ไมโครซอฟท์ประเทศไทยพร้อมวางตลาด Visual Studio 2008 และ .NET Framework 3.5 ในประเทศไทย มกราคม 2551

โดย shyboy | 20 ธันวาคม 2550 เมื่อ 22:41 น. | อ่าน 9
วันนี้ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความพร้อมในการวางตลาดผลิตภัณฑ์ Visual Studio 2008 และ .NET Framework 3.5

          กรุงเทพฯ 20 ธันวาคม 2550 – วันนี้ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความพร้อมในการวางตลาดผลิตภัณฑ์ Visual Studio 2008 และ .NET Framework 3.5 ให้นักพัฒนาชาวไทยได้เป็นเจ้าของตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป ซึ่งเวอร์ชั่นใหม่ของทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยนักพัฒนาทุกระดับในการสร้างแอพพลิเคชั่นที่ใช้กับไมโครซอฟท์ วินโดวส์ วิสต้า ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2008 ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ซิสเต็ม 2007 อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ และเว็บ ได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มประสบการณ์อันเยี่ยมยอดแก่ผู้ใช้


 


          นาย ยิค จุ่น โฮ ผู้อำนวยการฝ่ายนักพัฒนาและกลยุทธ์แพลตฟอร์ม บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ธรรมชาติของเว็บที่มีลักษณะทางสังคมสูงและเน้นภาพที่สวยงามได้เข้ามาเปลี่ยนความคาดหวังของผู้ใช้ที่มีต่อแอพพลิเคชั่นทุกตัวที่พวกเขามีปฏิสัมพันธ์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานมองเห็นหน้าตา หรือแอพพลิเคชั่นบนวินโดวส์ของเครื่องลูกข่าย หรือแม้กระทั่งแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบนเครื่องเดสก์ท็อปสำหรับธุรกิจที่ติดตั้งโปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ การติดตั้งแอพพลิเคชั่นสำหรับธุรกิจบนไมโครซอฟท์ ออฟฟิศซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผู้ใช้งานใช้อยู่เป็นประจำทุกวันนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิผลทางธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด และยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปแล้ว องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่จะพยายามอย่างมากที่จะสร้างแอพพลิเคชั่นที่ดี สามารถเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิผล  เพิ่มรายได้ และมีความสามารถล้ำหน้าคู่แข่ง ซึ่งด้วยความสามารถของ Visual Studio 2008 และ .NET Framework 3.5 แล้ว การทำงานของนักพัฒนาจะง่ายมากยิ่งขึ้น เพียงแค่ใช้ทักษะที่เขามีอยู่แล้วในการสร้างแอพพลิเคชั่นที่ประสิทธิภาพสูงซึ่งใช้ประโยชน์จากแพล็ตฟอร์มล่าสุดนี้”


 


.NET Framework เป็นโมเดลการจัดการโปรแกรมโค้ดสำหรับไมโครซอฟท์ วินโดวส์ นักพัฒนาใช้ .NET Framework ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นและบริการสำหรับวินโดวส์ ไคลเอนท์ วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ หรือแม้แต่การสร้างการเชื่อมต่อระหว่างส่วนประกอบที่แยกจากกันในสถาปัตยกรรมที่เน้นการให้บริการ (Service-oriented architecture) สำหรับ .NET Framework เวอร์ชั่น 3.5 นี้ ไมโครซอฟท์ได้เพิ่มความสามารถในการรองรับอินเทอร์เน็ต โปรโตคอล (internet protocols)  การสื่อสารจุดต่อจุด (peer-to-peer communication) โปรแกรมการจัดการอุปกรณ์ (device programmability) และการรองรับข้อมูล (data handling)  .NET Framework มีโมเดลโปรแกรมแบบเดี่ยวที่เป็นที่รู้จักทั่วไปในการรองรับชุดแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย ลูกค้าที่ใช้งาน.NET Framework เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้แล้วจะพบว่า .NET Framework 3.5 เป็นสิ่งที่คุ้นเคยและง่ายต่อการใช้งาน


 


แอพพลิเคชั่นใหม่อีกประการ ได้แก่ Office Business Application (OBA) ซึ่งรวมฟร้อนท์ออฟฟิศ และแบ็คออฟฟิศเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้ผู้ใช้ข้อมูลทำงานได้อย่างง่ายดายและคุ้นเคยบนไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ  ทั้งนี้ OBAs คือกลยุทธ์ด้าน Software + Services ของไมโครซอฟท์ที่ขยายประสิทธิภาพของไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007 ซิสเต็ม ให้เป็นแพล็ตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุดจากการลงทุน รวมทั้งยังใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์อย่างเต็มที่ และมั่นใจได้ว่าโซลูชั่นมีความสามารถเพียงพอที่จะบริการลูกค้าให้มีทางเลือกและมีความยืดหยุ่นตามที่ต้องการ


 


มร. โฮ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เครื่องมือของ Visual Studio Tools for Office สำหรับสร้างแอพพลิเคชั่นบนออฟฟิศที่เคยแยกจำหน่ายในเวอร์ชั่นก่อน จะถูกรวมอยู่ใน Visual Studio 2008 Professional Edition ซึ่งนักพัฒนาสามารถใช้ทักษะเดิมที่มีอยู่และความคุ้นเคยกับการใช้งาน Visual Studio ที่มีอยู่แล้วในการใช้ประโยชน์จากฟังก์ชั่นที่มีอยู่ในไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ซิสเต็ม 2007 เพื่อใช้ในการสร้างฟีเจอร์ที่สมบูรณ์ และเป็นโซลูชั่นที่มีความสามารถสูงในการทำงานร่วมกันให้แก่ลูกค้า การออกผลิตภัณฑ์ Visual Studio 2008 และ .NET Framework 3.5 จะช่วยให้นักพัฒนาและองค์กรพัฒนามีเครื่องมือที่จะช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น สามารถดึงประโยชน์จากความก้าวหน้าของแพล็ตฟอร์มรุ่นล่าสุดที่ใช้งานบนวินโดวส์ ออฟฟิศ และเว็บ และยังสนับสนุนทีมพัฒนาในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นรวมกันเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตลอดวงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์”


 


การออกผลิตภัณฑ์ชุดล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยาย Microsoft Application Platform ซึ่งเป็นพอร์ตโฟลิโอด้านความสามารถของเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์หลักที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจพัฒนา ติดตั้ง และจัดการกับแอพพลิเคชั่น และโครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอทีได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Windows Server 2008 Visual Studio 2008 และ SQL Server 2008 อย่างเป็นทางการทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยนั้นจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 25 มีนาคม 2551


 


นักพัฒนาสามารถซื้อ Visual Studio 2005 พร้อมการเป็นสมาชิก MSDN ได้แล้ววันนี้ และสามารถอัพเกรดเป็น Visual Studio 2008 ทันทีที่ผลิตภัณฑ์ออกวางตลาด สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาข้อมูลได้ที่ http://www.msdn.microsoft.com/vstudio หรือ http://www.microsoft.com/Thailand/visualstudio

About Author

shyboy

shyboy

Partners