“Startup แบบไหนที่ VC อยากจะลงทุน?” สัมภาษณ์ เจฟฟรี เพย์น ในโครงการ dtac Accelerate Batch 3

โดย syndana | 24 กันยายน 2558 เมื่อ 16:35 น. | อ่าน 9

dtac-accelerateเจฟฟรี เพย์น หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทลงทุน Golden Gate Ventures ที่เป็นกองทุนสนับสนุน Startup ช่วงเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบันรวมกว่า 25 บริษัททั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดอันดับความสนใจเพื่อลงทุนในภูมิภาคนี้ ได้แก่ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศไทย

โดย Golden Gate Venture มีแผนลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยหลังจากระดมทุนได้ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งก็สนใจประเทศเมียนมาร์ด้วยเช่นกัน เพราะชาวเมียนมาร์มาเรียนที่สิงคโปร์ ก็นำกลับไปพัฒนาประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานของเมียนมาร์ก็เริ่มมีการพัฒนามากขึ้น

เจฟฟรี เพย์น เคยเรียนและทำงานที่อเมริกามาก่อนและลงทุนในบริษัท Startup มากมายทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเป็นผู้อยู่ในยุคแรกๆของวงการ Startup ในประเทศสิงคโปร์ด้วย ซึ่งเจฟฟรีมองว่าการที่ Startup ไทยเน้นรุกตลาดภายในประเทศก่อนนั้นเป็นสิ่งที่ดี และการที่ SME ไทยเริ่มออกมาทำ Startup เองนั้นเป็นสิ่งที่น่าจับตามองเช่นกัน

สิ่งที่เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษคือด้าน  Mobile VDO โดยเฉพาะ ซึ่งประเทศไทยมีตลาดที่ใหญ่พอสมควร มีการผสมฟังชั่น SNS (Social Network Service) อยู่ด้วย อาทิ Zalo  แบบ Chat service ที่นิยมมากในเวียดนาม รวมถึงการพัฒนาบริการต่อยอดกับ Platform ที่มี open API เช่น Line ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ เนื่องจากมีฐานลูกค้าที่ใหญ่ในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว

สำหรับการที่เจฟฟรีจะเลือกลงทุนใน Startup รายไหนนั้นเวลาเลือกจะดูที่ Motivation หรือแรงบันดาลใจเป็นหลัก หลังจากที่สนใจในตัวธุรกิจแล้วก็จะมานั่งคุยกันต่อว่าอะไรคือ Motivation ในทำธุรกิจนี้ขึ้นมา ต่อมาคือ Vision วิสัยทัศน์ที่สตาร์ทอัพและทีมต้องเห็นพ้องกับวิสัยทัศน์นั้นและมีความมุ่งมั่นไปด้วยกัน และการ Hiring People มองหาคนประเภทเดียวกัน ที่พร้อมจะเติบโตฝ่าฟันไปด้วยกัน สุดท้ายคือ Focus ความมุ่งมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และทำให้ดีที่สุด

ทั้งนี้เจฟฟรียังแนะนำเพิ่มเติมสำหรับ Startup ไทยนั่นคือ การใช้ภาษาอังกฤษ และการเดินทางในต่างประเทศให้มากขึ้น เพื่อสร้าง Connection กับนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ได้รับประสบการณ์ในโลกที่กว้างมากขึ้น ซึ่งทีมที่ร่วมโครงการ dtac Accelerate Bootcamp Batch ครั้งที่ 3 ทั้ง 6 ทีม เขามองเห็น 3 ทีมที่น่าสนใจซึ่ง Founder เป็น SME ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆมานาน โดยทั้ง 3 ทีมเป็นบริการ B2B และมีความเป็นไปได้สูงที่จะลงทุน ซึ่งเขาได้เคยลงทุนกับ Startup ในประเทศไทยไปแล้วกว่า 4 รายและ 1 ในนั้นคือ Claim Di ซึ่งมาจาก dtac Accelerate Batch ที่ 2 นั่นเอง

About Author

syndana

syndana

Partners