ไขปริศนากล้อง 41 ล้านพิกเซลของ Nokia 808 PureView พร้อมตัวอย่างภาพถ่าย 38 ล้านพิกเซล !

โดย Ororo | 28 กุมภาพันธ์ 2555 เมื่อ 10:02 น. | อ่าน 196

การเข้าร่วมงาน Mobile World Congress ของ Nokia ในครั้งนี้มีการเปิดตัว 808 PureView รุ่นสานต่อความสำเร็จจาก N8 ที่มาพร้อมกับกล้องเซนเซอร์ขนาด 1/1.2 นิ้ว ใหญ่เป็น 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับเซนเซอร์ในกล้อง N8 และตัวเซนเซอร์สามารถถ่ายทอดความละเอียดได้สูงสุดถึง 41 ล้านพิกเซล เป็นขนาดที่ใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการมือถือของโลกเลยทีเดียว จุดเด่นของกล้อง PureView สามารถบรรยายออกมาเป็นข้อๆได้ดังต่อไปนี้

1. ถ่ายรูปขนาดใหญ่สุดถึง 38 ล้านพิกเซลในอัตราส่วน 4:3 และ 34 ล้านพิกเซลในอัตราส่วน 16:9

เอ๋ะ! เดี๋ยวก่อน.. ไหนโฆษณาว่า 41 ล้านพิกเซลไงล่ะ ความจริงคือ Nokia 808 PureView สามารถตั้งค่าการถ่ายรูปได้ขนาดใหญ่สุดเพียง 38 ล้านพิกเซลเท่านั้น สำหรับ 41 ล้านพิกเซล (7728 x 5368) คือขนาดที่ตัวเซนเซอร์สามารถรองรับพื้นที่ได้สูงสุดจริง แต่เมื่อการถ่ายรูปต้องทำด้วยอัตราส่วน 4:3 (7152 x 5368 พิกเซล) หรือ 16:9 (7728 x 4354) จึงมีการสูญเสียพื้นที่เซนเซอร์บางส่วนไปดั่งในภาพด้านล่าง

สรุปว่า Nokia 808 PureView ถ่ายรูปขนาดใหญ่สุดได้ 38 ล้านพิกเซล แต่การโฆษณาออกสื่อว่า 41 ล้านพิกเซลนั้นก็ไม่ถือว่าผิดเช่นกัน ถือเป็นความหัวหมอของ Nokia เค้าครับ 😛

ปกติการตั้งค่าจะอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซลในอัตราส่วน 16:9 แต่ก็สามารถเลือกภาพขนาดเต็มได้ 38 ล้านพิกเซล 4:3, 34 ล้านพิกเซล 16:9 รวมถึงระดับอื่นๆอย่าง 3, 5, 8, ล้านพิกเซล (4:3) และ 2, 8 ล้านพิกเซล (16:9) ได้เช่นกัน

2. ภาพคมชัดสุดๆด้วยเทคโนโลยี Pixel Oversampling

Nokia 808 PureView สามารถบันทึกรูปภาพได้ขนาดสูงสุดถึง 38 ล้านพิกเซล เมื่อคุณเลือกขนาดของรูป 5 ล้านพิกเซลนั่นหมายความว่าพิกเซล 6-8 หน่วยจะถูกอัดกันอยู่ภายในพิกเซลเดียวเรียกว่า Super Pixel ทำให้ภาพที่ได้จาก PureView มีความคมชัด, ระดับสัญญาณรบกวน (Noise) น้อยกว่าภาพที่ได้จาก Camera Phone รุ่นอื่นๆเท่าที่เคยมีมา ต้องยกผลประโยชน์ให้กับเซนเซอร์ขนาดใหญ่ของ PureView นี้

3. ระบบ Lossless Zoom 3X อันชาญฉลาด

Nokia ได้นำประโยชน์จากเซนเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1/1.2 นิ้วซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดได้ทุกรูขุมขน ทำระบบที่เรียกว่า Lossless Zoom โดยมีหลักการคือกล้องจะจับภาพขนาดเต็มแล้วทำการปรับขนาดเหลือ 2 – 8 ล้านพิกเซลเฉพาะจุดที่ผู้ใช้ต้องการจากภาพขนาดเต็ม ทำให้รายละเอียดและคุณภาพของรูปยังคงอยู่ครบทุกประการ มีความเหนือกว่าระบบ Digital Zoom ทั่วไปที่ทำให้ภาพแตกคุณภาพของรูปลดลง แล้วยังเหนือกว่าระบบ Optical Zoom โดยตัวเครื่องยังคงความบางไม่ถึกเทอะทะ อีกทั้งความไวชัตเตอร์ยังเร็วกว่าเพราะแสงตกกระทบถึงตัวเซนเซอร์ได้ไวโดยไม่ต้องผ่านช่องเลนส์ที่ยื่นยาวออกมา ภาพก็ไม่เบลอที่มุมขอบรวมถึงผลที่เกิดจากกล้องสั่นและเสียงที่เกิดจากการซูมเลนส์ด้วยเช่นกัน เมื่อตั้งค่าขนาดของภาพไว้อยู่ที่ 5 ล้านพิกเซลจะสามารถ Lossless Zoom ได้สูงถึง 3 เท่า

4. เลนส์คุณภาพสูงโดย Carl Zeiss ทรงนูนแบบ Aspherical ซ้อนกันถึง 5 ชิ้น ค่ารูรับแสง F2.4 ทางยาวโฟกัส 8.02 มม.

เลนส์ Carl Zeiss ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพสูงในอันดับต้นๆของโลกซึ่งใน PureView เป็นเลนส์ทรงนูนแบบ Aspherical ที่ซ้อนซ้อนกันถึง 5 ชิ้น ภาพที่ได้จะไม่ผิดเพี้ยนไปจากสายตาจริงหรือน้อยที่สุด บวกกับค่ารูรับแสงที่มีขนาดกว้างถึง F2.4 ทำให้แสงตกกระทบถึงเซนเซอร์ได้มากกว่าแต่ก่อน ส่งผลให้ภาพที่ได้มีความสว่างเก็บรายละเอียดได้มากยิ่งขึ้น และทางยาวโฟกัส 8.02 มม. ช่วยให้การถ่ายรูปในระยะใกล้สามารถเพ่งความสนใจไปที่วัตถุได้ดียิ่งขึ้น

5. การบันทึก VDO ระดับ 1080p Full HD 30fps

นอกจากจะเป็นดาวเด่นด้านการถ่ายภาพนิ่ง PureView ยังเป็นกล้องวีดีโอในมือถือที่ดีที่สุดในขณะนี้เช่นกัน ด้วยการถ่ายวีดีโอระดับ 1080p Full HD 30 เฟรมต่อวินาที Lossless Zoom ได้ถึง 4 เท่า (6 เท่าที่ระดับ 720p และ 12 เท่าที่ระดับ nHD) ตัววีดีโอยังความคมชัดด้วยเทคโนโลยี Pixel Oversampling เช่นเดียวกับภาพนิ่ง ลดจำนวน Noise ทำให้ภาพยังคงคุณภาพสูงแม้ในที่มืด และบันทึกคุณภาพเสียงเทียบเท่ากับระดับ CD โดยไร้การบีบอัด ผลที่ได้คือเสียงที่ตรงกับสภาพแวดล้อมเหมือนเข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริง

6. ไฟแฟลชซีนอนและไฟ LED

PureView ไม่กลัวในที่มืด ด้วยแฟลชซีนอนชนิดเดียวกับที่ใช้ในกล้องดิจิตอล มีความสว่างกว่าแฟลชในมือถือทั่วไปอย่างเทียบกันไม่ติด และไฟ LED ช่วยในการถ่ายวีดีโอในที่มืด

ตัวอย่างภาพขนาด 38 ล้านพิกเซลที่ถ่ายจากกล้องของ Nokia 808 PureView เชิญทัศนากันได้เลยครับ 😀 

About Author

Ororo

Ororo

Partners