ซัมซุงสร้างปรากฏการณ์การเติบโตทิ้งห่างเหนือคู่แข่ง พร้อมส่งสุดยอดกองทัพสินค้าหมวดภาพและเสียงบุกตลาดปี 2550

โดย shyboy | 26 เมษายน 2550 เมื่อ 15:52 น. | อ่าน 6
รุกตลาดสุดตัวด้วย “นวัตกรรม High Definition” ให้ความละเอียดสูงทั้งภาพและเสียง ชูความเป็นผู้นำ
เทรนด์ “นวัตกรรมผสานดีไซน์สวย” ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์

·  รุกตลาดสุดตัวด้วย “นวัตกรรม High Definition” ให้ความละเอียดสูงทั้งภาพและเสียง ชูความเป็นผู้นำ


     เทรนด์ “นวัตกรรมผสานดีไซน์สวย” ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเดินหน้าทยอยส่งเครื่องเล่น MP3 รุ่นใหม่เจาะกลุ่ม “วัยรุ่นและวัยเริ่มทำงาน”


·  “สุนทรียภาพทางประสบการณ์” เป็นการผสมผสานระหว่าง “สุดยอดแห่งศิลปะ” และ “นวัตกรรม” กับสินค้าหมวดภาพและเสียงใหม่ล่าสุดกว่า 65 รายการ หวังดันยอดเติบโต 36% ในกลุ่มภาพและเสียง


 


กรุงเทพฯ 25 เมษายน 2550 – มร. ควัง คี ปาร์ค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์  กล่าวในงานแสดงนวัตกรรมสินค้า หมวดภาพและเสียงระดับภูมิภาคประจำปี 2550 “สุนทรียภาพทางประสบการณ์ (The Art of Experience)” ว่า แนวทางการทำตลาดสินค้าหมวดภาพและเสียงของซัมซุงในประเทศไทยปีนี้ จะทำในเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่หมวดภาพและเสียงกว่า 65 รายการ สำหรับในหมวด ภาพซัมซุงจะเน้นไปที่ตลาดโทรทัศน์จอภาพความละเอียดสูง (เอชดี) โดยซัมซุงเตรียมส่งสินค้าไลน์ใหม่เข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ แอลซีดีทีวี ฟูลเอชดี M8 และพลาสม่าทีวี Q9


 


ในปีที่ผ่านมา ยอดขายซัมซุงในหลายหมวดผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะแอลซีดีทีวี ทั้งนี้จากสถิติล่าสุด ซัมซุงทิ้งห่างคู่แข่งครองแชมป์ผู้นำในตลาดแอลซีดีทีวีในประเทศไทยด้วยส่วนแบ่งการตลาด 34.4% ของมูลค่าตลาดรวมและ 34.7% ของจำนวนเครื่อง ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ซัมซุงมุ่งมั่นที่จะตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดทีวี ด้วยการชูนวัตกรรมเอชดีเป็นตัวชูโรงในการทำตลาดหลากหลายไลฟ์สไตล์ และมีแผนผลักดันให้เครื่องเล่น MP3 ของซัมซุงมีการเพิ่มส่วนแบ่งในใจผู้บริโภคในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน


 


“ซัมซุงคาดหวังว่าอุตสาหกรรมจอภาพความละเอียดสูง จะมีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในอีก 2-3 ปีข้างหน้า และภายในปี พ.ศ. 2553 เอชดีทีวี จะกลายเป็นสินค้าที่มีอย่างแพร่หลาย และเป็นสิ่งจำเป็นต่อผู้บริโภค โดยทางซัมซุงได้วางจุดยืนที่ชัดเจนที่สุด ในการมอบประสบการณ์การรับชมโทรทัศน์ที่เหนือระดับผ่านจอภาพเอชดี ที่ซัมซุงมีครบทุกไลน์ ตั้งแต่เอชดีทีวี ไปจนถึงเครื่องเล่นดีวิดีแผ่นบลูเรย์ และชุดโฮมเธียร์เตอร์  ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยศึกษาและพัฒนาสินค้ากว่า 2.1 แสนล้านบาทในปี พ.ศ. 2549 หรือกว่า 9.5% ของรายได้รวมของบริษัท เราจึงมั่นใจว่า เอชดีทีวี จะสร้างปรากฏการณ์กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของผู้บริโภค” มร. ปาร์ค กล่าว   


 


มร. ปาร์ค กล่าวต่อว่า  ปัจจุบัน สถานการณ์ของตลาดในประเทศไทยมีปัจจัยต่างๆ ที่เอื้อต่อการใช้เอชดีทีวีมากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็น การส่งสัญญาณแพร่ภาพเอชดี การวางจำหน่ายเอชดีทีวี อุปกรณ์เพื่อการบันทึกภาพต่างๆ เช่น แผ่นบลูเรย์และเอชดี วีดีโอเกมส์ ความต้องการเอชดีทีวีและการตอบรับที่เพิ่มมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยต่อสินค้าคุณภาพสูงดีไซน์เยี่ยมในราคาที่สามารถหาซื้อได้ ล้วนนำมาซึ่งความสำเร็จของซัมซุง


 


ทั้งนี้ จากสถิติล่าสุด ซัมซุงได้ก้าวนำคู่แข่งขึ้นเป็นผู้นำตลาดโลกในกลุ่มโทรทัศน์ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 14% ของมูลค่าตลาดโดยรวมและ 10.6% ในสัดส่วนจำนวนเครื่อง ส่วนในตลาดภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ยอดขายของแอลซีดีทีวีมีอัตราเติบโตกว่า 400% ถือเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาค ขณะที่ตลาดในประเทศไทย ซัมซุงคาดการณ์ว่าปีนี้ตลาดรวมแอลซีดีทีวีจะมีอัตราการเติบโตที่ 250% จากปีที่แล้ว โดยตั้งเป้ายอดขายแอลซีดีทีวีภายในปีนี้ไว้ที่ 100,000 เครื่อง 


 


จากความสำเร็จด้วยยอดขายกว่า 3 ล้านเครื่องทั่วโลกของแอลซีดีทีวี “บอร์โดซ์ อาร์ ในปีที่ผ่านมา ล่าสุด ปีนี้ซัมซุงได้เปิดตัว “บอร์โดซ์ พลัส (Bordeaux Plus)” แอลซีดีทีวี ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเพรียวบางขึ้นอีกขั้นด้วยเส้นสายบางเบาและรูปลักษณ์ที่เรียบสง่าเป็นมันเงา พร้อมลำโพงที่ซ่อนไว้ด้านหลังอย่างแยบยล ซัมซุงจึงมั่นใจว่า “บอร์โดซ์ พลัส” จะช่วยผลักดันยอดขายให้ซัมซุงแอลซีดีทีวีบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ 100,000 แสนเครื่องในปีนี้อย่างแน่นอน


 


อีกหนึ่งในสินค้าที่ซัมซุงให้ความสำคัญ คือ โทรทัศน์ตระกูล สลิมฟิตทีวี (SlimFit) หรือโทรทัศน์รุ่นที่ 4 ซึ่งนับเป็นมาตรฐานใหม่ของโทรทัศน์สี ด้วยรูปทรงที่เพรียวบางกว่าโทรทัศน์สีทั่วไปถึง 30% แต่ยังให้ภาพคมชัดความละเอียดสูง พร้อมหลอดภาพสีแบบนาโนเทคโนโลยีจึงให้ภาพชัดคมสมจริงสีสันเจิดจ้ายิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ซัมซุงมุ่งหวังที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโทรทัศน์สีในประเทศไทย ด้วยการเปลี่ยนจากการใช้โทรทัศน์สีจอแบนไปสู่โทรทัศน์สีสลิมฟิตทีวีซึ่งสวยและบางกว่า


 


มร.ปาร์ค กล่าวเสริมว่า นอกจากโทรทัศน์จอภาพความละเอียดสูงแล้ว เครื่องเล่น MP3 นับว่าเป็นตัวขับเคลื่อนความสำเร็จของซัมซุงทั้งในตลาดประเทศไทยและในภูมิภาค ดังนั้น ในปีนี้ซัมซุงมีแผนทำตลาดเครื่องเล่น MP3 ในเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่กว่า 10 รายการ ควบคู่กับการทำการตลาดในกลุ่มวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงาน “ยูธ มาร์เก็ตติ้ง (Youth Marketing)” เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างซัมซุงและผู้บริโภคให้ซัมซุงเป็นแบรนด์ในใจผู้บริโภค


 


ในปีนี้ ซัมซุงตั้งงบการตลาดกว่า 670 ล้านบาทในกลุ่มภาพและเสียง เพื่อให้บรรลุยอดขายการเติบโตที่วางไว้กว่า 36% ซัมซุงจึงเน้นกลยุทธ์การวางผลิตภัณฑ์ (Product Placement)  โดยการจัดวางซัมซุงแอลซีดีทีวีในสถานที่ไฮเอนด์ต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ให้มากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการสร้างไลฟ์สไตล์ที่สอดคล้องกับผู้บริโภค (Lifestyle Creation) โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเลิศทั้งด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ ผสานกับแพ็คเกจ “มิกซ์แอนด์แมทช์ (Mix-and-Match Package)” เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตนได้มากที่สุด นอกจากนี้กลยุทธ์การขยายตลาดผ่านช่องทางในกลุ่มผู้ประกอบการ (Business-to-Business), การเป็นพันธมิตรกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, การทำกิจกรรมและสื่อการตลาดในรูปแบบต่างๆ ล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเห็นและสัมผัสสินค้าของซัมซุงพร้อมกับการเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง” มร. ปาร์ค กล่าวท้ายสุด


 


ล่าสุด ซัมซุงได้จัดงานแสดงนวัตกรรมในหมวดภาพและเสียง ภายใต้ชื่อ   “สุนทรียภาพทางประสบการณ์” ที่เมืองทองธานีในวันที่ 25 เมษายนนี้ ซึ่งภายในงานนี้ท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ จากโทรทัศน์รุ่นต่างๆ ของซัมซุง ที่ให้ภาพสวยชัดคมสีสันเจิดจ้าและมีรูปแบบการใช้งานที่ล้ำยุคและดีไซน์นำสมัย พร้อมเอาใจคอเพลงด้วยหลากรุ่นเครื่องเล่น MP3 ดีไซน์เพรียวบางแต่อัดแน่นด้วยแพ็คเกจมัลติมีเดียและการใช้งานที่ครบครันเต็มรูปแบบ


###


 


***วิวัฒนาการของโทรทัศน์ยุคต่างๆ


1.       โทรทัศน์ขาวดำ 2.โทรทัศน์สีจอโค้ง 3.โทรทัศน์สีจอแบน 4.สลิมฟิตทีวี

About Author

shyboy

shyboy

Partners