ศาลปกครองสูงสุดกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ไม่ทุเลาชำระค่าปรับ กรณีดีแทคไม่จัดเก็บข้อมูลมือถือระบบเติมเงิน

โดย shyboy | 27 สิงหาคม 2557 เมื่อ 13:16 น. | อ่าน 11

IMG_9244

สำนักงาน กสทช. เตรียมแจ้งให้ดีแทคชำระค่าปรับ 62.64 ล้านบาท หลังศาลปกครองสูงสุดกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นไม่ทุเลาการบังคับตามคำสั่งให้ชำระค่าปรับ กรณีดีแทคไม่จัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการมือถือระบบเติมเงิน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. เตรียมส่งหนังสือแจ้งให้ บ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ชำระค่าปรับทางปกครองจำนวน 62.64 ล้านบาท กรณีที่บริษัทฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครองโดยไม่ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเก็บเงินล่วงหน้า หรือ พรีเพด ให้ถูกต้องครบถ้วน ภายหลังจากวานนี้ (26 ส.ค. 2557) ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้กลับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ชะลอการบังคับตามคำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองดังกล่าว เป็นให้ยกคำขอของผู้ฟ้องคดี (บ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คำร้องอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง)

สำหรับค่าปรับทางปกครองจำนวน 62.64 ล้านบาทดังกล่าว เป็นค่าปรับทางปกครองที่เลขาธิการ กสทช. ได้กำหนดมาตรการบังคับทางปกครองให้บ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 80,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. 2555 จนถึงวันที่ 27 ส.ค. 2557 ทั้งนี้ เงินค่าปรับที่ได้รับทั้งหมดถือเป็นรายได้ของแผ่นดิน ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะนำส่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจกรกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. ต่อไป

นายฐากร ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ความเป็นมาของการกำหนดค่าปรับทางปกครองดังกล่าว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เลขาธิการ กสทช. ได้มีคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 64 แห่งพ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ให้บ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเก็บเงินล่วงหน้าตามข้อ 38 และข้อ 96 ของประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. 2551 ให้ครบถ้วนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ต่อมาบริษัทได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งฯ และ กทค. ในการประชุมครั้งที่ 6/2556 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 ได้พิจารณาอุทธรณ์ของบริษัทแล้วเห็นว่า คำสั่งทางปกครองของเลขาธิการ กสทช. ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงให้บริษัทฯ ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดของผู้ใช้บริการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งวันที่ได้รับหนังสือแจ้งมติ และสำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามคำสั่งและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แต่บริษัทก็ยังไม่ได้ดำเนินการตามคำสั่ง

ต่อมา เลขาธิการ กสทช. ได้มีคำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองต่อกรณีนี้ ในอัตราวันละ 80,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. 2555 หลังจากนั้น บ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นฟ้องเรื่องดังกล่าวต่อศาลปกครองโดยศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเลขาธิการ กสทช. ตามหนังสือลงวันที่ 30 พ.ค. 2557 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ซึ่งจากนั้น กสทช. และสำนักงาน กสทช. ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของศาลปกครองชั้นต้น และวานนี้วันที่ 26 ส.ค. 2557 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ยกคำขอของ   ผู้ฟ้องคดี (บ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน))

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ บ. ทรู มูฟ จำกัด ได้จ่ายค่าปรับจำนวน 34.96 ล้านบาท กรณีไม่ลงทะเบียนผู้ใช้บริการพรีเพด ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อ 38 และข้อ 96 ของประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. 2551 ให้แก่สำนักงาน กสทช. แล้วเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2557 ที่ผ่านมา สำหรับ บ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ศาลปกครองยังให้ความคุ้มครองอยู่ และคดียังไม่ถึงที่สุด

“สำนักงานฯ หวังว่าจะมีการลงทะเบียนเพิ่มขึ้น ซึ่งจากข้อมูลขณะนี้ พบว่ามีการลงทะเบียนซิมการ์ดเพิ่มขึ้นภายหลังจากที่สำนักงาน กสทช. ได้เปิดให้บริการแอพพลิเคชั่น 2 แชะ มาช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนซิมเติมเงินทั้งซิมเก่าและซิมใหม่ โดยเป็นการสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการข้อมูลส่วนตัวไม่รั่วไหล การลงทะเบียนด้วยสมาร์ทโฟนที่ใช้แอพ 2 แชะ จะไม่มีการบันทึกภาพและข้อมูลใดๆ ของประชาชนผู้มาลงทะเบียนไว้ในเครื่อง แต่จะส่งข้อมูลตรงไปเก็บไว้ที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดย กสทช. สามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ รวมถึงการที่ผู้ให้บริการขยายจุดให้บริการเป็น 50,000 จุดทั่วประเทศแล้ว” นายฐากร กล่าว

 

About Author

shyboy

shyboy

Partners