ศาลอาญา มีคำพิพากษาในคดีที่จำเลยปลอมบัตรอีเล็กทรอนิกส์ ใช้บัตร อีเล็กทรอนิกส์ปลอม จำหน่ายหรือร่วมกันจำหน่ายบัตรอีเล็กทรอนิกส์ปลอม ของทรูมูฟ

โดย shyboy | 8 มกราคม 2552 เมื่อ 21:44 น. | อ่าน 14
ศาลอาญา มีคำพิพากษาในคดีที่จำเลยปลอมบัตรอีเล็กทรอนิกส์ ใช้บัตร อีเล็กทรอนิกส์ปลอม จำหน่ายหรือร่วมกันจำหน่ายบัตรอีเล็กทรอนิกส์ปลอม โดยการโจรกรรมข้อมูลรหัส ผู้ใช้และรหัสผ่านทางคอมพิวเตอร์ เข้าระบบฐานข้อมูลของบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด




8 มกราคม 2552: สืบเนื่องจากคำพิพากษาหมายเลขคดีแดงที่ อ.4948/2551 ของศาลอาญาพิพากษาคดีเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 ระหว่างโจทก์ คือพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 พร้อมโจทก์ร่วม คือ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด และ จำเลยคือ นายทวีทรัพย์ ลลิตศศิวิมล (จำเลยที่ 1) นายปารเมศ วิทยากร (จำเลยที่ 2) นายฉัตรชัย บูรณะดิษ (จำเลยที่ 3)

 

ศาลอาญากรุงเทพ มีคำพิพากษาจำคุก นายทวีทรัพย์ ลลิตศศิวิมล (จำเลยที่ 1) นายปารเมศ วิทยากร (จำเลยที่ 2) และ นายฉัตรชัย บูรณะดิษ (จำเลยที่ 3) ในความผิดฐานปลอมบัตรอีเล็กทรอนิกส์ ใช้บัตรอีเล็กทรอนิกส์ปลอม จำหน่ายหรือร่วมกันจำหน่ายบัตรอีเล็กทรอนิกส์ปลอม โดยการโจรกรรมข้อมูลรหัส    ผู้ใช้และรหัสผ่านทางคอมพิวเตอร์ เข้าระบบฐานข้อมูลของบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด (ปัจจุบัน บริษัท ทรู มูฟ จำกัด) เพื่อเข้าไปแก้ไขวงเงินการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบเติมเงินให้มีมูลค่าสูงขึ้นจากเดิม ทำให้บริษัทเสียหายกว่า 105 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2548 โดยเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551  ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฐานร่วมกันจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งบัตร อีเล็กทรอนิกส์ปลอม รวม 48 กระทง กระทงละ 2 ปี จำคุก 96 ปี และพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 3 กระทงละ   2 ปี รวม 4 กระทง จำคุก 8 ปี แต่เนื่องจากคำให้การในชั้นสอบสวน และคำเบิกความในชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ  จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือจำคุกจำเลย ที่ 1 และที่ 2 คนละ 50 ปี และจำคุกจำเลยที่ 3 5 ปี 4 เดือน รวมทั้งริบเครื่องมืออุปกรณ์ของกลางทั้งหมด  และเงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 1 รวม 3,758,443.20 บาท อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวนี้ จำเลยยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ตามกฎหมายต่อไป

About Author

shyboy

shyboy

Partners