ดีแทค จับมือ 6 แบงก์ใหญ่ เปิดตัว “สบาย เปย์” สร้างเทรนด์ใหม่เพื่อความสะดวกสบายในการชำระค่าบริการรายเดือน

โดย shyboy | 10 มกราคม 2550 เมื่อ 16:02 น. | อ่าน 23
ดีแทค จับมือ 6 แบงก์ใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารยูโอบี ไทยธนาคาร และธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดตัว “สบาย เปย์” (Sabai Pay)


รายชื่อผู้บริหารร่วมงานแถลงข่าวฯ 
* จากซ้ายไปขวา : คุณวีระชาติ วหาวิศาล ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการระบบเทคโนโลยี  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา , คุณชูพร จันทรวิชชัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ , คุณอำพล โพธิ์โลหะกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย , คุณสันติ เมธาวิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายลูกค้าดีแทค , คุณบุญเกียรติ ชาติอุดมเดช ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจโพสต์เพดดีแทค  มร.ซิคเว่ เบรคเก้  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค ,  คุณจรัมพร โชติกเสถียร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริการบริหารเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ , คุณนึกรัก ใบเงิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร และคุณกรกฏ ทิพยโอสถ ผู้อำนวยการสายงานบริหารเงินสด ธนาคารยูโอบี


 


10 มกราคม 2550 – ดีแทค จับมือ 6 แบงก์ใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารยูโอบี ไทยธนาคาร และธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดตัว “สบาย เปย์” (Sabai Pay) เทรนด์ใหม่ล่าสุดในการให้บริการชำระเงินของอุตสาหกรรมธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบรายเดือน ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของลูกค้า พร้อมแนะนำ “เอทีเอ็ม เรียลไทม์” บริการที่จะเปลี่ยนตู้เอทีเอ็มกว่า 14,000 ตู้ทั่วประเทศให้เป็นเสมือนจุดชำระค่าบริการโพสต์เพดแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันเปิดกว้างให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินชำระค่าบริการได้ทันทีผ่าน 1678 คอลล์เซ็นเตอร์ เพื่อตัดค่าบริการผ่านบัตรเครดิตวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดของทุกธนาคาร


 


นายสันติ เมธาวิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ในปีนี้ดีแทคโพสต์เพดจะใช้กลยุทธ์ 3C ซึ่งประกอบด้วย Call, Care, และ Convenience ในการดำเนินธุรกิจ โดยบริการ “สบาย เปย์” ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเปลี่ยนความสะดวกสบาย (Convenience) ไม่ให้เป็นเพียงนามธรรม แต่ให้ลูกค้าสามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรมในรูปแบบของบริการที่จะช่วยให้การชำระเงินเป็นไปได้โดยสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการสร้างนวัตกรรมบริการอย่างต่อเนื่อง บริการ “สบาย เปย์” ได้รับการพัฒนาและวางตัวให้เป็นโครงสร้างใหญ่ของการให้บริการชำระเงินของระบบโพสต์เพด ซึ่งจะมีบริการย่อยหลากหลายที่จะทยอยพัฒนาและเปิดให้บริการตามมาในอนาคต
โดยในจุดเริ่มต้นนี้ ดีแทคได้พัฒนาระบบ “เอทีเอ็ม เรียลไทม์” ที่จะให้ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการชำระเงินผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารใหญ่ทั้ง 6 แห่งที่มีอยู่ทั่วประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน บริษัทได้เปิดให้บริการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตผ่าน 1678 คอลล์เซ็นเตอร์ เพื่อให้ลูกค้าที่ไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ สามารถชำระเงินในกรณีเร่งด่วนผ่านพนักงานได้ตลอดเวลา

 “ทุกครั้งที่มีการชำระเงินไม่ว่าจะผ่านตู้เอทีเอ็ม หรือผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ ลูกค้าจะได้รับ SMS เพื่อยืนยันการจ่ายเงิน และเพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้บริการให้กับลูกค้า ดีแทคเชื่อมั่นว่าต่อไปในอนาคต SMS จะกลายเป็นมาตรฐานเพื่อใช้ยืนยันการทำธุรกรรมทางการเงินทุกประเภท สิ่งที่เราทำอยู่ในขณะนี้นอกเหนือจากการเป็น trend setter แล้ว นี่คือการนำร่องรูปแบบการชำระเงินแบบใหม่ของอุตสาหกรรมมือถือแบบโพสต์เพด การพัฒนาบริการนี้ดีแทคใช้จุดแข็งด้านแรงสนับสนุนจากพันธมิตร เพื่อพัฒนาบริการที่แตกต่างและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในปีนี้” นายสันติกล่าว



ปัจจุบันลูกค้าโพสต์เพดจำนวนประมาณ 20% ใช้บริการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร และจุดรับชำระต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ดีแทคช็อป ดังนั้น เมื่อบริการชำระเงินแบบใหม่เกิดขึ้น ยอดของผู้ชำระเงินในส่วนนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในสิ้นปีนี้
 



นายบุญเกียรติ ชาติอุดมเดช ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจโพสต์เพดดีแทค กล่าวว่า ในความร่วมมือครั้งนี้ ดีแทคและธนาคารใหญ่ทั้ง 6 แห่งได้ร่วมกันพัฒนาแอพพลิเคชั่นในการเชื่อมโยงระบบออนไลน์เข้ากับระบบ Billing System เพื่อให้สามารถสร้างบริการที่เป็นแบบ “เรียลไทม์” อย่างแท้จริงสำหรับผู้บริโภค
ในการใช้บริการชำระเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ลูกค้าสามารถเลือกการชำระเงินได้จากเมนูบนหน้าจอ หลังจากนั้นระบบจะให้ใส่ตัวเลขเบอร์โทรศัพท์ และทำการยืนยันการชำระก่อนที่จะเริ่มกระบวนการ ทั้งนี้ บริการการชำระเงินผ่านระบบ “เอทีเอ็ม เรียลไทม์” จะต่างจากการชำระค่าบริการผ่านตู้เอทีเอ็มตามปกติ เนื่องจากทันทีที่ผู้ใช้บริการชำระค่าบริการผ่านตู้เอทีเอ็ม ระบบจะตัดเงินจากบัตรเอทีเอ็ม และดำเนินการโอนเงินโดยอัตโนมัติในทันที เมื่อโอนเงินเสร็จ ผู้ใช้บริการจะได้รับ SMS เพื่อยืนยันการทำธุรกรรมทันที แทนที่จะต้องใช้เวลา 2 วันทำการในการโอนเงินเข้าสู่บัญชีชำระ  



“ในกรณีที่ผู้ใช้มือถือถูกระงับสัญญาณ ก็สามารถจ่ายเงินที่ตู้เอทีเอ็ม และได้รับการต่อสัญญาณภายใน 30 นาที ซึ่งโดยปกติ การต่อสัญญาณจะสามารถทำได้ต่อเมื่อผู้ใช้ไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์บริการเท่านั้น สำหรับค่าธรรมเนียมในการต่อเลขหมายจะถูกตัดไปคิดรวมในยอดชำระครั้งถัดไป ส่วนผู้ที่ครบกำหนดการชำระ (due date) ในวันนั้น ๆ ก็สามารถจ่ายเงินที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อเคลียร์ยอดการชำระได้ในทันทีแบบเรียลไทม์” นายบุญเกียรติกล่าว



นอกเหนือจากการจ่ายเงินค่าบริการเร่งด่วนเมื่อถึงเวลานัดชำระ และการจ่ายเงินเพื่อขอต่อสัญญาณโทรศัพท์แล้ว ผู้ใช้ที่ใช้บริการครบวงเงินที่กำหนด สามารถจ่ายเงินค่าบริการบางส่วน (Partial Payment) เพื่อให้สามารถใช้บริการต่อไปได้ที่ตู้เอทีเอ็มเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกัน ผู้ใช้สามารถที่จะจ่ายเงินค่าใช้บริการล่วงหน้า (Advanced Payment) ก่อนที่จะได้รับใบแจ้งค่าบริการที่ตู้เอทีเอ็มได้เช่นเดียวกัน โดยส่วนที่มีการจ่ายเกิน จะได้รับการบันทึกเพื่อนำไปหักออกจากยอดค่าใช้บริการในรอบบิลถัดไป โดยลูกค้าสามารถใช้บริการนี้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป



สำหรับการชำระเงินผ่าน 1678 คอลล์เซ็นเตอร์ ซึ่งจะเริ่มให้บริการ 1 ก.พ. ศกนี้ ลูกค้าสามารถโทรหาพนักงานเพื่อขอจ่ายค่าบริการผ่านบัตรเครดิตได้ตลอดเวลา ซึ่งหากลูกค้าเคยชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ด้วยบัตรเครดิต พนักงานจะสามารถเรียกข้อมูลบัตรเพื่อดำเนินการชำระได้ทันที สำหรับผู้ที่ไม่เคยชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิต จะต้องผ่านขั้นตอนการสมัครเบื้องต้นกับพนักงานซึ่งจะเปิดการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตให้ได้ทันที.


 

About Author

shyboy

shyboy

Partners