เอชพีเดินหน้ารณรงค์เพื่อโลกสีเขียว ประกาศเป้าหมายใหม่ลดการใช้พลังงาน พร้อมเผยความสำเร็จโครงการรักษ์สิ่งแวดล้อม

โดย shyboy | 6 ตุลาคม 2552 เมื่อ 01:59 น. | อ่าน 36
เอชพี ประกาศเป้าหมายใหม่ในการลดปริมาณการใช้พลังงานและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมเผยความสำเร็จโครงการด้านสิ่งแวดล้อมของเอชพีทั่วโลก โดยสามารถบรรลุเป้าหมายเดิมที่จะลดปริมาณการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gas : GHG)

กรุงเทพฯ  5 ตุลาคม 2552 – เอชพี ประกาศเป้าหมายใหม่ในการลดปริมาณการใช้พลังงานและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมเผยความสำเร็จโครงการด้านสิ่งแวดล้อมของเอชพีทั่วโลก โดยสามารถบรรลุเป้าหมายเดิมที่จะลดปริมาณการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gas : GHG) จากขั้นตอนการปฏิบัติงานและผลิตภัณฑ์ของบริษัทต่ำกว่าสถิติในปีพ.ศ. 2548 ถึงร้อยละ 25 ภายในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งเอชพีสามารถบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่ากำหนด

 

เอชพี ได้ตั้งเป้าหมายใหม่ในการลดปริมาณการใช้พลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ทุกประเภทให้จากสถิติในปี พ.ศ. 2548 ถึงร้อยละ 40 ภายในปี พ.ศ. 2554  พร้อมทั้งมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสำนักงานทั้งของเอชพีเองและที่อยู่ในสัญญาเช่าให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าสถิติในปี พ.ศ. 2548  ถึงร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2556  โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางธุรกิจ เอชพีตั้งใจที่จะลดการใช้พลังงานในสำนักงานและศูนย์ข้อมูลของเอชพีทั่วโลก ทั้งยังวางแผนลงทุนด้านแหล่งพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

มร. เชน โรบิสัน รองประธานบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ด้านบริหารกลยุทธ์และเทคโนโลยี เอชพี กล่าวว่า “การสร้างสรรค์โครงการต่างๆ และจัดทำรายงานผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใสสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของเอชพีที่มุ่งมั่นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่เอชพียึดถือและปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ทั้งนี้ เอชพีจะเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วโลก โดยร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรดำเนินการลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง”

 

ในระหว่างปี พ.ศ. 2548 – 2551 เอชพีได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ล้ำสมัย พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในองค์กร ส่งผลให้บริษัทช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 4 พันล้านตัน ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2548 เอชพีสามารถลดการใช้พลังงานในส่วนการปฏิบัติงานต่างๆ ได้ถึงร้อยละ 9 โดยมีเป้าหมายที่จะลดปริมาณการใช้พลังงานให้ได้ร้อยละ 16 ภายในปี พ.ศ. 2553(1)

 

ทั้งนี้ จากการควบรวมกิจการของอีดีเอสกับเอชพีในปี พ.ศ. 2551 และการรวมสำนักงานของทั้ง 2 บริษัทเข้าไว้ด้วยกัน ส่งผลให้เอชพีมีการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 ดังนั้น บริษัทจึงแยกเป้าหมายการดำเนินงานและเป้าหมาผลิตภัณฑ์ออกจากกันอย่างชัดเจน 

 

เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย 

นวัตกรรมด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการลดปริมาณการใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของผลิตภัณฑ์เอชพี ส่งผลให้ลูกค้าใช้ชีวิตและทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีก๊าซาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย      

 

เอชพีได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 ว่าภายในปี พ.ศ. 2553 จะลดการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั้งโน้ตบุ๊คและเดสก์ท้อป ให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่าร้อยละ 25 เทียบกับสถิติของปี พ.. 2548 ซึ่งทำได้เร็วกว่าที่กำหนดไว้ สำหรับเครื่องเดสก์ท้อปและโน้ตบุ๊คที่มียอดจำหน่ายสูงสุดนั้น มีขีดความสามารถในการประหยัดพลังงานมากถึงร้อยละ 41 นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา 

 

แนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้านอื่นๆ ของเอชพีมีดังนี้

เอชพีเป็นผู้ผลิตหมึกพิมพ์รายแรกและรายเดียวในอุตสาหกรรมไอทีที่ผลิตและจำหน่ายตลับหมึกพิมพ์สำหรับเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ทซึ่งผ่านกระบวนการนำพลาสติกของตลับหมึกพิมพ์ที่ใช้แล้วมาแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ตามกระบวนการแบบ Close Loop รวมกว่า 500 ล้านตลับลงสู่ตลาดทั่วโลก ทั้งนี้ กระบวนการนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Planet Partners  (เปิดรับตลับหมึกพิมพ์แบบอิงค์เจ็ทและเลเซอร์เจ็ทที่หมดแล้วเพื่อนำมาแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ จนถึงขณะนี้ โครงการฯ ได้รับคืนตลับหมึกพิมพ์ของเอชพีที่ใช้หมดแล้วรวมทั้งสิ้นกว่า 300 ล้านตลับเพื่อรวบรวมและนำกลับไปผลิตใหม่ต่อไป(2)) รวมถึง
การใช้พลาสติกจากแหล่งอื่นๆ
เพื่อใช้ในการผลิตตลับหมึกพิมพ์ใหม่แบบ Original HP(3)

เอชพีเป็นหนึ่งในผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรายแรกที่ใช้แผ่นกันกระแทกที่ผลิตจากสาร
โพลีเอทีลีน (หรือ expanded polyethylene : EPE)  
ซึ่งผลิตจากวัสดุที่ใช้แล้วและนำกลับมาใช้ใหม่ร้อยละ 100 เพื่อใช้บรรจุเครื่องเดสก์ท้อปรุ่น HP Compaq 6000 Pro ที่วางจำหน่ายในภูมิภาคอเมริกาเหนือและละตินอเมริกา

เอชพีต่อยอดการออกแบบอุปกรณ์จ่ายไฟภายในที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งผ่านการรับประกันจาก ENERGY STAR® 5.0 สำหรับติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรวมถึงเพิ่มคุณสมบัติการบริารจัดการพลังงานอันล้ำสมัย โดยเปิดตัวเครื่อง thin client เครื่องแรกที่ได้รับการรับรองจาก ENERGY STAR และ EPEAT

เครื่องพิมพ์ HP Photosmart ML1000D Minilab ช่วยให้ลูกค้าประหยัดไฟฟ้าได้สูงถึงร้อยละ 64 และลดการปล่อยสารเคมีและน้ำเสียเฉลี่ยปีละ 800 แกลลอน เมื่อเทียบกับระบบการล้างอัดภาพแบบ silver-halide(4)

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HP Proliant Generation 6 ซึ่งเริ่มวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2552 มีสมรรถนะการทำงานเพิ่มขึ้น 2 เท่า แต่ใช้ไฟเพียงครึ่งหนึ่งของรุ่นเดิม(5)

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HP Proliant รุ่น DL 360 และ 380 เป็นเซิร์ฟเวอร์รุ่นแรกที่ได้รับการรับประกันจาก ENERGY STAR ตามมาตรฐานของ Computer Server 1.0 Guidelines ซึ่งกำหนดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีคุณสมบัติประหยัดพลังงานสูงสุดในวงการไอที และคาดว่าจะติดตั้งคุณสมบัติเหล่านี้ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวในอนาคตด้วย      

 

เอชพีช่วยลูกค้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ด้วยปณิธานของเอชพีที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทั่วทุกระบบการดำเนินงานของบริษัท ได้แก่ การปรับปรุงและยกระดับผลิตภัณฑ์ การพัฒนาโซลูชั่น Telepresence ซึ่งเป็นระบบกาประชุมทางไกลที่ให้ประสบการณ์เสมือนหนึ่งอยู่ในห้องเดียวกัน รวมถึงบริการต่างๆ ด้านการบริหารจัดการเครื่องพิมพ์ โดยคาดว่าลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของเอชพีจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 1,900 ล้านตัน(6) ซึ่งเป็นปริมาณที่เทียบเท่ากับการลการใช้รถยนต์บนท้องถนนมากกว่า 354,000 คันต่อปี(7)

 

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าหากลูกค้าเลือกใช้โซลูชั่น HP Eco Solutions จะสนับสนุนให้ลูกค้าช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 4 ล้านตัน ภายในปี พ.. 2548 – 2554 ซึ่งทียบเท่ากับการลดการใช้รถยนต์มากกว่า 741,000 คันต่อปี(7) จึงช่วยลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้ด้วย โซลูชั่น HP Eco Solutions ประกอบด้วย

โซลูชั่น HP Halo เป็นระบบประชุมทางไกลสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลกัน ซึ่งช่วยลด
การเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ
ลงได้เป็นอย่างดี

โซลูชั่น HP Eco Solutions สำหรับระบบการพิมพ์ในองค์กรขนาดใหญ่ ประกอบด้วย
ชุด
เครื่องมือ ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ บริการ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ช่วยลูกค้าลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดค่าใช้จ่าย

การปรับปรุงและยกระดับผลิตภัณฑ์ของเอชพีทั่วโลก คือ การนำผลิตภัณฑ์และตลับหมึกพิมพ์ที่ใช้แล้วกลับมาหมุนเวียนผลิตเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกครั้ง

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชั่น HP Eco Solutions เข้าไปดูได้ที่ http://www.hp.com/go/ecosolutions/reduceimpact

 

เอชพีกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เอชพีเป็นผู้นำทางด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยการวางกลยุทธ์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม และยังมีการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมไอทีภายใต้ปณิธานที่มุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อระบบซัพพลายเชน การดำเนินงานที่เน้นประหยัดพลังงาน การลดผลกระทบต่อภูมิอากาศ การนำผลิตภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ และการเพิ่มทางเลือกในการรีไซเคิล นอกจากนี้ เอชพียังส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกค้าเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยได้จัดทำโซลูชั่น HP Eco Solutions เพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่www.hp.com/environment

 

 

ข้อมูลเกี่ยวกับเอชพี

เอชพี เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดของโลกที่นำเสนอประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยีที่สะดวกและง่ายดายสำหรับลูกค้าคอนซูเมอร์จนถึงองค์กรธุรกิจระดับต่างๆ ด้วยพอร์ทโฟลิโอที่ครอบคลุมด้านการพิมพ์ คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ การบริการ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน ไอที สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี (NYSE: HPQ) สามารถเข้าชมได้ที่ http://www.hp.com/

 

Note to editors: More news from HP, including links to RSS feeds, is available at http://www.hp.com/hpinfo/newsroom/.

 

(1) HP has reduced its energy consumption by more than 9 percent and is 7 percent from meeting its previous goal of 16 percent below 2005 levels.

(2) According to internal analysis of available external data conducted by the HP Imaging and Printing Group’s Research Alliance, 2009.

(3) Data current as of August 31, 2009.

(4) f/22 Consulting data on HP vs. silver-halide systems. Assumes both photo finishing systems producing 1,250 prints/day, 360 days/year.

(5) Based on HP internal testing.

(6) Estimates of savings between 2005 and 2008 based on the U.S. Environmental Protection Agency’s WARM Tool for product recovery volumes. Telepresence usage here. Duplexing based on 2.81 gCO2e per gram office paper and estimated paper savings of 383,967 metric tons.

(7) Based on EPA Greenhouse Gas Equivalencies Calculator.

 

ENERGY STAR is a registered mark owned by the U.S. government.

About Author

shyboy

shyboy

Partners