อีเบย์ อิงค์ เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2552

โดย shyboy | 27 กรกฎาคม 2552 เมื่อ 12:42 น. | อ่าน 10
อีเบย์ อิงค์ (หรือมีชื่อในตลาดหลักทรัพย์แนสแดคว่า EBAY) เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2552 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2552 โดยในไตรมาส 2 ของปีนี้ มีรายได้เท่ากับ 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 97.7 ล้านเหรียญสหรัฐ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ เพย์พาลและสไกพ์ มีรายได้ที่เติบโตสูงขึ้นจากปีก่อน

ซาน โฮเซ่ แคลิฟอร์เนีย – 27 กรกฎาคม 2552 อีเบย์ อิงค์ (หรือมีชื่อในตลาดหลักทรัพย์แนสแดคว่า EBAY) เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2552 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2552 โดยในไตรมาส 2 ของปีนี้ มีรายได้เท่ากับ 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 97.7 ล้านเหรียญสหรัฐ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ทั้งนี้ เพย์พาลและสไกพ์ มีรายได้ที่เติบโตสูงขึ้นจากปีก่อน ขณะที่หน่วยธุรกิจมาร์เก็ตเพลซมีรายได้ลดลงเล็กน้อย สืบเนื่องจากการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ

 

เมื่อคำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป (GAAP) อีเบย์ อิงค์ มีรายได้สุทธิ 327.3 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 0.25 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นปรับลด ส่วนรายได้สุทธิที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป (non-GAAP) คิดเป็น 478.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 0.37 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นปรับลด โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเท่ากับ 730.7 ล้านเหรียญสหรัฐ และกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) 602.3 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

มร. จอห์น โดนาโฮ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีเบย์ อิงค์ กล่าวว่า “ผมรู้สึกพึงพอใจกับอัตราการเติบโต และผลการดำเนินงานที่ก้าวหน้าของเรา อีเบย์มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2/2552 และจะเดินหน้าสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นของเพย์พาล พร้อมกับความมั่นคงแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ซึ่งก็คือ อีเบย์ ตลาดออนไลน์ชั้นนำของโลก โดยมุ่งดำเนินงานอย่างมีวินัยและสานต่อนโยบายเร่งด่วนเพื่อสร้างความเติบโต”

 

ผลการดำเนินงานอันโดดเด่นของหน่วยธุรกิจต่างๆ ของอีเบย์ อิงค์

 

ธุรกิจระบบการชำระเงิน (Payments)

ในไตรมาส 2/2552 ธุรกิจระบบการชำระเงินมีผลประกอบการที่ดี โดยมีรายได้เท่ากับ 669.3 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งยังมีจำนวนสมาชิกที่เข้าใช้บริการจากทั่วโลก สูงถึง 75.4 ล้านคน คิดเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้ ธุรกิจระบบการชำระเงินมีแผนสานต่อความสำเร็จด้วยการเพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่ซึ่งเป็นผู้ค้าผู้ขาย พร้อมมุ่งเน้นเจาะตลาดผ่านธุรกิจมาร์เก็ตเพลซ ควบคู่กับการให้บริการจัดเก็บเงินภายหลัง บิลล์มีเลเทอร์ (Bill Me Later)

 

ธุรกิจมาร์เก็ตเพลซ (Marketplaces)

ธุรกิจมาร์เก็ตเพลซ ซึ่งประกอบด้วย ตลาดออนไลน์อีเบย์  ช้อปปิ้งดอทคอม (Shopping.com)  สตับฮับ (StubHub) คิจิจิ (Kijiji) และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอื่นๆ รวมมีรายได้เท่ากับ 1,260 ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 2/2552 คิดเป็นอัตราที่ลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สืบเนื่องมาจากผลกระทบจากภาวะการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ และผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมทั่วโลก

 

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจมาร์เก็ตเพลซ ยังคงเดินหน้าอย่างมั่งคงด้วยความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก โดยมีสัดส่วนรายได้รวมกว่า 57% มาจากการดำเนินงานในนานาประเทศทั่วโลกซึ่งไม่นับรวมสหรัฐอเมริกา และมีมูลค่าการซื้อขายสินค้ารวม (Gross Merchandise Volume) ซึ่งไม่รวมถึงสินค้าประเภทรถยนต์ สูงถึง 11,130 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราที่ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการโฆษณาคลาสสิฟายด์ มีอัตราเติบโตสูงขึ้นถึง 19% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว  ทั้งนี้ ธุรกิจมาร์เก็ตเพลซ มีแผนสร้างรายได้โดยมุ่งขยายรูปแบบและพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมประเทศต่างๆ มากขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มประเภทสินค้า พร้อมกับสร้างความเชื่อถือไว้วางใจ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า

 

ธุรกิจการสื่อสาร (Communications)

สไกพ์ (Skype) ซอฟท์แวร์การสื่อสารทางโทรศัพท์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต สร้างรายได้ 170 ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 2/2552 คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในช่วงไตรมาส 2/2552 มีสมาชิกลงทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้น 37.3 ล้านคน ส่งผลให้มีจำนวนสมาชิกสไกพ์ที่ลงทะเบียนแล้วรวมทั้งสิ้น 480.5 ล้านคน เมื่อสิ้นสุดไตรมาส ทั้งนี้ สไกพ์ มุ่งสร้างฐานลูกค้าเพิ่มเติมโดยเน้นกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์

About Author

shyboy

shyboy

Partners