จะทนร้อนทำไม! “LINE MAN” แอพฯใหม่จาก LINE อยากกิน อยากช็อป หรือ ส่งของ จบได้ที่เดียว

โดย RingRangRung | 23 เมษายน 2559 เมื่อ 18:02 น. | อ่าน 2,261

13000347_783617621739466_2585219514753596068_nอย่างที่รับรู้กันครับว่า อากาศประเทศไทยตอนนี้จัดว่าดี๊ดี ….. ดีนะที่ไม่ตายยย!!! ถ้าจะร้อนกันเบอร์นี้ การที่มนุษย์ตัวเล็กๆจะต้องออกไป Say Hi! กับดวงตะวัน ในอุณหภูมิแตะ 40 องศา เพื่อเดินหน้าดำซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ในระยะทางเพียง 1 กิโลเมตร ก็ทรมานดังอยู่กลางทะเลทราย แล้วมันจะดีแค่ไหนถ้าเราจะไม่ต้องเสียเหงื่อ เพราะสิ่งที่ต้องการจะถูกเสิร์ฟมาให้ถึงหน้าบ้าน

แอพฯรีวิวตอนนี้จึงขอนำเสนอของใหม่จาก LINE ประเทศไทย อย่าง “LINE MAN : Delivery Services” แอพพลิเคชั่นที่จะมาเขย่าวงการขนส่งด้วยบริการที่ครบวงจร ตามนโยบายที่จะไม่หยุดแค่แอพฯแชท แต่จะรุกสู่รูปแบบ E-Commerce และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้ใช้ให้มากยิ่งขึ้น

LINE MAN เพิ่งเปิดให้โหลดตัวเวอร์ชั่น Beta ไปสดๆร้อนๆ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมานี้เองครับ ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ตัวบริการยังคงครอบคลุมแค่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น

cats2

บริการหลักๆของ LINE MAN มีอยู่ 3 อย่างครับ ประกอบด้วย

  • “Messenger Services” บริการแมสเซนเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถส่งพัสดุหากันได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย
  • “Food Delivery” หิวแต่ไม่อยากออกไปไหน ก็เลือกเลยอาหารจากร้านเด็ด ร้านดัง เสิร์ฟให้ถึงที่
  • “Convenience Goods” เลือกช็อปสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ ที่พร้อมจะส่งตรงถึงบ้าน

เมื่อทราบว่าทำอะไรกันได้บ้างก็ถึงเวลาลองใช้กันครับ หลังจากดาวน์โหลดแอพฯมาเรียบร้อย ก็ลงทะเบียนเข้าใช้งานผ่านทาง LINE หลังจากนั้นก็เลือกเลยครับว่าต้องการใช้บริการตัวไหน

cats2

เริ่มด้วยตัว “Messenger Services” ในขั้นตอนแรกเราก็ต้องใส่ข้อมูลของเรา (ผู้ส่ง) ก่อนครับว่าจะให้ไปรับพัสดุที่ไหน โดยเริ่มจากการระบุพิกัดในแผนที่ และเพื่อความชัวร์ก็ควรใส่ รายละเอียดที่อยู่/จุดสังเกต อาทิเช่น บ้านเลขที่,ชื่ออพาร์ตเมนท์/คอนโด้ หรือ ตรอกซอกซอย จากนั้นก็ใส่ชื่อ และหมายเลขติดต่อ

cats3

จากนั้นจะเป็นการใส่ข้อมูลของ “ผู้รับ” ว่าต้องการจะให้ไปส่งที่ไหนซึ่งขั้นตอนเหมือนกับของคนส่งและจะต้องอยู่ในเขตพื้นที่บริการเหมือนกัน

cats4

ถัดมาจะเป็นส่วนของหมายเหตุ อาทิเช่น ขนาด/น้ำหนัก หรือพัสดุที่ต้องใช้ความระมัดระวัง รวมถึงการจ่ายเช็ค วางบิล ที่จะเป็นในรูปแบบการขนส่งแบบ ไป-กลับ

เมื่อลงข้อมูลครบแล้ว LINE MAN ก็จะคำนวน ระยะทาง ,เวลาในการขนส่ง และค่าบริการออกมาให้ ซึ่งเราก็กดเลือกได้ว่าจะให้เก็บเงินที่ ต้นทาง หรือ ปลายทาง และกดยืนยันคำสั่งรอแมสเซนเจอร์มารับของได้เลย

cats5

อัตราค่าบริการ Messenger Services 

  • ค่าบริการเริ่มต้นที่ 48 บาท ระยะทาง 1-30 กม.แรก คิดเพิ่ม 7.2 บาท/กม. ในส่วนที่เกิน 30 กม.ขึ้นไปคิด 14 บาท/กม.
  • ในกรณีที่เลือก ไป-กลับ ค่าบริการบวกเพิ่มอีก 75 บาท
  • หากใช้บริการช่วงนอกเวลาทำการ ตั้งแต่ 21.00 น. – 22.59 น. เก็บเพิ่มอีก 50 บาท และตั้งแต่ 23.00 น.- 06.00 น. เก็บเพิ่ม 100 บาท
  • ฟรี! หีบห่อสำหรับจัดส่ง

โหมดบริการถัดมาเป็น “Food Delivery” ซึ่งเราก็ต้องเริ่มต้นด้วยการเลือกร้านอาหาร หรือจะค้นหาจากเมนูที่อยากกิน แล้วตัวแอพฯก็จะดึงฐานข้อมูลจาก Wongnai เพื่อหาร้านที่ใกล้กับจุดที่เราอยู่มากที่สุด แต่ถ้าคิดไม่ออกก็กดดูร้านแนะนำเลยก็ได้

cats6

เมื่อได้ร้านมาแล้วก็ใส่เมนู ที่ต้องการซึ่งจะมาเป็นไฟล์รูปภาพหนังสือเมนูของทางร้าน ให้เราเลื่อนดูแล้วพิมพ์ใส่ทีละอย่างเองครับ เมื่อครบแล้วก็ใส่ที่อยู่สำหรับการจัดส่ง รวมถึงชื่อ และ เบอร์โทร ของเราเข้าไป

cats7

โดยมูลค่ารวมของอาหารที่สั่งแต่ละครั้งจะจำกัดให้ไม่เกิน 1,000 บาท สำหรับค่าอาหาร (ไม่รวมค่าบริการ) และระยะเวลาในการจัดส่งตัว LINE MAN จะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

cats8

อัตราค่าบริการ Food Delivery 

  • ค่าบริการ (ไม่รวมค่าอาหาร) เริ่มต้นที่ 55 บาท ระยะทาง 1 กม. ขึ้นไปคิดเพิ่ม 9 บาท/กม.
  • หากใช้บริการช่วงนอกเวลาทำการ ตั้งแต่ 21.00 น. – 22.59 น. เก็บเพิ่มอีก 50 บาท และตั้งแต่ 23.00 น.- 06.00 น. เก็บเพิ่ม 100 บาท

โหมดสุดท้ายคือการสั่งสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ “Convenience Goods” ขั้นตอนการใช้งานก็ง่ายๆ เริ่มต้นด้วยการเลือก สาขาของ 7-Eleven ที่เราต้องการจะซื้อสินค้า โดยให้สังเกตจากตัวจุดมาร์ค สาขาเป็นตัวสีดำแสดงว่าอยู่ในเขตให้บริการครับ สังเกตได้ว่าค่อนข้างจะครอบคลุมเกือบทุกสาขาในกรุงเทพฯ

cats9

จากนั้นก็เลือกสินค้าที่ขั้นตอนคล้ายกับการสั่งอาหาร คือพิมพ์ใส่เข้าไปว่าต้องการอะไร จำนวนเท่าไร หรือจะเลือกเอาจากหมวดสินค้าขายดีเลยก็ได้ จากนั้นก็จะเป็นการใส่ข้อมูลสำหรับการจัดส่งเหมือนเดิม

cats10

อัตราค่าบริการ Convenience Goods 

  • ค่าบริการ (ไม่รวมค่าสินค้า) เริ่มต้นที่ 55 บาท ระยะทาง 1 กม. ขึ้นไปคิดเพิ่ม 9 บาท/กม.
  • หากใช้บริการช่วงนอกเวลาทำการ ตั้งแต่ 21.00 น. – 22.59 น. เก็บเพิ่มอีก 50 บาท และตั้งแต่ 23.00 น.- 06.00 น. เก็บเพิ่ม 100 บาท

cats11

ทว่า ณ จุดๆนี้ ก็ต้องยอมรับว่าร้าน 7-Eleven ก็มีอยู่แถบทุกมุมของกรุงเทพฯเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นร้านของ CP-ALL หรือร้านแฟรนไซส์ บางที่นี้เปิดห่างกันไม่ถึงหนึ่งช่วงตึกเสียด้วยซ้ำ จากความเห็นคิดว่าบริการนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลา บ้านอยู่ในซอยลึกไม่สะดวกจะออกมาซื้อเอง หรือต้องการสินค้าที่มีขายเฉพาะบางสาขา

สำหรับ LINE MAN ตอนนี้ยังเปิดให้ดาวน์โหลดเฉพาะแค่ Google PlayStore เท่านั้นครับ ใครที่ใช้สมาร์ทโฟน Android ก็กดมาลองได้เลย ส่วนระบบ iOS อดใจรออีกนิด คาดว่าถ้าเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไรคงได้ใช้กัน

About Author

RingRangRung

RingRangRung