ไอ-โมบาย ชูกลยุทธ์ ครบจริง ได้ใจ ยกระดับแบรนด์ไทยสู่เอเชีย

โดย shyboy | 12 พฤษภาคม 2552 เมื่อ 01:02 น. | อ่าน 193
ไอ-โมบาย ชูกลยุทธ์ ครบจริง ได้ใจ ยกระดับแบรนด์ไทยสู่เอเชีย
โชว์ศักยภาพโทรศัพท์มือถือคุณภาพระดับโลก ครบถ้วนทุกความต้องการ
เปิดตัวโทรศัพท์มือถือ 8 รุ่นใหม่ มั่นใจบริการเหนือระดับ เครือข่ายทั่วภูมิภาค

กรุงเทพฯ (30 เมษายน 2552) บริษัท สามารถ ไอโมบาย จำกัด (มหาชน) ชูกลยุทธ์ “ครบจริง ได้ใจ” ยืนหยัดเป็นผู้นำโทรศัพท์มือถือคุณภาพสูงฟังก์ชั่นครบครันราคาสุดคุ้ม แสดงศักยภาพโทรศัพท์มือถือ i-mobile” เสริมแกร่งความเป็นผู้นำในประเทศ พร้อมยกระดับโทรศัพท์มือถือแบรนด์ไทยก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับเอเชีย มุ่งขยายธุรกิจสู่ประเทศใหม่ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บราซิล และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก ตั้งเป้ายอดขาย ห้าล้านเครื่อง    ในปี 2552 ชูประสิทธิภาพเหนือระดับโดยคัดสรรสุดยอดเทคโนโลยี  และอุปกรณ์ระดับโลก พร้อมพรีโหลดคอนเทนต์ แอพพลิเคชั่น และร่วมมือกับพาร์เนอร์มอบโปรโมชั่นสุดคุ้ม สร้างความแตกต่างของแบรนด์ด้วยการบริการขั้นสูงที่รับผิดชอบและดูแลต่อเนื่องผ่านจุดบริการที่ครอบคลุมทั่วภูมิภาค พร้อมมอบสิทธิพิเศษกับ การรับประกันเครื่อง (Mobile Insurance) ที่ร้าน i-mobile by Samart 80 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ ภายในงาน ไอโมบาย ยังเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ  8 รุ่น ที่ครบครันทุกฟังก์ชั่น ทั้งมือถือ 2 ซิม 2 ระบบ มือถือ 2 ซิม คุยพร้อมกันได้ 2 สาย และ มือถือทัชสกรีน ได้แก่ i-mobile 106C, i-mobile 232CG, i-mobile TV 536, i-mobile TV 620, i-mobile  TV 628, i-mobile TV 638CG, i-mobile TV 550 Touch และ i-mobile TV 650 Touch ตอกย้ำคุณภาพของโทรศัพท์มือถือที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วนอย่างแท้จริง 

 

         นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอโมบาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไอโมบาย วางแผนรุกตลาดเพื่อรักษาความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ายอดขายกว่า ห้าล้านเครื่อง แบ่งเป็น ในประเทศ 2.7 ล้านเครื่อง และต่างประเทศ 2.3 ล้านเครื่อง ด้วยกลยุทธ์หลัก ไอโมบาย ครบจริง ได้ใจ ที่ครอบคลุม  ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ ช่องทางจัดจำหน่าย และบริการหลังการขาย สำหรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์หรือ ไอโมบาย ครบจริง ปีนี้มีการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่กว่า 30 รุ่น ที่มีประสิทธิภาพเหนือระดับโดยคัดสรรอุปกรณ์ และเทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศญี่ปุ่น ทั้ง 3 ด้าน คือ ภาพ เสียง และ หน้าจอ ได้แก่ กล้อง คาสิโอ ฮิตาชิ ที่มีระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะ ให้ภาพสีสดใสคมชัด และเสียงที่มีพลังด้วย ยามาฮ่า โคเดค และ ยามาฮ่า ออดิโอ แอมพลิไฟเออร์ รวมทั้งหน้าจอ  ที่คมชัด ทุกมุมมอง 180 องศา ไอโมบาย เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้งกลุ่มที่ราคาต่ำกว่า 1,000 บาท   และกลุ่ม Mid-Low โดยตอกย้ำความเป็นผู้นำในฟังก์ชั่นที่ตรงกับความต้องการ เช่น ออโต้ ทีวี จูนเนอร์ ที่ดูทีวีฟรีได้ทุกที่โดยไม่ต้องจูน มือถือ 2 ซิม 2 ระบบ และ มือถือ 2 ซิมที่คุยพร้อมกันได้ 2 สาย รวมทั้งมือถือทัชสกรีน อีกทั้งยังวางแผนเปิดตัวโทรศัพท์  มือถือในกลุ่มพรีเมี่ยมที่รองรับระบบ 3G และใช้งานระบบสัมผัสแบบมัลติทัช นอกจากนี้ ยังร่วมกับ  เซริบลัม ดีไซน์ ในการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดย ไอโมบาย มั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และ ฟังก์ชั่นพิเศษจากการวิจัยถึงความต้องการของผู้บริโภค เช่น ตัวเลขตัวอักษรใหญ่ ปฏิทินวันหยุดพิเศษ ดิกชันนารีที่ตอบโจทย์ของตลาด พร้อมคอนเทนต์ฟรี และแอพพลิเคชั่น i-Link ในเครื่องทำให้ ไอโมบาย เป็นโทรศัพท์มือถือแบรนด์ไทยที่ครองใจผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่งด้วยยอดขายรวมนับตั้งแต่เปิดตัวสู่ตลาด มากกว่า 10 ล้านเครื่อง”

 

          นายจง ดิลกสมบัติ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สามารถ ไอโมบาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับ การบริหารช่องทางจัดจำหน่าย และบริการหลังการขายนั้น บริษัทฯ ใช้กลยุทธ์ ไอ-โมบาย ได้ใจ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ      ในความคุ้มค่าสูงสุดทั้งจากผลิตภัณฑ์คุณภาพ และการดูแลรับผิดชอบสินค้าตลอดการใช้งาน ไอโมบายวางแผนเสริมสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งโดยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ ทั้งในรูปแบบร้าน i-mobile by Samart ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย แฟรนไชส์ และผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด โดยเฉพาะการขยายช่องทางจัดจำหน่ายในต่างประเทศ ทั้งตลาดปัจจุบันที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง เช่น อินโดนีเซีย โดยคาดกว่าจะทำยอดขายได้กว่า 1 ล้านเครื่องในปีนี้ และประเทศอินเดีย ที่จะเน้นสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ i-mobile ให้มากขึ้นโดยได้มีการเปิดสำนักงานสาขาย่อยของบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังขยายธุรกิจสู่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งสำนักงานประจำประเทศ รวมทั้งมองหาช่องทางธุรกิจในประเทศบราซิล และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่ดี

 

            นายจง กล่าวต่อว่า “ด้านบริการหลังการขาย ไอโมบาย มั่นใจประสิทธิภาพอันดับหนึ่งด้านการให้บริการลูกค้าด้วยมาตรฐาน “สะดวก รวดเร็ว มั่นใจในอะไหล่แท้” ผ่านศูนย์บริการ และจุดรับเครื่องซ่อมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารดูแลของบริษัทฯ และมีจุดให้บริการมากที่สุด โดยวางแผนเพิ่มจำนวนเป็น 600 แห่งทั่วประเทศ ลูกค้าจึงเชื่อมั่นได้ในคุณภาพของบริการทั้ง รับประกันเปลี่ยนเครื่องภายใน 10 วัน รับประกันซ่อมเครื่องภายใน 1 ชั่วโมง หรือภายใน 1 วัน นอกจากนี้ ไอโมบาย ยังมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์มือถือ i-mobile ที่ช็อป i-mobile by Samart  กว่า 80 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ การรับประกันเปลี่ยนเครื่องภายใน 15 วัน สำหรับสมาชิก i-Club Platinum และพิเศษสุดกับการรับประกันเครื่อง (Mobile Insurance) รูปแบบต่างๆ เช่น รับสิทธิซื้อเครื่องใหม่ในราคาพิเศษเพียง 50%   กรณีเครื่องสูญหายภายในระยะเวลา 3 เดือน และ ซ่อมเครื่องราคาพิเศษเพียง 500 บาท กรณีนอกเงื่อนไขรับประกันศูนย์ ภายในระยะเวลา   6 เดือน รวมทั้งการรับซื้อเครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่ในราคาพิเศษ ซึ่งสิทธิพิเศษเหล่านี้ลูกค้าจะได้รับทันทีที่ซื้อสินค้าจาก   ไอโมบาย ช็อป โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าสูงสุด นอกจากนี้ ไอโมบาย ยังวางแผนขยายศูนย์บริการ และจุดรับเครื่องซ่อมในต่างประเทศด้วยระดับมาตรฐานบริการคุณภาพเดียวกันอีกด้วย สำหรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์นั้น บริษัทฯ ได้สื่อสารถึงแนวคิด ไอโมบาย ครบจริง ได้ใจ ผ่านสื่อทุกประเภททั้งในและต่างประเทศ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำทั้ง โทรศัพท์มือถือที่ครบจริงทุกความต้องการ และนำเสนอบริการต่างๆ  ที่ได้ใจผู้บริโภค โดยนอกจากการใช้สื่อโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ และสิ่งพิมพ์แล้ว ไอโมบาย ยังใช้สื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นเช่น สื่อตามรถขนส่งมวลชน รถแท็กซี่ และป้ายบิลบอร์ดต่างๆ รวมทั้งการร่วมจัดกิจกรรมคอนเสิร์ต โรดโชว์ และการแข่งขันกีฬา”

About Author

shyboy

shyboy

Partners