ดีแทคปลื้มผลทดสอบไวแมกซ์ ได้ผลดีสอดคล้องตามมาตรฐานเทคโนโลยี

โดย shyboy | 25 กันยายน 2551 เมื่อ 16:25 น. | อ่าน 40
ดีแทคควงแขนหัวเหว่ยทดสอบการประสิทธิภาพเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสารความเร็วสูงไร้สายไวแมกซ์ (WiMax) บนความถี่ 2.5 กิกะเฮิร์ตซ (GHz ) ยึดหัวหาดมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นพื้นที่ทดสอบ

บุคคลในภาพ

นายสุรพล เอี่ยมประภาพร (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Strategic Planning and R & D บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
นายรอล์ฟ มาตินูเซ่น (ที่ 3 จากซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
นายริชาร์ด จาง (ที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด
นายหวัง เหยนเฉียว (ที่ 2 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด


25 กันยายน 2551 — ดีแทคควงแขนหัวเหว่ยทดสอบการประสิทธิภาพเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสารความเร็วสูงไร้สายไวแมกซ์ (WiMax) บนความถี่ 2.5 กิกะเฮิร์ตซ (GHz ) ยึด หัวหาดมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นพื้นที่ทดสอบ เผยผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ ย้ำพร้อมขอใบอนุญาต ทันทีที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดมอบใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ

 

รอล์ฟ มาตินูเซ่น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท หัวเหว่ย เทคโนโลยีในการดำเนินการทดสอบการใช้งานเทคโนโลยีไวแมกซ์ภายในพื้นที่ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคามเป็นเวลาทั้งสิ้น 180 วัน ซึ่งผลทดสอบออกมาเป็นที่น่าพอใจสอดคล้องกับตามมาตรฐานเทคโนโลยีไวแมกซ์  โดยอัตราความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงสุด (Downlink) อยู่ที่ 10 เมกะบิตต่อวินาที และความเร็วการอัพโหลดข้อมูลสูงสุด (Uplink) อยู่ที่ 4 เมกะบิตต่อวินาที

 

ดี แทคเลือกมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นพื้นที่ทดสอบระบบไวแมกซ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สามารถหากลุ่มทดลองได้ง่าย อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายในการใช้งานเทคโนโลยี กล่าวคือเป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นภายในมหาวิทยาลัย และพื้นที่ด้านเปิดโล่งเพื่อการทดสอบพื้นที่การให้บริการ นอกเหนือจากการทดสอบเพื่อดูประสิทธิภาพของเครื่องลูกข่าย ทั้งแบบ ติดตั้งกับNotebook และ แบบตั้งโต๊ะ ในการทำงานเมื่อมีการเคลื่อนที่ เพื่อศึกษาอัตราความเร็วของการรับ-ส่งข้อมูลแล้ว ยังรวมถึงการทดสอบความสามารถของเครื่องแม่ข่ายเมื่อเกิดการใช้งานบนเครือ ข่ายพร้อมกันอีกด้วย
 
ในการทดสอบ ดีแทคเลือกทดสอบการปฏิบัติการของไวแมกซ์ที่ความถี่ 2.5 กิกะเฮิร์ตซ (GHz ) เนื่องจากเป็นความถี่ที่เป็นมาตรฐานสากล รวมทั้งเป็นความถี่เป้าหมายของบริษัท อินเทล คอร์ป ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก ในการผลิต chipset รุ่น ใหม่ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเพื่อรองรับการใช้งานไวแมกซ์ที่ย่านความถี่นี้โดย เฉพาะ ซึ่งเป็นการรับประกันถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของไวแมกซ์ที่พร้อมจะเกิดขึ้นใน อนาคตอันใกล้

 

รอล์ฟ กล่าวว่า ดีแทคพร้อมยื่นขอใบอนุญาต ในการให้บริการในทันทีที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จัดสรรคลื่นความถี่ในการให้บริการไวแมกซ์แล้วเสร็จ และพร้อมออกใบอนุญาตแก่บริษัทเอกชน โดยกลุ่มลูกค้าที่สนใจเทคโนโลยีไวแมกซ์ จะเป็นลูกค้าที่ต้องการใช้งานเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง เช่น กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และ รีสอร์ทหรู โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นเกาะท่องเที่ยว และพื้นที่ตั้งมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ รวมทั้งพื้นที่ที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสาย (fixed broadband) ให้บริการ

 

ใน ฐานะที่ดีแทคเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จุดแข็งในการให้บริการไวแมกซ์ของบริษัทจึงอยู่ที่เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อน ที่มีอยู่มากกว่า 9,000 สถานี ฐานทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้การติดตั้งไวแมกซ์สามารถทำได้เร็วขึ้น เนื่องจากสามารถใช้สถานีฐาน และชุมสายอุปกรณ์หลักที่มีอยู่เดิมร่วมกันได้ ที่สำคัญ บริษัทยังสามารถระบุพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานโครงข่ายรับ-ส่งข้อมูล ความเร็วสูงได้จากข้อมูลผู้ใช้ EDGE ปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทั้งนี้ ไวแมกซ์ ฟอรั่ม (WiMax Forum) คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ใช้บริการไวแมกซ์ทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 133 ล้านรายภายในปี 2555 และกว่า 70% ของ จำนวนผู้ใช้ไวแมกซ์ในปีดังกล่าว ยังใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารแบบพกพาในการเชื่อมต่อกับอินเทอร์ เน็ตอีกด้วย คาดว่าจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้เทคโนโลยีไวแมกซ์เป็นที่แพร่ หลายในภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ที่เป็นที่คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ใช้ไวแมกซ์จะมีสูงถึงกว่า 60 ล้านคนในปี 2555

About Author

shyboy

shyboy

Partners