ทรีคอมเปิดตัวโซลูชั่น H3C VPN Firewalls สำหรับการปกป้องระบบเครือข่ายของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วทั้งองค์กร

โดย shyboy | 16 ตุลาคม 2552 เมื่อ 00:44 น. | อ่าน 53
ทรีคอมเปิดตัวโซลูชั่น H3C VPN Firewalls สำหรับการปกป้องระบบเครือข่ายของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วทั้งองค์กร ต่อยอดความสำเร็จของสถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบหลายระดับชั้น

กรุงเทพ, ประเทศไทย —14 ตุลาคม 2552– ทรีคอม คอร์ปอเรชั่น (Nasdaq: COMS) ผู้นำด้านโซลูชั่นระบบเครือข่ายเสียงและข้อมูลที่มีความปลอดภัยสำหรับองค์กรทุกระดับ แนะนำโซลูชั่นล่าสุด H3C SecPath F-ซีรีส์ และ H3C® SecBlade VPN Firewalls ซึ่งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยบนระบบเครือข่าย VPN Firewall ใหม่นี้ จะช่วยมอบการปกป้องภัยคุกคามความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูง โดยสามารถปรับขนาดการใช้งานได้อย่างเหมาะสม เพื่อความราบรื่นของการดำเนินธุรกิจ ป้องกันการสูญเสียรายได้ ตลอดจนความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับชื่อเสียงขององค์กร อันเนื่องมาจากการ  บุกรุกความปลอดภัยของข้อมูล ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ยังมาพร้อมกับประสิทธิภาพคุ้มราคาระดับแนวหน้าของวงการอุตสาหกรรม และความสามารถในการปรับขยายขนาดการใช้งาน ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมล้ำอนาคตที่จะเข้ามาลดต้นทุนการบริหารจัดการ นอกเหนือจากให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับเดียวกันแล้ว ระบบต่างๆ ยังสามารถประหยัดพื้นที่การใช้งาน รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอีกด้วย

 

โซลูชั่นรักษาความปลอดภัยเครือข่ายประเภทไฟร์วอลล์ใหม่นี้ นอกจากจะได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับระบบเครือข่ายตั้งแต่ปลายทาง (Edge), โครงข่ายหลัก (Core), ดาต้าเซ็นเตอร์ และสภาพแวดล้อมการใช้งานคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงแล้ว ยังมีให้เลือกใช้ทั้งในรูปแบบอุปกรณ์ แอพพลิเคชั่น และเป็นเบลดที่ใส่ในสวิตช์  โซลูชั่น H3C SecPath F-ซีรี่ส์ และ H3C SecBlade VPN Firewalls เป็นการประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของทรีคอม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของข้อมูลของทรีคอมในการนำเสนอ Secure Network Fabric ที่มีความปลอดภัยของข้อมูลแบบรวมศูนย์ ประสิทธิภาพสูง ที่ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยไว้ในระบบเครือข่ายรวมถึงระบบป้องกันการบุกรุกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ชั้นแนวหน้าของทิปปิงพอยท์

 

 

ข้อมูลสำคัญ

โซลูชั่น H3C SecPath F-Series และ SecBlade VPN Firewalls ของทรีคอมเป็นโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยเครือข่ายข้อมูลไฟร์วอลล์แบบเสมือน (virtualized firewalls) ที่ได้รวมเอาหน่วยประมวลผลแบบมัลติคอร์อันล้ำสมัย และระบบปฏิบัติการ 3Com-H3C Comware® ที่มีคุณสมบัติพิเศษครบชุดเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้สามารถผสานรวมอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยของข้อมูล และการบริหารจัดการไว้ด้วยกันอย่างไม่มีสะดุดภายในสภาปัตยกรรมระบบเครือข่ายเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ โซลูชั่นที่พร้อมใช้งานสูง และมีประสิทธิภาพที่โดดเด่น ที่สามารถบริหารจัดการได้จากคอนโซลของโปรแกรม Intelligent Management Center (IMC) จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและการนำมาใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยมีตัววัดประสิทธิภาพหลักๆ ของโซลูชั่นดังกล่าวดังต่อไปนี้

 

ชุดอุปกรณ์ตระกูล 3COM-H3C SecPath ที่สามารถทำงานเดี่ยว (Stand-alone)  เพื่อมอบประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยข้อมูลแบบไฟร์วอลล์ซึ่งสามารถปรับขนาดการใช้งานได้ ตั้งแต่ศูนย์กลางของระบบไปจนถึงส่วนรอบนอกของระบบ โดยเริ่มจากความเร็วตั้งแต่ 200 ล้านบิตต่อวินาที  (Mbps) ไปจนถึง 4 หมื่นล้านบิตต่อวินาที ( 40 Gbps) ตัวเครื่องของอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยแบบโมดูลาร์ของโซลูชั่น SecPath F5000-A5 ระดับไฮ-เอนด์ มาพร้อมกับการประสิทธิภาพการปกป้องของข้อมูลแบบ line-rate สำหรับการเชื่อมต่อแบบเครือข่ายอีเธอร์เน็ตระดับ 10 กิกะบิตจำนวนมาก โดย ณ ประสิทธิภาพระดับที่เท่าเทียมกัน โซลูชั่นรักษาความปลอดภัยข้อมูลแบบไฟร์วอลล์ F5000-A5 ของทรีคอมจะใช้พื้นที่ในการวางเพียงกึ่งหนึ่ง และกินไฟเพียงหนึ่งในห้าส่วนเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ของคู่แข่งรายอื่นๆ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล

 

– H3C SecBlade ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับอุปกรณ์ H3C Switch 9500E และ H3C Switch 7500 E Ethernet chassis รวมทั้งอุปกรณ์สแต็กเกเบิลสวิตช์ตระกูล H3C Switch รุ่น5820 ที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยให้ประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยข้อมูลแบบไฟร์วอลล์ด้วยความเร็ว 6.5 ไปจนถึง 8.5 พันล้านบิตต่อวินาที (Gbps) ต่อเบลด โมดูลของ H3C SecBlade ช่วยให้องค์กรมีโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการได้รับประสิทธิภาพด้านความพร้อมในการใช้งาน และความสามารถในการให้บริการสูงสุดในระบบเครือข่าย ขณะเดียวกันก็ลดต้นทุนการบริหารจัดการให้ได้มากที่สุด

 

ผลิตภัณฑ์ 3COM-H3C SecPath F-ซีรี่ส์ และ SecBlade VPN Firewalls รองรับการใช้งานของแอพพลิเคชั่นที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจแบบเรียล-ไทม์ อาทิ VoIP, วิดีโอ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ทำงานร่วมกัน

 

มอบประสิทธิภาพการตรวจสอบแพ็กเกตข้อมูล (packet inspection firewall filtering)      ไฟร์วอลล์ แบบ stateful ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายและความปลอดภัยสามารถควบคุมการส่งข้อมูลรายบุคคลระดับ IP address  และสามารถควบคุมบริการด้านความปลอดภัยทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อการนำนโยบายด้านความปลอดภัยมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การแบ่งกลุ่มเครือข่ายออกเป็นส่วนๆ multiple zone และสร้างระบบ Firewall ย่อย (virtual firewalls) ช่วยให้สามารถกำหนดนโยบายในการรักษาความปลอดภัยได้เหมาะสมกับความต้องการของแอพพลิเคชั่นแต่ละประเภทได้ดีกว่า Firewall ทั่วไป โดยปัจจัยในการกำหนดระดับความปลอดภัยของข้อมูลยังสามารถกำหนดได้จากแหล่งที่มาของข้อมูล เช่น ระบบเครือข่ายแบบสายสัญญาณ (Wired Network)  และระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless Network)  ประเภทผู้ใช้งาน เช่น เจ้าหน้าที่ภายใน หรือบุคคลภายนอก รวมไปถึงวิธีการกำหนดแบบอื่นๆ ซึ่งช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้ และความซับซ้อนในการกำหนดนโยบายความปลอดภัยรวมขององค์กร ตลอดจนช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการดูแลระบบรักษาความปลอดภัยได้อย่างมาก

ความสามารถตรวจสอบการโจมตีที่มาพร้อมกับข้อมูลที่มีการเข้ารหัสแบบ IP SEC VPN ทำให้ป้องกันการกระจายช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยไปยังสาขาอื่นๆ และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีการเชื่อมต่อจากภายนอกสำนักงานผ่าน IP Sec VPN

จัดลำดับความสำคัญของทราฟฟิกเชิงนโยบาย ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพการบริการ (QoS) สำหรับแอพพลิเคชั่นที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ และประสิทธิภาพการทำงานที่เหมาะสมกับทุกแอพพลิเคชั่น

สกัดกั้นข้อมูลบางประเภทที่สุ่มเสี่ยงเช่น Active-X และการแนบไฟล์ที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองในอีเมลล์ จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีทราฟฟิกที่มีความเสี่ยงสูงในระบบ

 

คำกล่าวประกอบข่าวประชาสัมพันธ์

มร. ซาร์ กิลไล (Saar Gillai) รองประธานอาวุโส ด้านผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นทั่วโลก ของ ทรีคอม กล่าวว่าจากการเปิดตัวโซลูชั่น 3COMH3C SecPath ทรีคอมได้มอบประสิทธิภาพการปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลสูงสุดที่จำเป็นสำหรับองค์กรระดับ  เอ็นเตอร์ไพรส์ขนาดใหญ่ทั่วโลกในปัจจุบัน เพื่อใช้ปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลตั้งแต่ระดับแกนกลางไปจนถึงส่วนภายนอกของระบบเครือข่าย ขณะเดียวกันยังเป็นการเดินหน้านำเสนอความได้เปรียบในด้านประสิทธิภาพคุ้มราคาแก่องค์กรธุรกิจอีกด้วย แนวคิดแบบ "no-compromise” ของเราในการผสานรวมความปลอดภัยเข้ากับระบบเครือข่ายจะช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถสร้างระบบโครงสร้างเครือข่ายที่มีความปลอดภัย Secure Network Fabric ซึ่งท้ายสุดแล้วจะสามารถปกป้องทุกจุดในระบบเครือข่ายจากภัยโจมตีในขณะที่ยังไม่มีการป้องกัน หรือที่เรียกว่าการโจมตีแบบซีโร-เดย์ (zero-day) ที่พัฒนาไปมากขึ้นในปัจจุบัน

อิลีน แฮร์โรว์ แห่งมหาวิทยาลัย New College of Florida กล่าวว่า  มหาวิทยาลัย New College of Florida เป็นสถานศึกษาชั้นนำระดับประเทศ ในด้านศิลปะ และวิทยาศาสตร์ มีความชำนาญการในด้านการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผ่านการพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน และการวิจัยอิสระ การรักษาประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงสุดของระบบเครือข่าย รวมทั้งความปลอดภัยถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการให้บริการทรัพยากรทางการศึกษาแบบออนไลน์ที่เราได้พัฒนาขึ้นที่นี่ ปัจจุบันเราได้รวมเอาโซลูชั่น H3C SecPath F1000-E  ของทรีคอม เข้ากับโซลูชั่นป้องกันการบุกรุกของทิปปิงพอยท์  เพื่อให้สามารถปกป้องภัยคุกคามได้แบบครบวงจร ขณะเดียวกันยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางธุรกิจได้อีกด้วย

– “เราได้เล็งเห็นถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นมากจากการผสานรวมความปลอดภัยเข้าไปในระบบโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่าย และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทราบถึงแผนการของทรีคอมในการรวมเทคโนโลยีทิปปิงพอยท์ เข้าไปในไว้ในโซลูชั่นระบบเครือข่ายสำหรับองค์กรระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ของเอชทรีซี ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเพิ่มความปลอดภัยให้กับจุดสำคัญต่างๆ ทั่วทั้งระบบเครือข่ายได้มากยิ่งขึ้น โดยมีโครงสร้างด้านค่าใช้จ่ายที่น้อยลง โดยใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แฮร์โรว์ กล่าวเสริม

About Author

shyboy

shyboy

Partners