เอ.อาร์.ไอพี สุดปลื้ม ‘คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2009’ คึกคัก คนแห่ซื้อสินค้าไอที ดันยอดทะลุเป้า

โดย shyboy | 10 พฤศจิกายน 2552 เมื่อ 17:36 น. | อ่าน 5
ตลาดไอทีคึกคักส่งท้ายปี ผู้บริโภคขานรับแห่ร่วมงานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2009 คับคั่ง ดันยอดขายในงานทะลุเป้า ชี้แววเศรษฐกิจปีหน้าสดใส ด้านเอ.อาร์.ไอพีมั่นใจตลาดสินค้าไอทีโตได้อีก ขณะที่เวิร์กชอปคนล้นหลาม เปิดช่องต่อยอดกิจกรรมตอบรับกระแสผู้บริโภค

9 พฤศจิกายน 2552 — นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์          พับลิเคชัน จำกัด ผู้จัดงานคอมมาร์ต เปิดเผยถึงความสำเร็จของงาน  คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2009” ซึ่งนับเป็นการจัดงานคอมมาร์ตครั้งที่ 23 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 8 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมาว่า การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามความคาดหมาย ด้วยเม็ดเงินสะพัดภายในงานตลอด 4 วัน กว่า 4,000 ล้านบาท ทะลุเป้าจากเดิมที่ตั้งไว้ 3,500 ล้านบาท จากผู้เข้าชมงานราว 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากงานคอมมาร์ต คอมเทคครั้งที่ผ่านมาซึ่งมียอดขายรวมที่ 3,200 ล้านบาท ด้านโน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กมียอดขายรวม 2,458 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นสินค้าไอทีที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของงาน

 

ARiP พอใจกับภาพรวมการจัดงานในครั้งนี้เป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้า ไอทีรวมทั้งปีให้เพิ่มขึ้นมาได้ อีกทั้งยังช่วยสร้างสีสันให้ตลาดไอทีส่งท้ายปี 52 จากการเปิดตัวสินค้าใหม่รวมกว่า 50 รายการในงานครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นจำนวนที่มากเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการจัดงานคอมมาร์ตเป็นต้นมา สำหรับการที่ยอดขายในงานทะลุเป้านี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลทางจิตวิทยาจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจตามโครงการ  ไทยเข้มแข็งของรัฐบาล ซึ่งทำให้ภาคเอกชนรู้สึกถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจขาขึ้นอย่างชัดเจน จึงกล้าที่จะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำตลาด ตลอดจนการเทงบการตลาดมาทุ่มกำลังลดแลกแจกแถมเอาใจผู้ซื้อ สร้างความคึกคักให้กับตลาดกันเต็มที่ ด้านผู้บริโภคก็รู้สึกมั่นใจและกล้าที่จะใช้เงินมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรผู้ให้สินเชื่อและบัตรเครดิตต่างๆ ที่มีโปรโมชั่นหลากหลายมาร่วมสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าอีกด้วย

 

ด้านกิจกรรมเวิร์กชอปสัมมนาเองก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมอย่าง  ล้นหลามในทุกหัวข้อ โดยเฉพาะ Windows 7 ที่เพิ่งเปิดตัว ตลอดจนมีเสียงเรียกร้องให้มีการจัดเวิร์กชอปในหัวข้อต่างๆ เพิ่มอีกในภายหลัง ซึ่งตรงกับสิ่งที่ทาง ARiP วางแผนไว้ว่าจะให้ความสำคัญและเพิ่มกิจกรรมด้านนี้ของบริษัทให้มากขึ้น โดยจะเน้นคัดเลือกหัวข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำไปปฏิบัติต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ทั้งในการใช้ชีวิตและในเชิงธุรกิจได้อย่างแท้จริง

 

“เรามองเห็นศักยภาพในเรื่องการจัดเวิร์กชอปนี้มาระยะหนึ่งแล้ว เสียงตอบรับที่มากมายจากงานนี้ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เรามองเป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคจริง และการเพิ่มกิจกรรมในส่วนนี้นับว่าเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่เรามีอยู่ เพราะ ARiP เป็นองค์กรที่มีองค์ความรู้ด้านไอทีเป็พื้นฐาน รวมทั้งมีบุลากรที่เชี่ยวชาญด้านไอทีอยู่แล้ว” ผู้จัดการ ARiP กล่าว

 

             นายปฐม กล่าวต่อว่า ภาพรวมของงานครั้งนี้เป็นดัชนี้ชี้วัดที่ดีว่า ตลาดสินค้าไอทียังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก เพราะอุปกรณ์ไอทีเข้าไปมีบทบาทอยู่ในทุกส่วนของการใช้ชีวิตตลอดจนถึงการทำงาน สำหรับยอดขายรวมจากงาน     คอมมาร์ตทั้งปี ซึ่งจัดขึ้นทั้งหมด 3 ครั้ง คือ คอมมาร์ต ไทยแลนด์ คอมมาร์ต เอ็กซ์เจน และคอมมาร์ต คอมเทค จะมีมูลค่ารวมกว่า 9,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 10% ของตลาดสินค้าไอทีรวมทั้งปี และคาดการณ์ว่าตลาดปีหน้าจะดีกว่าปีนี้เพราะมีงบรัฐบาลลงมาช่วย อีกทั้งยังเริ่มเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดอย่างจริงจัง ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการต่างมีกำลังซื้อมากขึ้นและพร้อมที่จะลงทุนเพื่อขยายกิจการ ซึ่งแน่นอนว่าไอทีจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญในการลงทุนของภาคธุรกิจ

 

สำหรับสินค้าที่มียอดขายสูงสุดในงาน  คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2008 แบ่งตามลำดับได้ดังนี้ อันดับหนึ่งโน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กมียอดขายรวม 67,000 เครื่อง อันดับสองแอลซีดีทีวีและจอแอลซีดี มอนิเตอร์ ยอดขายรวม 340 ล้านบาท อันดับสามพีดีเอโฟนหรือสมาร์ทโฟน ยอดขายรวม 236 ล้านบาท อันดับสี่กล้องดิจิตอล ยอดขายรวม 200 ล้านบาท และอันดับห้า คอมพิวเตอร์เดสก์ทอป ยอดขายรวม 137 กว่าล้านบาท และคิดเป็นยอดรายได้รวมทั้งหมด 4,034 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากงานคอมมาร์ต เอ็กซ์เจน 2009 เมื่อกลางปีถึง 51.75% โดยมีพีดีเอโฟนหรือสมาร์ทโฟนเป็นสินค้าที่มียอดขายเติบโตสูงสุด หรือเติบโตกว่า 7 เท่าเมื่อเทียบกับงานคอมมาร์ต เอ็กซ์เจน ทั้งนี้คาดว่ามาจากกระแส 3G ที่กำลังมาแรง

 

นอกจากนี้ยอดขายของอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น แอร์การ์ด และฮาร์ดดิสก์แบบพกพา ล้วนปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น รองรับดิจิตอล ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการการสื่อสารความเร็วสูงตลอดเวลา และต้องการหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่มีความจุมากพอ ที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งคืออุปกรณ์จีพีเอส ที่ติดอันดับท็อป 10 สินค้าขายดีเป็นครั้งแรก โดยอยู่ในลำดับที่ 9 เนื่องมาจากราคาที่ปรับตัวลงมากสวนทางกับความสามารถที่สูงขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ยอดขายสินค้าประเภทเอ็มพี3 และมีเดีย เพลย์เยอร์ กลับปรับตัวลดลง เนื่องจากยังไม่มีอะไรใหม่ในปีนี้

 

ด้านทิศทางของการจัดงานคอมมาร์ตในปี 2010 นายปฐมกล่าวว่า เอ.อาร์.ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอการจัดงาน    คอมมาร์ตอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยในชีวิตประจำวันและทางธุรกิจมาจัดแสดง รวมทั้งยึดมั่นในหลักการที่ต้องการให้ผู้เข้าเยี่ยมชมงานได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มค่าในการซื้อสินค้า หรือความคุ้มค่าในการรับความรู้ทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนเพิ่มมาตรฐานการจัดงานให้มีคุณภาพเทียบกับระดับอาเซียน เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าชม อาทิ นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และนักศึกษา เป็นต้น

 

ในส่วนของปีหน้า เอ.อาร์.ได้วางแผนการจัดงานคอมมาร์ตต่อเนื่องตลอดทั้งปีรวม 5 งาน ได้แก่ งานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2010 ที่กำหนดจัดในวันที่ 18-21 มีนาคม 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานคอมมาร์ต ขอนแก่น 2010 วันที่ 10-13 มิถุนายน 2553 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น งานคอมมาร์ต เอ็กซ์เจน 2010 วันที่ 24-27 มิถุนายน 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานคอมมาร์ต บูรพา 2010 วันที่ 2-5 กันยายน 2553 ณ มหาวิทยาลัยบูรพา และงานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2010 วันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

About Author

shyboy

shyboy