เอชพีเผยโฉมชุดโซลูชั่นและบริการด้าน Business Technology ล่าสุด มอบประสิทธิภาพแก่ซีไอโอเพื่อได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่าและรวดเร็วยิ่งขึ้น

โดย shyboy | 4 ตุลาคม 2550 เมื่อ 03:53 น. | อ่าน 11
เอชพีวันนี้ประกาศขยายพอร์ทโฟลิโอด้าน Business Technology ด้วยการเปิดตัวโซลูชั่นและบริการใหม่ล่าสุด

กรุงเทพ ประเทศไทย 3 ตุลาคม 2550 – เอชพีวันนี้ประกาศขยายพอร์ทโฟลิโอด้าน Business Technology ด้วยการเปิดตัวโซลูชั่นและบริการใหม่ล่าสุดที่จะช่วยให้ลูกค้าผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ข้อมูลธุรกิจ รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น


โซลูชั่นและบริการใหม่นี้จะช่วยให้ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงหรือซีไอโอได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่าและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยการช่วยลดความเสี่ยงในการค้นหาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้เกิดการเติบโตโดยอาศัยการปรับแนวทางด้านไอทีและธุรกิจให้มีความสอดคล้องกันมากขึ้น รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงจากการใช้งานทรัพยากรของศูนย์ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


โซลูชั่นและบริการใหม่ดังกล่าวรวมไปถึง 1.นวัตกรรมแพลตฟอร์มที่จะทำให้การจัดการข้อมูลในอีเมล์และเอกสารทางธุรกิจอื่นๆ เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น 2.โซลูชั่นใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าองค์กรจัดการความต้องการด้านบริการทางธุรกิจ รวมทั้งการตัดสินใจด้านพอร์ทโฟลิโอของโครงการด้านไอที และ 3.บริการต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะการทำงานของศูนย์ข้อมูล


ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ชุดใหม่ดังกล่าวสอดรับกับกลยุทธ์สามด้านของพอร์ทโฟลิโอ HP Business Technology อันได้แก่ Business Information Optimization, Business Technology Optimization และ Adaptive Infrastructure


เอริก โกะห์ รองประธานฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีโซลูชั่นส์ ประจำเอชพี เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า “ลูกค้ามีความไว้วางใจในเอชพี เพราะเอชพีมุ่งเน้นในการช่วยเหลือพวกเขาแก้ปัญหาทางด้านธุรกิจอย่างเต็มร้อย ซึ่งนั่นก็เป็นจุดมุ่งหมายของการใช้เทคโนโลยี เราช่วยลูกค้าในการลดค่าใช้จ่าย บริหารความเสี่ยงและใช้ประโยชน์สูงสุดจากความเปลี่ยนแปลง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าก้าวไปข้างหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้โซลูชั่นและบริการใหม่ๆ ที่เข้ามาเสริมพอร์ทโฟลิโอ HP Business Technology ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเอชพีในการเป็นพันธมิตรกับซีไอโอเพื่อแก้ปัญหาหลักทางธุรกิจของลูกค้าอีกด้วย”


 


การใช้ประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลทางธุรกิจ (Business Information Optimization)


นวัตกรรม HP Integrated Archive Platform ช่วยให้สามารถจัดเก็บ ค้นหา และค้นคืน อีเมล์ เอกสาร และรูปภาพนับพันล้านไฟล์ได้อย่างง่ายดายจากแพลตฟอร์ม e-Discovery เพียงหนึ่งเดียว ที่สามารถขยายความจุได้ แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นโซลูชั่นสำหรับองค์กรธุรกิจแบบครบวงจร ที่ใช้สำหรับการค้นหาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การดูแลระบบการทำงาน และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ด้วยเทคโนโลยีด้านกริดบนสตอเรจและเซิร์ฟเวอร์อันโดดเด่นของเอชพี แพลตฟอร์มนี้จึงมาพร้อมกับดัชนีเนื้อหาประสิทธิภาพสูง ซอฟต์แวร์ค้นหาและการจัดการนโยบาย


นอกจากนี้เอชพียังนำเสนอบริการ Information Discovery and Policy Definition Service แก่ลูกค้าที่ต้องเผชิญปัญหาความยุ่งยากในการแปลงข้อกำหนดด้านกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เทคโนโลยี ธุรกิจและการปฏิบัติการให้มาเป็นนโยบายในการเข้าใช้งาน การเก็บรักษาข้อมูล การจัดเก็บและนำข้อมูลมาใช้ใหม่ บริการนี้ยังมอบคลังข้อมูลขององค์กร แอพพลิเคชั่น และระบบให้ลูกค้าผู้ใช้งาน และยังเป็นตัวอย่างของข้อมูลเพื่อใช้ในการปลดล็อครูปแบบการใช้งานและการไหลของข้อมูลอีกด้วย


และเพื่อเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการสำรองข้อมูลอีเมล์ เอชพีจึงได้แนะนำซอฟต์แวร์เสริมประสิทธิภาพ HP Data Protector สำหรับใช้งานกับระบบ Microsoft® Exchange ที่จะมอบหลากหลายทางเลือกให้แก่ลูกค้าในการตอบสนองจุดกู้คืนข้อมูลและเป้าหมายทางด้านเวลา ผลิตภัณฑ์บริการใหม่ของเอชพียังช่วยลูกค้าในการออกแบบ ตรวจสอบ และนำโซลูชั่นสำรองและกู้คืนข้อมูลไปใช้ให้เกิดผล


ไม่เพียงเท่านี้ เอชพียังได้เปิดตัวโปรแกรม Business Intelligence (BI) Evolution Assessment  ซึ่งเป็นการสำรวจที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถประเมินสมรรถภาพของระบบบีไอของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ การประเมินดังกล่าวซึ่งอาศัยการทำงานของแบบจำลอง HP’s BI Maturity Model ที่จะวาดพัฒนาการของบริษัทไปตามเส้นโค้งของการนำระบบบีไอมาใช้ จะช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถวัดวุฒิภาวะของระบบบีไอของตนเองเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนต่อไป


 


การใช้เทคโนโลยีในธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Business Technology Optimization BTO)


การพัฒนาประสิทธิภาพในการส่งมอบข้อมูลให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านไอทีตลอดช่วงวงจรการดำเนินโครงการจะช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงอีกด้วย และเพื่อเป็นการเสริมความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายทางด้านไอทีและธุรกิจให้มีมากยิ่งขึ้น เอชพีจึงได้เปิดตัวโซลูชั่น Demand and Portfolio Management Solutions ที่ผสานรวมบริการให้คำปรึกษา การรวมศูนย์การทำงาน และการเรียนรู้ของเอชพีเข้าไว้กับโปรเจ็คอัตโนมัติและซอฟต์แวร์บริหารจัดการพอร์ทโฟลิโอ


โซลูชั่นดังกล่าวที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ HP Service Management จะช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต พร้อมลดความเสี่ยงของความล้มเหลวของโครงการให้เหลือน้อยที่สุด และใช้ประโยชน์สูงสุดจากความเปลี่ยนแปลง


โซลูชั่น HP Service Management ยังมาพร้อมกับคอร์สใหม่เพื่อใช้งานกับมาตรฐานของ ITIL V3 รวมทั้งโปรแกรมเสริมของบริการ ITSM Assessment Services สำหรับโซลูชั่นของ SAP® และมาตรฐาน ISO/IEC 20000 นอกจากนี้ มาตรฐาน ITIL V3 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมุมมองที่มีต่อไอทีในบริบททางธุรกิจที่กว้างใหญ่มากขึ้น มาตรฐาน ITIL V3 ยังได้เน้นการบริหารจัดการวงจรของการให้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยเน้นในด้านวิธีการที่จะทำให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับธุรกิจ


 


กลยุทธ์ Adaptive Infrastructure


เอชพีนำความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านศูนย์ข้อมูลและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดมาใช้ในการกำหนดนิยามพอร์ทโฟลิโอของบริการภายใต้แนวทาง Data Center Transformation พอร์ทโฟลิโอใหม่นี้ครอบคลุมไปถึงบริการ HP Data Center Lifecycle Services (HP DCLS) ซึ่งเป็นพอร์ทโฟลิโอที่รวบรวมมอดูลมาตรฐาน และบริการที่เน้นกระบวนการทำงาน และโซลูชั่นต่างๆ สำหรับสร้างศูนย์ข้อมูลประสิทธิภาพสูงที่พร้อมมอบผลลัพธ์สูงสุดทางธุรกิจ ชุดผลิตภัณฑ์แบบเอนด์ ทู เอนด์ (endtoend) อันครบครันของเอชพีจะช่วยให้องค์กรที่ใช้งานสามารถลดค่าใช้จ่าย และสร้างประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งยังสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ และลดความเสี่ยงต่างๆ เพราะมีช่วงเวลาที่ระบบทำงานได้เป็นปกติที่เหนือกว่า และให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายด้านการเติบโต


เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้าผู้ใช้งานสามารถนำวิธีการดำเนินการที่มีการแบ่งระยะการทำงานที่ชัดเจน (phased approach) ไม่ว่าองค์กรจะอยู่ในช่วงวุฒิภาวะทางไอทีระดับใดก็ตามเพื่อมาแก้ปัญหาในด้านฐานข้อมูลของตนเองได้ โดยนำบริการจาก HP Services มาใช้เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ นอกจากนี้ HP DCLS จะทำให้บริษัทมีเครื่องมือด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบบ Lights-out (iLO) ตลอด 24 ชั่วโมง และยังสามารถจัดการทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยไปจนถึงด้านบริการ provisioning ชุดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเข้ามาแก้ปัญหาด้านค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การรวมระบบ การวางแผน การจัดการความเปลี่ยนแปลง และการดูแลระบบการทำงานซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างกลยุทธ์ Adaptive Infrastructure


ราเจช ประภาคารัน ผู้อำนวยการฝ่าย Infrastructure Services & Storage Services ประจำ HP Services เอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น กล่าวว่า “HP Data Center Lifecycle Services ช่วยมอบสมรรถนะให้แก่ลูกค้าผู้ใช้งานในการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงด้วยช่วงเวลาที่ระบบทำงานได้ปกติที่เหนือกว่า ข้อพิสูจน์สำคัญก็คือการที่เราได้บอกกับลูกค้าว่าเอชพีเองก็ได้ใช้นวัตกรรมดังกล่าว ซึ่งก็ทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายในการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการปฏิบัติการและการให้บริการสนับสนุนอย่างเห็นได้ชัด”


ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นด้าน Business Technology ของเอชพี สามารถหาได้จากเอกสารประชาสัมพันธ์สำหรับสื่อมวลชนแบบออนไลน์ ที่ www.hp.com/go/acceleratebusinessoutcomes

About Author

shyboy

shyboy

Partners