DJI Store Thailand เปิดร้าน DJI Premium Reseller อย่างเป็นทางการ รุกตลาด Drone และ Stabilizer Camera เต็มสูบ

โดย shyboy | 21 มกราคม 2559 เมื่อ 01:25 น. | อ่าน 220

รูป2คน_1สองผู้บริหารหนุ่ม นฤพนธ์ ถมทอง และ ณัฐชนน ชีวะวัฒนากร ไฟเขียวจาก DJI สำนักงานใหญ่ เปิดตัว DJI Store Thailand ร้านตัวแทนจำหน่าย DJI อย่างเป็นทางการในรูปแบบ “Premium Reseller” ตั้งอยู่โครงการ Crystal Park เผยตลาดกลุ่ม Drone และ Stabilizer Camera ปีที่ผ่านมามีมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท  

นายนฤพนธ์ ถมทอง และ นายณัฐชนน ชีวะวัฒนากร กรรมการผู้จัดการ ดีเจไอ สโตร์ ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า ในประเทศไทยมีตัวแทนจำหน่าย DJI อย่างเป็นทางการ 3 ราย เราเป็นรายที่ 4 ที่ทาง DJI สำนักงานใหญ่ แต่งตั้งให้เป็น Premium Reseller ร้านแรกและร้านเดียวในประเทศไทย ที่มีสินค้าต่างๆ ของ DJI แสดง ทั้งอุปกรณ์ Drone และ Stabilizer Camera ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ของโครงการ คริสตัล พาร์ค เฟส 3 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม บนพื้นที่ 90 ตารางเมตร

5“นอกจากที่ร้านของเรามีสินค้าแสดงทุกรุ่นแล้ว ยังมี service ที่ได้มาตราฐาน ทั้งรับซ่อมโดยที่ DJI สำนักงานใหญ่มีอะไหล่ชิ้นส่วนเบื้องต้น รองรับการให้บริการ หรือหากเป็นเคสปัญหาใหญ่ก็จะดำเนินการส่งเคลมไปยังสำนักงานใหญ่ ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน”

6สินค้าของ DJI หลักๆ ที่นำเข้ามามีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ คือ 1.โดรน 2. Stabilizer Camera โดยมีไฮไลท์อยู่ที่สองรุ่นคือ Phantom โดรนรุ่นยอดฮิต ใช้งานง่ายคุณภาพดีที่มืออาชีพเลือกใช้ และ Osmo Action Camera ที่มาพร้อม Stabilizer กันสั่นถึง 3 แกน ทำให้ภาพไม่สะดุด ลื่นไหลอย่างมืออาชีพถ่าย ให้คุณภาพไฟล์คมชัดระดับ 4K ทำให้ไม่พลาดทุกการถ่ายภาพและง่ายต่อการเก็บรายละเอียดได้อย่างชัดเจน สามารถใช้งาน ตอบโจทย์มืออาชีพ และเป็นผู้นำตลาด Drone และ Stabilizer Camera ของโลก ซึ่งกวาดส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 80% ทั่วโลก

3ส่วนตลาดในไทย ในกลุ่มสินค้านี้ มีมูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาทไทย โดย DJI Store Thailand ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 10 ล้านบาท แบ่งเป็นขายปลีก 60% และขายส่ง 40% ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของเราเน้นหนักไปที่ กลุ่มงาน Production, การศึกษา, งานวิจัย, งานเกษตรกรรม และหน่วยงานราชการ โดยราคาเฉลี่ยของสินค้า เริ่มต้นที่ 22,000 – 250,000 บาท และในปีนี้จะได้เป็น โดรน เพื่อการเกษตร โดยการบรรทุกยาพ่นฆ่าแมลงได้ถึง 10 กิโลกรัม ในการใช้งานตามไร่นา โดยไม่ต้องใช้แรงงานคนเหมือนแต่ก่อน

สำหรับงบประมาณทางการตลาด เราได้มีการวางแผนทางการตลาดสำหรับเปิดตลาดในปีนี้ อยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท โดยเน้นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการจัดอีเวนท์ที่ร้าน การทำประชาสัมพันธ์ผ่านทั้งสื่อออนไลน์และสิ่งพิมพ์ต่างๆ พร้อมทั้งเตรียมขยายสาขาทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดอีกด้วย

รูป2คน_4โดยในปีแรกที่เปิดตัวนี้เราคาดหวังเป็นผู้นำตลาด Drone และ Stabilizer Camera ในประเทศไทย และเตรียมรองรับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อความสะดวกของกลุ่มลูกค้าที่สนใจแต่ไม่สะดวกที่จะเดินทางมาที่ร้าน ทั้งนี้เรามองเห็นว่าในปีนี้อัตราการเติบโตของสินค้าประเภทนี้มีแนวโน้มที่เริ่มสูงขึ้น ไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่นิยมสินค้าประเภท Gadget ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเรามั่นใจว่า DJI จะเข้าไปอยู่ในใจของคนไทย และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วอย่างแน่นอน” คุณนฤพนธ์ กล่าวปิดท้าย

About Author

shyboy

shyboy

Partners