กลุ่มทรู แถลงวิสัยทัศน์ปี 2007 สานต่อความโดดเด่นผู้นำชีวิต Convergence Lifestyle ผสมผสานบริการ 5 ธุรกิจหลักในกลุ่มทรู ; ทรูมูฟ ทรูออนไลน์ ทรูวิชั่นส์

โดย shyboy | 2 กุมภาพันธ์ 2550 เมื่อ 00:28 น. | อ่าน 71
เร่งสร้างมูลค่าเพิ่มชัดเจนเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัลแบบเฉพาะทาง
ภายใต้แนวคิด ยิ่งรวมกัน ชีวิตยิ่งดีขึ้น

กรุงเทพมหานคร ; 1 กุมภาพันธ์ 2550 :  ทรู ประกาศวิสัยทัศน์ปี 2007       ก้าวสู่อีกระดับของการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดคืนกลับสู่ผู้บริโภค หลังสำเร็จก้าวแรกผสมผสาน 5 ธุรกิจหลักครบวงจร ทรูมูฟ ทรูออนไลน์ ทรูวิชั่นส์ ทรูมันนี่ ทรูไลฟ์ ตอบโจทย์ความเป็นผู้นำชีวิต Convergence Lifestyle เติมเต็มไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค มั่นใจสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และภูมิปัญญาให้เกิดได้จริงภายในปี2009 พร้อมเพิ่มขีดความสามารถให้ประชาชนและเยาวชนทุกครัวเรือนทั่วประเทศเข้าถึงความรู้  ข้อมูลข่าวสาร สาระบันเทิง  รองรับการแข่งขันกับตลาดโลก


 


นายศุภชัย  เจียรวนนท์  กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม  บมจ. ทรู  คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปี 2549  กลุ่มทรูได้บรรลุก้าวแรกของวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำ   Convergence & Lifestyle Enabler ด้วยการทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงและสามารถเติมเต็มชีวิตประจำวันของตนได้มากขึ้น   รวมทั้งสามารถเข้าถึงความรู้  ข่าวสาร  ข้อมูล  ความบันเทิง  ธุรกรรม  ตลอดจนเข้าถึงคุณค่าของ        กันและกันตามพันธกิจ  (Mission Statement) ของกลุ่ม หรือ  Access Availability  และ  Universal Access  ถือเป็นภารกิจแรกที่สำคัญ  ซึ่งเกิดขึ้นจากการควบรวมบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์  หรือ ทรูมูฟ และ  บริษัท ยูไนเต็ด บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น หรือ ทรูวิชั่นส์ อันเป็นปัจจัยสำคัญทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้เข้าถึงรูปแบบเนื้อหาในการบริโภคทั้ง 3  รูปแบบ คือ รูปแบบโทรศัพท์เคลื่อนที่  รูปแบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต และรูปแบบโทรทัศน์และเคเบิ้ลทีวี  ซึ่งตอบโจทย์การเป็น ผู้นำชีวิต Convergence & Lifestyle Enabler ตามวิสัยทัศน์ของกลุ่ม  และจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำสังคมไทยเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า  Digital Age ที่ทุกสิ่งจะถูกจัดเก็บและดำเนินการอยู่ในระบบดิจิทัล  ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ผู้บริโภคเติมเต็มชีวิตประจำวัน ทั้งชีวิตการทำงาน ชีวิตส่วนตัวได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น


 


“สำหรับไลฟ์สไตล์นั้นประกอบด้วย 3 รูปแบบ คือ Content หรือเนื้อหาสาระที่ผสมผสานทั้งภาพ เสียง และข้อมูล นอกจากนั้น ก็คือ Community ชุมชนที่มีความสนใจและไลฟ์สไตล์ที่คล้ายคลึงกัน  ซึ่งในอดีตสื่อสารกันในลักษณะของ One To One คือรู้กัน 1 ต่อ 1 แต่ปัจจุบันกลายเป็นการสื่อสารกันในลักษณะที่เรียกว่า One To Many หรือ 1 ต่อ หลายๆ คน รวมทั้ง 1 ต่อองค์กร หรือ 1 ต่อสังคม หรือ 1 ต่อทั้งประเทศ และรูปแบบสุดท้ายคือ Commerce หรือการทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์ ซึ่งหมายถึง E-Commerce  หรือที่เรียกว่า ดิจิทัลคอมเมิร์ซ ซึ่งบางส่วนทำเอง บางส่วนทำกับคู่ค้า กับผู้ประกอบการรายอื่น ซึ่ง       รูปแบบทั้ง 3  นี้  จะเกิดขึ้นควบคู่ไปกับความสามารถของเทคโนโลยี  รวมทั้งความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารของคนในประเทศ“


 


การสร้างสังคมแห่งภูมิปัญญา Information Based Society หรือ Knowledge Based Society ตามพันธกิจที่สำคัญยิ่งของทรูในช่วง 3-5 ปีข้างหน้านั้น นายศุภชัยกล่าวว่า  นอกจากจะต้องมีค่านิยมในการเรียนรู้แล้ว  จะต้องมีปัจจัยที่สำคัญคือ  Access Availability  หรือความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ผ่าน Platform  ที่เรียกว่า  IP  หรือ Internet Platform  ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล  ผนวกกับระบบการเชื่อมโยง IP ทำให้คำว่า Digital Economy (เศรษฐกิจแบบดิจิทัล) / Digital Society (สังคม    ดิจิทัล) รวมถึงคำว่า  Convergence และ Digital Lifestyle (ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล)  จึงเกิดขึ้น  และเป็นจุด เริ่มต้นของวิวัฒนาการสังคมในยุคศตวรรษที่ 21  ซึ่งการพัฒนาความเจริญของแต่ละประเทศจะถูกบ่งชี้โดยคำว่า  Access Availability  หากประเทศไทยสามารถพัฒนาและสร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้ได้ดี ก็จะนำพาประเทศสู่ยุคระบบสังคมที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใสสูง สามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ และเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจของประเทศ


 


การขยายบริการพื้นฐานทั้ง 3 ส่วนของกลุ่มทรู คือ ทรูออนไลน์ ทรูมูฟ  ทรูวิชั่นส์ ถือเป็นส่วนที่เป็น Access Availability ทั้งสิ้น จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะเชื่อมโยงทั้ง 3 ระบบเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดเป็น Universal Access หรือเกิดเป็น Convergence Platform ทั้งนี้กลุ่มทรู จึงจำเป็นต้องมี ทรูมันนี่ และ ทรูไลฟ์ (True Life) โดย ทรูมันนี่ เพื่อทำธุรกรรมทางพาณิชย์ต่างๆ (Digital Commerce) ในรูปแบบที่เป็นออนไลน์และทุก Access Platform ที่เกิดขึ้นและใช้บริการได้จริง ในขณะที่ ทรูไลฟ์ จะให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเนื้อหาสาระรูปแบบดิจิทัล (Digital Content) และชุมชนดิจิทัล (Digital Community) และ Digital Multimedia Communicator ได้แท้จริง  ทั้งระหว่างผู้บริโภค (C to C) ธุรกิจกับผู้บริโภค (B to C) และ ธุรกิจกับธุรกิจ (B to B) เหล่านี้  ล้วนประกอบเป็นวิสัยทัศน์ขององค์กรที่เรียกว่า Convergence & Lifestyle Enabler หรือ  การทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงและสามารถเติมเต็มชีวิตประจำวันของเขาได้อย่าง  เต็มที่และครบวงจร ซึ่งปัจจุบันกลุ่มทรูสามารถเข้าถึงองค์ประกอบที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด  รวมทั้งสามารถนำมาผสมผสานให้บริการแก่ลูกค้าภายในกลุ่มได้อย่างเป็นจริง


 


สำหรับปี 2550  จะเป็นก้าวสำคัญของความเป็นผู้นำ Convergence Lifestyle ที่แท้จริง โดยกลุ่มทรูจะสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดให้ประชาชนคนไทยทั่วประเทศอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน รวมทั้งจะพิสูจน์     ตัวเองในฐานะบริษัทเอกชนไทยรายเดียวในประเทศว่า บริษัทไทยภายใต้พื้นฐานที่เป็นธรรม สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นผู้นำในหมวดด้านเทคโนโลยี  ตลอดจนการสื่อสารที่ครอบคลุมสนองตอบความต้องการให้กับลูกค้าและผู้บริโภคชาวไทยได้ตรงใจครบวงจร  พร้อมแข่งขันกับต่างชาติและในตลาดโลก


 


สำหรับ ภาพรวม 5 กลุ่มธุรกิจของกลุ่มทรู  นายศุภชัยกล่าวว่า ธุรกิจแรกคือ ทรูออนไลน์   นับตั้งแต่โทรศัพท์พื้นฐาน อินเทอร์เน็ตและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แม้ว่ากลุ่มทรูจะสามารถทำตลาดได้เฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามพื้นที่ให้บริการของโทรศัพท์พื้นฐานของกลุ่มทรู แต่กลุ่มทรูก็เป็นผู้นำชัดเจนเรื่องโทรศัพท์พื้นฐานมีลูกค้า 1.9 ล้าน  คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด ประมาณ 56% และยังเป็นผู้นำตลาดบรอดแบนด์  โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีส่วนแบ่งตลาด 80-85%   รวมแล้วมีฐานลูกค้าผู้ใช้บริการ ทรูออนไลน์ ถึง  2.7 ล้านราย  


 


สำหรับ ทรูมูฟ  ตลาดของทรูมูฟหรือตลาดของมือถือโดยรวม มีการเติบโตโดยเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาปีละ 30% ถือว่าเป็นตลาดที่เติบโตดีมาก มีแนวโน้มสูงขึ้นถึง 75% ภายใน 2 ปีข้างหน้า  โดยปัจจุบันทรูมูฟมีส่วนแบ่งตลาด  ณ เดือนกันยายนที่ผ่านมา ประมาณ  19%   อัตราการเติบโตของรายได้โตเฉลี่ยถึง 34% และในเรื่องเครือข่ายปัจจุบันทรูมูฟครอบคลุมถึง  92% ของประชากรซึ่งไม่    แตกต่างจากคู่แข่ง  


 


ทรูวิชั่นส์  หรือ ยูบีซี  ซึ่งเป็นธุรกิจที่ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกรายใหญ่ที่สุดในประเทศ  อยู่ในจุดยืนที่ดีมาก  และในปีที่ผ่านมาสามารถขยายสู่ตลาดที่เป็นพื้นฐานเข้าสู่กลุ่มรากหญ้ามากขึ้น ทำให้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีสมาชิกผู้ใช้บริการประมาณ   6 แสนครัวเรือน   


 


ทรูมันนี่ เป็นการให้บริการด้านคอมเมิร์ซ และธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ทั้งเติม-จ่าย-โอน-ถอน เป็นการนำกระเป๋าเงินอิเลคทรอนิกส์ไว้ในมือถือ  ซึ่งนับได้ว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงที่สุดและมากที่สุด โดยปัจจุบันมีลูกค้าทรูมูฟใช้บริการ 8.5 แสนราย  และนอกจากจะใช้บริการทรูมันนี่ในการจ่ายทุกบริการต่างๆ ของกลุ่มทรูได้แล้ว ยังมีการขยายคู่ค้าพร้อมสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างหลากหลายและต่อเนื่อง   เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน  ทั้งสามารถชำระค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า  รวมทั้งชำระค่าโดยสารรถแท็กซี่อีกด้วย  


 


และสำหรับ ทรูไลฟ์ ซึ่งเป็นส่วนเนื้อหาสาระที่เชื่อมโยงผู้สนใจในไลฟ์สไตล์หรือเนื้อหาสาระเดียวกัน  ซึ่งปัจจุบันกลุ่มทรูมีทั้งคอนเทนต์ผ่านอินเทอร์เน็ตและมือถือ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี  กีฬา ดูหนัง  ฟังเพลง ตลอดจนหนังสือ  รวมถึงคอนเทนต์ที่อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของทรูวิชั่นส์ ซึ่งจะนำมาผสมผสานเชื่อมโยงเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะตรงใจลูกค้าแต่ละกลุ่มเป้าหมาย  อีกทั้งจะเพิ่มเนื้อหาสาระต่างๆ  ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น  


 


“ผมมีความเชื่อมั่นว่า สังคมแห่งการเรียนรู้หรือสังคมแห่งภูมิปัญญารวมทั้งความแตกต่างของภูมิปัญญา เป็นช่องว่างที่จะทำให้สังคมสามารถที่จะพัฒนาหรือล้าหลังประเทศอื่นๆ ดังนั้น ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และความรู้ จึงถือเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างยิ่งต่อระดับประเทศ หรือแม้แต่ต่อมวลมนุษยชาติ เพราะเป็นพื้นฐานของการได้  “รับรู้ และเรียนรู้” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการมีชีวิตอยู่   ผมจึงถือเป็นพันธกิจที่สำคัญยิ่ง ที่กลุ่มทรูจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการลดช่องว่างดังกล่าว ทั้งภายในประเทศและช่องว่างที่มีกับประเทศอื่น เพื่อเชื่อมโยงและเพิ่มขีดความสามารถตลอดจนยกระดับ   ประชาชนและเยาวชนทุกครัวเรือนทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึง  รับรู้   เรียนรู้  ข้อมูลข่าวสาร  ความรู้และเนื้อหาสาระ  ผ่านเทคโนโลยีสื่อสาร   เพื่อพัฒนาตนเองและสังคมรอบข้าง  รวมถึงประเทศชาติและเศรษฐกิจโดยรวม”  นายศุภชัยกล่าวสรุป

About Author

shyboy

shyboy

Partners