูทีวีฟรี กล้อง 2 ล้านพิกเซล และใช้งาน Facebook, MSN ราคา 3,990 บาท

– i-mobile IE 3210 : มือถือ สองซิมทัชสกรีน  2.8 นิ้ว ดูทีวีฟรี กล้อง 2 ล้านพิกเซล ใช้งาน Facebook, MSN ราคา 3,490 บาท

– i-mobile IE 3250 : มือถือ สองซิม แป้นพิมพ์ QWERTY ดูทีวีฟรี กล้อง 2 ล้านพิกเซล ใช้งาน Facebook, MSN ราคา 3,290 บาท

– i-mobile PANO DC 5210 : มือถือ สองซิม ทัชกสรีน หน้าจอ 3.0 นิ้ว กล้องคาสิโอ ฮิตาชิ  5 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพคมชัดมุมกว้างแบบพาโนรามา ดูทีวีฟรี พร้อมรองรับการใช้งาน Facebook, MSN ราคา 4,490 บาท

– i-mobile GM 5220 : มือถือสองซิม รองรับเกม Nintendo NES/SNES, Gameboy, Gameboy Advanced  กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมฟังก์ชั่น Face detection และดูทีวีฟรี ทุกที่ทุกเวลา ราคา 4,690 บาท

– i-mobile GM 5221 : สไลด์โฟน Half QWERTY สองซิม, รองรับเกม Nintendo NES/SNES, Gameboy, Gameboy Advanced  กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมฟังก์ชั่น Face detection  และดูทีวีฟรี ทุกที่ทุกเวลา ราคา 4,790 บาท

– i-mobile 6010 Android : มือถือระบบปฏิบัติการ Android หน้าจอสัมผัสกว้าง 3.0 นิ้ว รองรับการใช้งาน Google Map, Google Search พร้อมกล้องดิจิตอล 3.2 ล้านพิกเซล ราคา 7,490 บาท

About Author

shyboy

shyboy