ไมโครซอฟท์ปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธ์ด้วยโปรแกรม Reduced Functionality Mode (RFM) ในวินโดวส์ วิสต้า

โดย shyboy | 6 มิถุนายน 2550 เมื่อ 14:18 น. | อ่าน 8
ผู้ใช้โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์จะเผชิญปัญหาไม่สามารถใช้งานโปรแกรมได้

และต้องลงทะเบียนเข้าใช้งานโปรแกรมลิขสิทธิ์ภายใน 30 วัน


กรุงเทพฯ 6 มิถุนายน 2550 – บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำเจตนารมณ์อย่างต่อเนื่องในการปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์และคู่ค้าที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ประกาศใช้โปรแกรม Reduced Functionality Mode หรือ RFM สำหรับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป


 


โปรแกรม Reduced Functionality Mode หรือ RFM เป็นโปรแกรมที่เกิดจากการอัพเดทอัตโนมัติของไมโครซอฟท์ ซึ่งจะมีผลกระทบสำหรับผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธ์ โดยจะมีข้อความเตือนให้ผู้ใช้งานทราบก่อนล่วงหน้า 30 วันถึงสถานะของซอฟต์แวร์ว่าเป็นซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และเปิดโอกาสให้เจ้าของซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ เพื่อประโยชน์ในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และได้รับการอัพเดทการอุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยต่างๆ จากไมโครซอฟท์ ตลอดจนสิทธิประโยชน์ และโปรแกรมเสริมอื่นๆ ที่ไมโครซอฟท์เตรียมไว้สำหรับผู้ใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ตามโปรแกรม Windows Genuine Advantage


 


นายฐิตกร อุษยาพร ผู้อำนวยการด้านโออีเอ็ม บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ไมโครซอฟท์ตระหนักดีว่าผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์มีความต้องการที่จะใช้ศักยภาพอย่างเต็มเปี่ยมจากซอฟต์แวร์ที่ตนลงทุนไปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการดำเนินธุรกิจ และการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งเราได้มีการพัฒนาประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ วิสต้า ก็นับเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับการพัฒนามาอย่างสมบูรณ์แบบพร้อมความสามารถใหม่ๆ มากมายและศักยภาพด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สำหรับโปรแกรม Reduced Functionality Mode นี้ จะเป็นโปรแกรมที่ให้ประโยชน์อย่างแท้จริงกับผู้ที่ต้องการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ที่อาจตกเป็นเหยื่อการใช้งานของละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่รู้ตัวหรือไม่ตั้งใจ”


 


“เราจำเป็นต้องมีการดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ เพราะมีลูกค้าจำนวนมากที่ต้องการใช้งานซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์แต่ขาดความรู้ถึงวิธีการแยกแยะระหว่างของแท้ของปลอม ทำให้ตกเป็นเหยื่อการละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ยังเป็นการรักษาประโยชน์ของบรรดาคู่ค้าที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ระบบนิเวศน์อุตสาหกรรมแข็งแกร่งและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” นายฐิตกร กล่าวเสริม


 


ทั้งนี้ หลังจากเริ่มมีผลใช้งานในวันที่ 12 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ผู้ใช้งาน วินโดวส์ วิสต้า อย่างละเมิดลิขสิทธิ์จะพบว่าโปรแกรม RFM จะแสดงข้อความเตือนว่าซอฟต์แวร์ที่กำลังใช้งานอยู่นั้นเป็นซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมแจ้งให้ผู้ใช้เข้าไปซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ผ่านระบบออนไลน์ โดยจะแจ้งเตือนเป็นระยะๆ ภายในช่วง 30 วันเพื่อเปิดโอกาสให้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงไปใช้งานซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ หลังจาก 30 วันแล้วหากยังไม่มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ผู้ใช้จะไม่สามารถใช้งานโปรแกรมต่างๆ รวมทั้งเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นอกจากโปรแกรม Internet Explorer ที่จะยังคงอยู่บนหน้าจอเพื่อเปิดโอกาสให้เข้าไปซื้อสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องผ่านทางออนไลน์ได้เท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปเลือกซื้อเวอร์ชั่นที่เหมาะกับความต้องการของตัวเองเพื่อประสิทธิภาพการทำงานและความมั่นใจในความปลอดภัย พร้อมรับสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายจากโครงการ Windows Genuine Advantage


 


หากท่านสนใจทราบข้อมูลเพิ่มเติม และตรวจสอบสถานะของซอฟต์แวร์ที่ท่านใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.microsoft.com/thailand/windows/products/windowsvista/default.mspx


 

About Author

shyboy

shyboy

Partners