“AIS Safe&Care” ใส่ใจเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือห่วงใย นวัตกรรมแอพพลิเคชั่นเพื่อคนที่คุณรัก

โดย RingRangRung | 29 มิถุนายน 2559 เมื่อ 11:30 น. | อ่าน 17

160627 Pic Safe & Care_3 (1)เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ย่อมมีคนที่รักและห่วงใย และจะยิ่งมากเป็นพิเศษถ้าพวกเขาเหล่านั้นคือคนในครอบครัว แต่ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันทำให้หลายๆคนไม่มีโอกาสดูแลคนที่รักตลอดเวลา จะด้วยภาระหน้าที่หรือความรับผิดชอบก็แล้วแต่ แอพฯรีวิวจึงของนำเสนอผู้ช่วยที่จะมาลดปัญหาที่เกิดขึ้นนี้

capture-20160629-025940

“AIS Safe&Care”  เป็นแอพพลิเคชั่นล่าสุดจาก เอไอเอส ผู้ให้บริการด้านเครือข่ายที่ต้องการจะเอานวัตกรรมใหม่ๆ มาผสานเข้ากับชีวิตในยุคดิจิทัลมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในการดูแลคนที่รัก ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งการกำหนดการใช้งานสมาร์ทโฟนหรือระบุตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบัน

capture-20160629-031127

เพื่อให้เห็นภาพกันชัดขึ้นเรามาดูข้อมูลที่ทาง เอไอเอส นำมาเสนอในวันเปิดตัวกันก่อน

  • เอไอเอส มีลูกค้าที่ใช้งานสมาร์ทโฟนอยู่ 23.5 ล้านรายจากทั้งหมด 38.9 ล้านราย
  • ในตัวเลขดังกล่าว เป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 9.5 ล้านราย และอีก 7.1 ล้านรายเป็นเด็กที่มีอายุ 6-14 ปี คิดเป็นยอดรวม 16.6 ล้านคน หรือนับเป็น 25% ของจำนวนลูกค้าเอไอเอสทั้งหมด
  • กลุ่มเป้าหมายของ “AIS Safe&Care” คือคนวัยทำงานช่วงอายุ 25-50 ปี ที่ต้องการจะดูแลคนที่อยู่ในข่าย 2 กลุ่มข้างต้น
  • “AIS Safe&Care” ถูกสร้างขึ้นมาโดยอ้างอิงจากพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนของคนไทยที่จะอยู่หน้าจอโดยเฉลี่ย 4.2 ชั่วโมงต่อวัน และให้ความสำคัญที่การสื่อสาร (Communication) ลำดับถัดมาคือเรื่องของแอพพลิเคชั่น และด้านบันเทิง (Entertainment)
  • ทาง เอไอเอส ไม่ได้เน้นเรื่องรายได้จากแอพฯ “AIS Safe&Care” เพราะเป้าหมายจริงๆคือการดูแลลูกค้ามากกว่า
  • “AIS Safe&Care” ถูกตั้งเป้าให้มีผู้สมัครใช้งาน 1 แสนรายภายในสิ้นปี แต่การสมัครหนึ่งครั้งจะต้องมีผู้ใช้เข้ามาในระบบอย่างแน่นอน 2 รายขึ้นไป ซึ่งหากคิดรวมแบบคราวๆคาดว่าจะอยู่ที่ 2-3 แสนราย
  • แนวทางการทำแอพฯของ เอไอเอส คือปล่อยมาน้อยแต่ครอบคลุมเพื่อไม่ให้ลูกค้าสับสนในการใช้งาน

เริ่มต้นใช้งาน

“AIS Safe&Care” จะแบ่งสถานะผู้ใช้เป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย “Master” เบอร์หลักที่ใช้สมัครบริการ กับ “Member” เบอร์สมาชิกของกลุ่ม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทั้งสองเบอร์จะต้องอยู่ในเครือข่ายของ เอไอเอส

  • Master (เบอร์ที่สมัครบริการ)

ขั้นตอนแรกคือการสมัครแพ็คเกจมีตั้งแต่ 2-5 คน (นับรวมเครื่องที่สมัคร) สำหรับรายละเอียดของแต่ละแพ็คเกจมีดังนี้

capture-20160628-161751

การสมัครแพ็คเกจสามารถทำได้ด้วยการกดตามเบอร์ข้างต้น หรือจะสมัครผ่านหน้าเว็บไซต์ ais.co.th/safecare ก็ได้ หลังจากนั้นระบบก็จะส่ง SMS “รหัสบัญชีครอบครัว” มาให้

cats

จากนั้นก็ดาวน์โหลดแอพฯ “AIS Safe&Care” มาลงเครื่องเปิดหน้าแอพฯขึ้นมาใส่เบอร์โทรที่สมัครแพ็คเกจ ตามด้วยรหัสบัญชีครอบครัวที่ได้จากSMS ต่อมาก็ใส่ข้อมูล ชื่อ และ รูปภาพ ผู้ใช้

cats2

ขั้นตอนต่อมาคือการเชิญสมาชิกในครอบครัว ให้เข้ามาใช้งานโดยกดดูจากสมุดรายชื่อที่มีอยู่ในเครื่อง ระบบก็จะส่ง SMS รหัสคำเชิญกับลิงค์ดาวน์โหลดแอพฯไปที่เบอร์โทรของสมาชิกแต่ละคน

cats3

ถัดมาคือการสร้าง “เขตปลอดภัย” อาทิเช่น บ้าน,โรงเรียน หรือ ที่ทำงาน โดยระยะของพื้นที่จะต้องไปต่ำกว่า 300 เมตรครับ แค่นี้ก็เป็นเสร็จสิ้นในส่วนของ “Master”

สำหรับการคิดค่าบริการ ระบบจะเก็บเงินโดยอัตโนมัติทุกๆ 30 วันหลังจากที่เปิดใช้ครับ ส่วนวิธียกเลิกกดตามเบอร์ข้างล่างครับ เมื่อครบกำหนดการใช้งาน 30 วัน แพ็คเกจที่สมัครไว้ก็จะถูกยกเลิกไปในทันที

capture-20160629-024249

  • Member (เบอร์ที่ถูกเชิญ)

ติดตั้งแอพฯ “AIS Safe&Care” ลงบนอุปกรณ์ เมื่อเปิดขึ้นมาให้กด “เข้าใช้ด้วยรหัสครอบครัว” ครับ แล้วกรอกรหัสตามโค๊ดที่ได้จาก SMS คำเชิญ แค่นี้เองง่ายๆ ถ้าอยากเปลี่ยน ชื่อ-รูป ทำได้ที่หน้าตั้งค่า

cats3

หน้าตาและฟีเจอร์หลักของ AIS Safe&Care

  • แผนที่

ผู้ใช้ทุกคนจะได้เห็นตำแหน่งที่อยู่ของสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนบนแผ่นที่ รวมถึงตำแหน่งพื้นที่ปลอดภัยที่ถูกกำหนดไว้

cats4

ถ้าหากกดเข้าไปดูในจุดที่อยู่ของสมาชิกแต่ละคน เราจะเห็นรายละเอียดที่อยู่,ระยะเวลาอัพเดตตำแหน่งล่าสุด,ความแม่นยำในการระบุตำแหน่งบนแผ่นที่กับตำแหน่งจริง รวมถึงประวัติการใช้งานของสมาชิกทั้งการเช็คอิน หรือการส่งสัญญานของความช่วยเหลือ

cats5

ในกรณีที่ใช้งานบนระบบ Android จะมีฟังค์ชั่นการเรียกใช้งานโทรศัพท์ระยะไกล อาทิเช่น สั่งให้ระบุตำแหน่ง,ส่งเสียงร้อง,ตั้งล็อคเครื่อง และล้างข้อมูล สำหรับกรณีฉุกเฉินหากโดนขโมยหรือทำหาย ส่วนใครที่ใช้ iOS ต้องทำผ่านหน้าเว็บครับ

สำหรับการระบุตำแหน่งของสมาชิกแต่ละคนบนแผ่นที่ถ้าจะให้แม่นยำจริงๆ ควรใช้งานผ่าน WiFi หรือเครือข่าย 4G จะดีที่สุดครับ เพราะจากที่ลองใช้กับเครื่อง3G ถือว่าหลุดจากจุดปัจจุบันไปเยอะเหมือนกัน เรียกว่าเกิน 300 เมตรเลยละ

  • ครอบครัว

หน้าแสดงสมาชิกในกลุ่ม ตำแหน่งที่เช็คอินล่าสุด แต่ที่เด็ดสุดคือบอกกระทั่งระดับสัญญานและระดับแบตเตอรี่ในเครื่องของแต่ละคนด้วย ซึ่งในการเพิ่มสมาชิกเข้ากลุ่มเราสามารถกดเชิญเข้าไปกี่คนก็ได้ครับ แต่จะใช้งานได้จริงๆแค่ตามจำนวนแพ็คเกจที่สมัครไว้

cats6

  • การควบคุมการใช้งานโทรศัพท์

คนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวน่าจะเคยมีปัญหาเด็กๆในบ้านเล่นสมาร์ทโฟนกันจนไม่ยอมกิน ยอมนอน สำหรับบางรายที่พกมือถือไปโรงเรียน ก็สุมเสี่ยงต่อพฤติกรรมติดหน้าจอจนเป็นเด็กขาดสมาธิ

DSC_0299

ในวันเปิดตัว “AIS Safe&Care” คุณเปิ้ล-นาคร ศิลาชัย ก็มาในฐานะของคนที่ได้ลองใช้แอพฯก่อนเปิดตัวจริง ซึ่งก็ได้แสดงมุมมองถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า ทั้งตัวคุณเปิ้ลและคุณจูน ภรรยา ไม่มีคิดที่จะห้ามไม่ให้ลูกๆ น้องออกัส และน้องออก้า เล่นสมาร์ทโฟน เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่เด็กๆควรจะต้องรู้และจะต้องมีกติกาคอยกำกับ แต่ก็เป็นไปตามธรรมชาติของเด็กๆครับ ที่เมื่อเวลาผู้ใหญ่เผลอก็จะต้องมีแอบแหกกฏเล่นมือถือกันบ้าง ซึ่งตัว “AIS Safe&Care” ก็มีฟังค์ชั่นมาช่วยผู้ปกครองดูแลในส่วนนี้

cats7

ภายในหน้า “ควบคุมการใช้งานโทรศัพท์” เราสามารถกดเข้าไปจำกัดการใช้งานมือถือของสมาชิกในกลุ่มได้ทุกคน ตั้งแต่กำหนดเบอร์ที่จะให้โทรออก หรือ รับสาย รวมถึงกำหนดช่วงเวลาการใช้งานแอพพลิเคชั่นของอีกเครื่อง

cats7

ในส่วนนี้สามารถกดเข้าไปตั้งได้ทั้ง Master และ Member ครับ ขอแค่มีรหัสบัญชีครอบครัวที่ส่งเป็น SMS ให้กับเครื่องหลักเท่านั้น

Screenshot_2016-06-28-14-58-27-horz

  • พื้นที่ปลอดภัย

ระบบ Geo-Fencing วางรัศมีพื้นที่ปลอดภัยซึ่งอาจจะเป็น บ้าน,ที่ทำงาน หรือโรงเรียน โดยพื้นที่ที่กำหนดจะต้องมีรัศมีไม่ต่ำกว่า 300 เมตร และขอบเขตของแต่ละพื้นที่จะต้องไม่ทับซ้อนกัน

cats8

เมื่อมีสมาชิกในกลุ่มคนใดเข้าหรือออกจากพื้นที่ ก็จะมีการแจ้งเตือนไปยังสมาชิกทุกคน ถือว่าเหมาะมากๆสำหรับการตรวจเช็คสถานะของคนในครอบครัวว่าถึงหมายหรือยัง และแน่นอนว่าอาจจะตอบโจทย์บรรดา “กวางน้อย” ที่ใช้ตรวจ “ราชสีห์” ว่าแอบไปทำอะไรนอกหู นอกตา หรือเปล่า

  • ส่งสัญญานข้อความช่วยเหลือ

ระบบส่งสัญญานฉุกเฉินโดยกดที่บริเวณมุมขวาบนของแอพฯครับ จากนั้นระบบก็จะนับถอยหลังจาก 5 ก่อนจะส่งแจ้งเตือนไปยังสมาชิกทุกคนในกลุ่ม แต่จากที่ลองกดดูเหมือนจะยังเรียกความสนใจได้ไม่มากพอนะ

Screenshot_2016-06-28-14-43-22-horz

ทั้งหมดคือฟีเจอร์หลักของ “AIS Safe&Care” ซึ่งเมื่อมาถึงตรงนี้หลายคนคงมีคำถามว่า ถ้าหากเครื่องดับ หรือมีการเปลี่ยนซิมไปเป็นค่ายอื่นระบบจะยังทำงานอยู่ไหม ?

จากที่ได้ทดลองกับเครื่อง Member สังเกตว่าในกรณีที่เครื่องดับ ตัวเช็คอินของเราก็ยังคงค้างอยู่ในแผนที่ครับแต่จะแสดงเป็นตำแหน่งที่อยู่ล่าสุดก่อนเครื่องดับ สำหรับกรณีที่เปลี่ยนซิมไปเป็นของผู้ให้บริการรายอื่นตัวแอพฯก็ยังคงใช้ได้ปกติ ถ้าเป็นเครื่อง Master ก็ยังใช้ต่อจนครบ 30 วันตามวันที่สมัคร

เรื่องการลบแอพฯออกจากเครื่องก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะตัว “AIS Safe&Care” ไม่สามารถถอดการติดตั้งได้เหมือนแอพฯทั่วไป ตราบใดที่ระบบยังทำงาน และเรายังไม่ล็อกเอาท์ออก ซึ่งการล็อกเอาท์จะต้องใช้รหัสบัญชีครอบครัวด้วย

เมื่อเห็นภาพรวมและการทำงานของแอพ “AIS Safe&Care” ถือว่าตอบโจทย์คนรักครอบครัวจริงๆ ครับ (ไม่นับกรณี กวางน้อย กับ ราชสีห์ อันนั่นก็ตอบโจทย์เหมือนกันแต่ผิดเป้าหมายคนทำแอพฯไปนิด)  ซึ่งค่าบริการที่เสียไปในแต่ละเดือนนับว่าคุ้มค่า ถ้าแลกกับการใช้งานแอพฯที่มีฟังค์ชั่นครบ

หากถามว่าในปัจจุบันมีอุปกรณ์ Wearable เฉพาะทางที่จะมาช่วยลดปัญหาในจุดนี้ไหม? ก็ตอบได้เลยว่ามีครับ แต่มักจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะกลุ่มถ้าจะให้ครบตามความต้องการก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก แถมยังเสี่ยงต่อการทำหาย ผิดกับจากสมาร์ทโฟนที่ทุกคนพกติดตัวกันอยู่แล้ว

ใครที่สนใจ “AIS Safe&Care” โหลดแล้วสมัครใช้งานกันได้ทั้ง iOS และ Android หรือใครที่ยังข้อสงสัยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บ http://www.ais.co.th/safecare/ ส่วนคนที่สมัครใช้บริการก่อนวันที่ – 31 กรกฏาคม 2559 จะได้รับสิทธิ์ใช้งานฟรีอีก 2 เดือน ลูกค้าเอไอเอสอย่าลืมไปลองใช้กันดูนะครับ

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners