Overview : บทสรุป Samsung ทุกรุ่นในงาน MWC 2012 แม้ไม่จัดเต็มแต่ตอบโจทย์ครบทุก Lifestyle

โดย Ororo | 29 กุมภาพันธ์ 2555 เมื่อ 19:53 น. | อ่าน 49

งาน Mobile World Congress 2011 เมื่อปีที่แล้ว Samsung ทำการขนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Dual-Core อย่าง Galaxy S II และ Galaxy Tab 10.1 ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับในตอนนั้น

พิสูจน์ความสำเร็จได้จากยอดขายกว่า 20 ล้านเครื่องทั่วโลกของ Galaxy S II ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่มันถูกส่งลงมาทำตลาด จนถึงบัดนี้ทั้ง 2 รุ่นยังถือว่าเป็นรุ่นระดับ Flagship ของค่ายแม้จะผ่านมาครบ 1 ปีแล้วก็ตาม แต่ช่วงแรกของการประกาศจัดงาน Mobile World Congress 2012 ณ เมือง Barcelona ประเทศสเปน ท่าทีของ Samsung กลับเย็นชาและนิ่งเฉย ถ้าใครยังพอจำกันได้ Samsung ประกาศในทีแรกว่าจะไม่เข้าร่วมงาน Mobile World Congress ในปีนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคือการปฏิเสธข่าวเกี่ยวกับ Galaxy S III ทั้งหมดทั้งที่ควรจะนำมาเปิดตัวในงานนี้เหมือนรุ่นที่แล้วด้วยซ้ำ แน่นอนว่าสื่อมวลชนต่างทำการตัดชื่อ Samsung ทิ้งจากลิสท์รายชื่อค่ายมือถือที่ลงกำหนดการ Press Conference ไปแล้ว แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อ Samsung โผล่หัวประกาศเข้าร่วมงาน Mobile World Congress เพียงไม่กี่วันก่อนงานจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

การเข้าร่วมงาน Mobile World Congress 2012 ของ Samsung ในปีนี้แม้ไม่ได้มีความหวือหวายิ่งใหญ่ภายใต้คอนเซ็ป Unpacked เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา แต่ได้มีการนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจากรุ่นเดิมมาเปิดตัว ตอบโจทย์ Lifestyle ที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน รวมแล้วมีทั้งสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, เครื่องเล่นพกพา และเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ เริ่มต้นจาก..

Galaxy Tab 2 10.1

จะเรียกว่าเป็นภาคต่อจาก Galaxy Tab 10.1 ก็คงไม่สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากนักเนื่องจากตัวสเปคของ Galaxy Tab 2 10.1 ไม่ได้มีพัฒนาการขึ้นอย่างเด่นชัด แต่กลับเป็นการ Minor Change แก้ไขจุดด้อยจากรุ่นเดิมให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น โดยมีจุดเด่นที่พัฒนาขึ้นจาก Galaxy Tab 10.1 ดังต่อไปนี้

  • มาพร้อมกับ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ตั้งแต่แรก
  • รองรับ MicroSD ได้มากสุด 32GB, หน่วยความจำในตัว 16/32 GB
  • บันทึกวีดีโอระดับ 1080p Full HD
  • โทรออก-รับสายได้แล้ว รวมถึงการสั่นเตือน
จุดเด่นที่ยังเหมือนกัน
  • หน้าจอ PLS TFT ขนาด 10.1 นิ้วความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล 149 PPI
  • CPU Cortex-A9 Dual-Core 1GHz
  • RAM 1GB
  • กล้องหลัง 3 ล้านพิกเซล Auto-Focus (ไม่มีแฟลช LED ใน Galaxy Tab 2 10.1), กล้องหน้า
  • การเชื่อมต่อ GSM / HSDPA Quad-Band และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n
  • GPS, A-GPS
  • แบตเตอรี่ Li-Po 7000 mAh

ด้วยความแตกต่างที่น้อยสุดๆจากรุ่นเดิม เป็นงานหนักของ Samsung ที่ต้องหาวิธีการทำตลาดไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา, การใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ หรือทำการชู Ice Cream Sandwich ที่มาตั้งแต่แรกเป็นจุดขายทั้งที่รุ่นเดิมก็รองรับการอัพเดทเหมือนกัน หรือชูดีไซน์ที่มีความสดใหม่มากกว่า (แต่หนาขึ้น 1.1 มม. หนักขึ้น 28 กรัม) ในขณะที่คู่แข่งในวงการแท็บเล็ตอย่าง ASUS นำไปหลายช่วงตัวด้วย Transformer Prime TF700T ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Quad-Core และ หน้าจอ Super IPS+ ความละเอียด 1920 x 1200 พิกเซล งานนี้ Samsung ต้องทำการบ้านอย่างหนักแล้วจริงๆ

Galaxy Tab 2 7.0

นี่ล่ะคือภาคต่อของ Galaxy Tab 7.0 รุ่นแรกตัวจริงซึ่งเคยประสบความสำเร็จในตลาดแท็บเล็ตหน้าจอ 7 นิ้วอย่างล้นหลาม ก่อนหน้านี้ Samsung ทำการวางตลาด Galaxy Tab 7.0 Plus ที่มาพร้อมกับ CPU Dual-Core ในราคาที่จับจองเป็นเจ้าของได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่การเปิดตัว Galaxy Tab 2 7.0 ที่มีสเปคคล้ายกันนี้อาจจะสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค ซึ่งก็เป็นแนวทางการทำตลาดของ Samsung อยู่แล้วในการออกรุ่นใหม่ถี่ๆเน้นปริมาณเพื่อครองส่วนแบ่งการตลาดให้ได้มากที่สุด จากสเปคพบว่า Galaxy Tab 2 7.0 มีความเหนือกว่า Galaxy Tab 7.0 Plus เพียง Android 4.0 Ice Cream Sandwich ตั้งแต่ออกจากโรงงานเท่านั้น จุดเด่นที่ยังเหมือนกันมีดังต่อไปนี้

  • หน้าจอ PLS TFT ขนาด 7.0 นิ้วความละเอียด 1024 x 600 พิกเซล 170 PPI
  • CPU Dual-Core (Galaxy Tab 7.0 Plus 1.2GHz, Galaxy Tab 2 7.0 1GHz)
  • RAM 1GB
  • กล้องหลัง 3 ล้านพิกเซล Auto-Focus (ไม่มีแฟลช LED ใน Galaxy Tab 2 7.0), กล้องหน้า
  • การเชื่อมต่อ GSM Quad-Band / HSDPA Tri-Band และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n
  • GPS, A-GPS
  • หน่วยความจำในตัว 8/16/32 GB รองรับ MicroSD ได้มากสุด 32GB
  • แบตเตอรี่ Li-Ion 4000 mAh
  • รองรับการโทรออก-รับสาย

คาดว่า Samsung จะทำตลาด Galaxy Tab 2 7.0 ในที่ราคาไม่สูงนักเพื่อจับตลาดระดับกลาง-ล่าง อาจจะมีราคาถูกกว่า Galaxy Tab 7.0 Plus อีกด้วย และที่สำคัญมันตอบโจทย์การใช้งานแท็บเล็ตกึ่งมือถือได้เป็นอย่างดี

Galaxy Note 10.1

นี่ล่ะคือพระเอกตัวจริงในงานนี้ ตั้งแต่มีข่าวลือว่า Samsung จะผลิต Galaxy Note ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 10.1 นิ้วในที่สุดมันก็ถูกเปิดตัวแล้วจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น Samsung ไม่คิดที่จะปกปิดเบาะแสใดๆด้วยการเปิดเผยป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในบริเวณงาน MWC เองก่อนงานจะเริ่ม ซึ่งไม่ใช่วิสัยปกติที่ผู้ผลิตรายไหนเค้าทำกัน Galaxy Note 10.1 สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุมตั้งแต่แท็บเล็ตที่สามารถใช้ปากกา S-Pen จดบันทึกได้อย่างแม่นยำกว่าที่เคย, รองรับการโทรเข้าออกเหมือนมือถือทั่วไป, แอปสำหรับการตกแต่งภาพอย่างมืออาชีพ, ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มผู้บริหาร, พนักงานออฟฟิส, เลขา, นักเรียนนักศึกษา, ดีไซน์เนอร์, ผู้ออกแบบกราฟฟิคได้เป็นอย่างดี จุดเด่นของมันมีความคล้ายคลึงกับ Galaxy Tab 2 10.1 รวมถึงดีไซน์ที่เหมือนกันเป๊ะๆแต่มีการเพิ่มฟีเจอร์ปากกา S-Pen เข้าไป ฟีเจอร์ของ Galaxy Note 10.1 มีดังต่อไปนี้

  • หน้าจอ PLS TFT ขนาด 10.1 นิ้วความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล 149 PPI
  • CPU Cortex-A9 Dual-Core 1.4GHz
  • RAM 1GB
  • กล้องหลัง 3 ล้านพิกเซล Auto-Focus พร้อมแฟลช LED, กล้องหน้า
  • การเชื่อมต่อ GSM / HSDPA Quad-Band และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n
  • GPS, A-GPS
  • หน่วยความจำในตัว 16/32/64 GB รองรับ MicroSD ได้มากสุด 32GB
  • แบตเตอรี่ Li-Po 7000 mAh
  • มาพร้อมกับ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ตั้งแต่แรก
  • บันทึกวีดีโอระดับ 1080p Full HD
  • โทรออก-รับสายได้แล้ว รวมถึงการสั่นเตือน
  • รองรับการป้อนข้อมูลด้วยปากกา S-Pen พร้อมลูกเล่นที่พัฒนาขึ้นจาก Galaxy Note 5.3 เช่นระบบการทำงานแบ่งส่วนหน้าจอ Multi-Screen Functionality, ก็อป – วางไปที่ Search Engine ได้ทันที
  • แอป Photoshop Touch, Ideas ติดตั้งพร้อมใช้งาน
รุ่นพี่ VS รุ่นน้อง : Galaxy Note 5.3 และ Galaxy Note 10.1

จากความสำเร็จของ Galaxy Note คาดว่า Samsung จะออกผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ S-Pen เป็นตระกูลสาย Note แยกออกจาก Tab มากขึ้นในอนาคต Galaxy Note 10.1 คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน

Galaxy Beam

สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ Samsung เคยเปิดตัว Galaxy Beam รุ่นแรกที่มาพร้อมกับเครื่องฉายโปรเจคเตอร์มาแล้วในงาน MWC 2010 แต่ชะตากรรมของมันกลับอาภัพเงียบเชียบหายไปเฉยๆโดยไม่มีใครทราบว่ามันเป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมสำหรับการวางตลาดจริงหรือไม่ด้วยซ้ำ

Galaxy Beam เวอร์ชั่นแรกที่เปิดตัวในงาน MWC 2010

แต่ Samsung ขุุดไอเดียสมาร์ทโฟนติดโปรเจคเตอร์ขึ้นมาและทำให้มันเป็นความจริงอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Galaxy Beam รุ่นที่สองอย่างเป็นทางการซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นดังต่อไปนี้

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 4.0 นิ้วความละเอียด 800 x 480 พิกเซล 233 PPI
  • CPU Cortex-A9 Dual-Core 1.4GHz
  • RAM 768 MB
  • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล Auto-Focus พร้อมแฟลช LED, กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล
  • การเชื่อมต่อ GSM / HSDPA Quad-Band และ Wi-Fi 802.11 b/g/n
  • หน่วยความจำในตัว 8 GB รองรับ MicroSD ได้มากสุด 32GB
  • Li-Ion 2000 mAh
  • Android 2.3 Gingerbread
  • บันทึกวีดีโอระดับ 720p HD
  • GPS, A-GPS
  • เครื่องฉายโปรเจตเตอร์บนส่วนหัวของตัวเครื่อง ฉายภาพระดับ HD ได้ในระยะ 2 เมตร
  • ด้วยความบาง 12.5 มม.ทำให้ Galaxy Beam เป็นมือถือที่มาพร้อมกับเครื่องฉายโปรคเจคเตอร์บางที่สุดในขณะนี้

Galaxy Beam สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้ที่ต้องนำเสนอโครงการ หรือพรีเซนท์ข้อมูลบ่อยๆ แค่ปิดไฟในห้องให้มืดและมีเพียง Galaxy Beam เครื่องเดียวก็สามารถนำเสนอข้อมูลได้อย่างราบรื่นง่ายดาย ตอบโจทย์ผู้ที่รักการถ่ายรูปหรือวีดีโอแล้วฉายให้เพื่อนฝูงดูเป็นกลุ่ม ทุกอย่างจะง่ายดายแค่มี Galaxy Beam เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น

Galaxy S (Player) WiFi 4.2

Samsung ได้มีการนำเครื่องเล่นมัลติมีเดียพกพาขับเคลื่อนด้วย Android OS มาเปิดตัวในงาน MWC ภายใต้ชื่อ Galaxy S WiFi 4.2 หรือ Galaxy Player หน้าจอขนาด 4.2 นิ้ว โดยมีฟีเจอร์เด่นดังต่อไปนี้

  • หน้าจอ TFT IPS ขนาด 4.2 นิ้วระดับ WVGA (480 x 800 พิกเซล)
  • CPU Single Core 1GHz
  • กล้องหลัง 2 ล้านพิกเซล กล้องหน้าระดับ VGA
  • Android 2.3 Gingerbread
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 3.0, USB 2.0 และ WiFi 802.11 b/g/n
  • แบตเตอรี่ความจุ 1,500 mAh
  • หน่วยความจำในตัว 8/16GB
  • รองรับ MicroSD สูงสุด 32GB

คาดว่า Samsung จะทำการจำหน่าย Galaxy S WiFi 4.2 ในราคา $250 (7,600 บาท) ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเครื่องเล่นมัลติมีเดียพกพาพร้อมการลงแอป Android ได้เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนในราคาเบาๆ

นอกจากนี้ Samsung ได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่มาเปิดตัวอย่างโมดูลกล้องรุ่น S5K3H7 ขนาด 1.4 um ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับเซนเซอร์รับภาพ CMOS ชนิด Backside Illumination (BSI) แบบเดียวกับใน iPhone 4/4S ช่วยเพิ่มความสามารถของการถ่ายรูปในที่มืดให้มีความสว่างสดใสเก็บรายละเอียดได้มากยิ่งขึ้น พร้อมฟีเจอร์อย่าง Zero Shutter Lag และบันทึกวีดีโอระดับ 1080p 30fps ประหยัดพลังงานได้มากกว่าโมดูลรุ่นก่อนๆ คาดว่าจะถูกนำมาใช้ประกอบในสมาร์ทโฟน Samsung ถัดจากนี้อีก 2 เดือน

แม้การเข้าร่วมงาน Mobile World Congress 2012 ของ Samsung ในปีนี้ถือว่าเป็นเพียงการตอกย้ำกระแสให้อยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคไม่ให้ลืมเลือนหายไป ไม่ได้ยิ่งใหญ่จัดเต็มเหมือนกับฝั่ง HTC, LG, Nokia และแบรนด์อื่นๆที่ต่างนำสมาร์ทโฟนระดับ Quad-Core หรือ Camera Phone กล้อง 41 ล้านพิกเซลมาเปิดตัว แต่ศักยภาพของ Samsung นั้นยังสามารถไปได้อีกไกลโดยมีคาดการณ์กันว่า Samsung จะจัดงานเปิดตัว Galaxy S III ที่มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดสูงกว่าทุกรุ่นที่มีอยู่ในตลาด, ชิปเซ็ตระดับ Quad-Core, กล้องที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นก่อน รวมถึงแท็บเล็ตระดับ Quad-Core ภายในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เมื่อถึงเวลานั้น Samsung จะกลับมาทวงตำแหน่งเจ้าตลาด Android OS คืนมาอีกครั้ง อดใจรอดูให้ดีครับ

About Author

Ororo

Ororo

Partners