[Review] ASUS Zenfone Max Plus (M1) มือถือจอ18:9 ให้แบตฯจุ มีกล้องคู่ กับราคาแค่ 6,990 บาท

โดย RingRangRung | 20 มกราคม 2561 เมื่อ 10:00 น. | อ่าน 2,836

DSC01704เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ ASUS แบรนด์จากไต้หวันเลือกส่งเข้ามาประเดิมตลาดประเทศไทยในปี 2561 กับ Zenfone Max Plus (M1) สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของแบรนด์ที่ใช้ดีไซน์หน้าจอในสัดส่วนที่กำลังเป็นที่นิยม 18:9 และการเลือกใช้กล้องหลังคู่เหมือนซีรีส์ Zenfone 4 ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ก็จัดให้เต็มที่เหมือนเดิม

สเปค ASUS Zenfone Max Plus (M1)

  • ใช้หน้าจอ IPS LCD ความละเอียด 1080 x 2160 พิกเซล ขนาด 5.7 นิ้วอัตราส่วน 18:9
  • สัดส่วนตัวเครื่อง 73x 152.6 x 8.8 มม. หนัก 160 กรัม
  • ชิป MediaTek MT6750T octa-core ติดตั้ง RAM 4GB ความจุตัวเครื่อง 32GB
  • กล้องหลังคู่ 16 ล้านพิกเซล กับ 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีระบบโฟกัส PDAF และแฟลช LED รองรับการบันทึกวีดีโอ 1080p@30fps
  • กล้องหน้า 8 พิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย ZenUI 4.0
  • รองรับการทำงานสองซิม แยกช่องจาก microSD Card ที่รองรับสูงสุด 256GB
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือ+สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อค
  • แบตเตอรี่ 4130mAh มี Fast Charging 10W
  • มีให้เลือก 3 สี ดำ (Deepsea Black), ทอง (Sunlight Gold) และเงิน (Azure Silver)
  • เคาะราคาในไทยที่ 6,990 บาท

DSC01703

ตัวแพ็คเกจของ Zenfone Max Plus (M1) เป็นกล่องสีฟ้า ขนาดพอดีเครื่อง ขณะที่อุปกรณ์ภายในก็ให้มาทั้ง

DSC01708

  • เครื่อง ASUS Zenfone Max Plus (M1)
  • คู่มือการใช้งานและเอกสารการรับประกัน
  • สาย micro-USB พร้อมอะแดปเตอร์ชาร์จไฟที่รองรับ Fast Charging 10W
  • สาย OTG micro-USB Host
  • หูฟัง Handset แบบอินเอียร์สีขาว พร้อมจุกสำหรับเปลี่ยน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • เคสซิลิโคนอ่อนแบบใส

DSC01709 DSC01715 DSC01717

อย่างที่เกริ่นกันไปในข้างต้นว่าตัว Zenfone Max Plus (M1) เป็นรุ่นแรกของ ASUS ที่ใช้หน้าจอแบบลดพื้นที่ขอบจอจนมีอัตราส่วนการแสดงผล 18:9 โดยกินพื้นที่ไป 75.3% ของตัวเครื่องด้านหน้า ซึ่งการแสดงผลของรุ่นนี้ใช้จอ IPS LCD ความละเอียด HD+ (1080 x 2160 พิกเซล) ขนาด 5.7 นิ้ว ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลอยู่ที่ 424ppi รองรับ Multi-Touch ได้ 5 จุด

DSC01750

Screenshot_20180119-210804-horz

บอดี้ใช้วัสดุหลักเป็นอลูมิเนียมขึ้นรูปแบบ Unibody ด้านหน้าคลุมด้วยกระจกกันรอยขอบโค้ง 2.5D สัดส่วนตัวเครื่อง 73x 152.6 x 8.8  มม. หนัก 160 กรัม นับว่าบางเอาเรื่องสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีแบตเตอรี่ขนาด 4130mAh อยู่ข้างใน

DSC01731

องค์ประกอบของ Zenfone Max Plus (M1) ไล่กันมาตั้งแต่ด้านหน้า เหนือหน้าจอเป็นกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ติดๆกันเป็นช่องลำโพงสนทนา ไฟแสดงสถานะ และเซ็นเซอร์ต่างๆ ส่วนด้านล่างของจอถูกเว้นไว้ไม่มีปุ่ม Home แต่จะมีตัวปุ่มควบคุมการใช้งานอาทิเช่น ปุ่ม Back, Home และสลับ App แบบ Android ขึ้นมาแสดงบนจอให้แตะใช้งานแทน

DSC01740

DSC01757

ด้านหลังเครื่องมุมซ้ายบนเป็นกล้องเลนส์คู่ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล วางดีไซน์ในแนวนอน อยู่ติดกันเป็นไฟแฟลช LED ตรงกลางเครื่องเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ มีลายเสารับส่งสัญญานพาดเป็นแนวขวางบริเวณด้านบนและด้านล่างของเครื่อง

DSC01733

DSC01735

ตรงขอบด้านบนจะเป็นช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และไมค์ตัดเสียงรบกวน ขอบด้านล่างเป็นไมโครโฟนสนทนา พอร์ต microUSB และช่องลำโพง

DSC01744 DSC01742

ฝั่งขวาด้านบนเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับ เปิด/ปิด หรือล็อคหน้าจอ ขณะที่ฝั่งซ้ายเป็นช่องเก็บถาดใส่ซิม ซึ่งในรุ่น Zenfone Max Plus (M1) เป็นถาดใส่ซิมแบบ Triple-Slot Tray ให้ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM สองช่อง แยกออกจากช่อง microSD Card หมดปัญหารักพี่เสียดายน้อง ใช้งานสองซิมแถมยังมีหน่วยความจำเพิ่มได้สบายๆ

26553428_10213225097000084_2098476958_n DSC01726

ชิปเซตของรุ่นนี้เป็น MediaTek MT6750T ภายในประกอบด้วยตัวประมวลผล Cortex-A53 Octa-core 1.5GHz ใช้ GPU Mali-T860MP2 รุ่นที่เข้ามาขายในไทยเป็นสเปค RAM 4GB ความจุตัวเครื่อง 32GB ระบบปฏิบัติการ ZenUI 4.0 คลุมอยู่บน Android 7.0 (Nougat)

Screenshot_20180106-142536-horz

ผลทดสอบกับทาง Geekbench 4.2.0 การประมวลผลแบบ Single-core ได้ 612 คะแนน ส่วน Multi-core ได้ 2531 คะแนน สำหรับแพลตฟอร์ม AuTuTu Benchmark V6.2.7 ได้ 38201 คะแนนครับ ถือว่าเป็นสเปคระดับกลางเล่นเกมทั่วไปได้สบายๆ แต่อาจจะมีกระตุกบ้างถ้าเซ็ตกราฟฟิกเกมไว้หนักๆ

Screenshot_20180118-185400-horz Screenshot_20180118-191000-horz

DSC01764

ด้านการเชื่อมต่อก็รองรับ 4G LTE และ 3G (850/900/1900/2100MHz) ครอบคลุมทุกเครือข่ายในไทย ส่วน Wi-Fi เป็น 802.11 b/g/n กับเทคโนโลยี Bluetooth 4.0 มี GPS/A-GPS/GLONASS กับภาครับสัญญาณ FM

DSC01719 DSC01724

DSC01753

สำหรับเซ็นเซอร์ใน ASUS Zenfone Max Plus (M1) จากการตรวจเช็คด้วยแอปฯ Sensor Box for Android ก็มีทั้ง

Screenshot_20180106-142458-horz

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

Screenshot_20180118-202855-horz

ด้านแบตเตอรี่ก็นับว่าเป็นคีย์สเปคของเลยก็ว่าได้เพราะ Zenfone Max Plus (M1) มีแบตเตอรี่ติดตั้งมาให้ 4,130mAh ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวันสบายๆ แถมยังมีแอปฯ PowerMaster สำหรับจัดการพลังงาน ซึ่งภายในก็มีโหมดประหยัดพลังงาน Super Saving ให้เลือกใช้ พร้อมทั้งฟีเจอร์ 2X Lifespan ยืดอายุแบตเตอรี่ให้เป็นสองเท่า ทำให้เราชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% และใช้งานได้อย่างหมดจด 0% ได้ ส่วนความปลอดภัยก็หายห่วงเพราะมีการรับรอง 12 จุด ป้องกันแบตเตอรี่ไม่ให้มีอุณหภูมิสูงเกินไป และยังมีระบบตัดกระแสไฟหากมีกระแสไฟฟ้าไหลเข้ามามากเกิน

Screenshot_20180118-202827-horz

DSC01710

อีกหนึ่งความสามารถของ Zenfone Max Plus (M1) คือการเปลี่ยนตัวเองเป็น Powerbank ชาร์จไฟให้กับเครื่องอื่นได้ด้วยครับ โดยใช้สาย OTG micro-USB Host ที่แถมมาให้ แต่การชาร์จก็เป็นแบบปกติไม่ใช่ Fast Charge แต่อย่างใดครับ พอเอาไว้ถูๆไถๆได้ในเวลาฉุกเฉิน

Screenshot_20180118-202814-horz

DSC01767

มาดูเรื่องการใช้งานกันบ้างตัว ZenUI 4.0 มีแอปฯบันเดิลที่ติดตั้งมาทั้งพวก Google Service บริการพื้นฐานทั่วไปจาก Google และแอปฯที่เป็นของ Asus เองอย่างตัวจัดการไฟล์ Mobile Manager, แอปฯถ่ายภาพ Selfie Master, Themes แอปฯสำหรับดาวน์โหลดธีมมาตกแต่งเครื่อง หรือแอปฯ PowerMaster สำหรับจัดการพลังงาน เป็นต้น

Screenshot_20180119-211748-horz

ในส่วนของการใช้งานโซเชียลมีเดียก็สามารถใช้ฟีเจอร์ Twin Apps ในเครื่องโคลนแอปฯ เพื่อให้เข้าสู่บัญชีโซเชียลมีเดียได้จากสองบัญชีในเครื่องเดียวได้ ขณะที่การใช้งานทั่วไปก็สามารถทำให้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ ZenMotion เปิดใช้งานแอปฯในเครื่องได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องปลุกหน้าจอเพียงแค่ลากนิ้วเป็นรูปสัญลักษณ์บนหน้าจอที่ดับอยู่ อาทิเช่น วาดเป็นตัว “S” เพื่อเปิดกล้องหน้า หรือวาดเป็นตัว “Z” เพื่อเปิดแกลเลอรี่

Screenshot_20180118-231750-horz Screenshot_20180105-235724-horz

ส่วนใครที่ชอบอ่านข่าว อ่านบทความบนเว็บไซต์ก็ต้องลองใช้ฟีเจอร์ Page Marker ซึ่งใช้เซฟหน้าเว็บทั้งหน้าไว้อ่านทีหลังแบบออฟไลน์ได้ ถ้าเป็นเกมเมอร์ก็มีฟีเจอร์ Game Genie ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกม ตั้งแต่การจัดการระบบ หรือการบันทึกวีดีโอการเล่นเป็นต้น

Screenshot_20180105-235927-horz Screenshot_20180106-152234

ฟีเจอร์ Multi-Window หรือการเปิดหน้าแอปฯบนหน้าจอพร้อมกันสองแอปฯก็มีให้ใช้เช่นกันครับ เพียงแค่กด Recent apps ค้างไว้ แล้วยิ่งเป็นจอ 18:9 ก็ยิ่งทำให้การเปิดใช้แอปฯ พร้อมกันออกมาพอเหมาะพอดีกับหน้าจอมากยิ่งขึ้นบนอัตราส่วน 9:9 เท่าๆ กัน

DSC01755

ด้านระบบความปลอดภัยก็ใช้งานได้ทั้งแบบปกติอย่างระบบ Patter หรือ Pin Lock รวมถึงสแกนลายนิ้วมือซึ่งสามารถปลดล็อคได้ใน 0.3 วินาที สามารถจดจำได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ แต่ที่ล้ำกว่านั้นคือระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าที่ทำได้ไวใช้ได้เลยครับ

DSC01739

เข้าสู่พาร์ทของการถ่ายภาพกันบ้าง ตัวกล้องหลังของ Zenfone Max Plus (M1) เป็นเลนส์คู่โดยที่ใช้หลักการทำงานเหมือนกับตัวซีรีส์ Zenfone 4 ที่ออกมาเมื่อปีก่อนครับ

DSC01768

เลนส์หลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มุมมองรับภาพกว้าง 80 องศา ใช้ระบบโฟกัส PDAF ขณะที่กล้องเสริมเป็นแบบ Ultra Wide ใช้เลนส์ประกอบ 6 ชิ้น ขยายมุมมองรับภาพเป็น 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งสามารถกดเลือกใช้งานกล้องได้ง่ายๆแค่แตะไอคอนตรงกลาง

Screenshot_20180106-152456-vert

ตัวกล้องมีเทคโนโลยี PixelMaster 4.0 พร้อมโหมดถ่ายภาพพื้นฐาน HDR , Beauty mode, Super Resolution, Panorama, GIF animation, Time Lapse หรือ Pro Mode ที่ปรับแต่งได้ตั้งแต่ระยะโฟกัส, Shutter Speed ตั้งแต่ 1/1000 – 10 วินาที, ISO 100-1600, EV +-2 และ White balance นอกจากนี้ตัวกล้องหลังรองรับการบันทึกภาพเคลื่อนไหวความละเอียด 1080p@30fps

Screenshot_20180106-153232-horz

ด้านโหมดถ่ายภาพแบบ Portrait หรือการถ่ายภาพแบบบุคคล ที่ทำให้ตัวแบบหน้าชัดหลังเบลอ ก็มีให้เลือกใช้เช่นกันครับ แต่จะเป็นการสร้างเอฟเฟคเบลอโดยใช้ซอฟต์แวร์การเก็บรายละเอียดบางจุดก็อาจจะไม่ได้เนียน 100%

P_20180107_165124

จากที่ได้ลองใช้กล้องรอง 120 องศาถือว่าช่วยสร้างมุมมองการถ่ายภาพให้ออกมาตามต้องการได้มากขึ้นเยอะครับ ขณะที่การถ่ายในสภาพวะแสงปกติก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา ในทางกลับกันเมื่อเจอสภาวะแสงน้อยตัวกล้องก็ต้องรับสภาพกับปัญหาภาพเบลอเพราะไม่มีกันสั่นมาให้ ก็ถือว่าคุณภาพกลางๆ

DSC01769

สำหรับกล้องหน้าเป็นเลนส์เดียวปกติความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 โหมดถ่ายภาพมีให้ทั้ง Beauty mode, Selfie Panorama, GIF animation และ Portrait ไม่มีระบบแฟลช คุณภาพก็ตามราคาไม่ได้มีอะไรพิเศษครับ

Screenshot_20180106-153156-horz

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ ASUS Zenfone Max Plus (M1)

P_20180106_192303 P_20180106_192644 P_20180107_165106 P_20180107_165202_BF P_20180107_165249_BF P_20180107_165338 P_20180107_165348_BF P_20180107_165507_BF P_20180107_165644 P_20180107_165657 P_20180107_170006 P_20180107_170615 P_20180107_170645 P_20180107_171240 P_20180107_171448 P_20180107_171553 P_20180107_182458 P_20180109_182555 P_20180111_161322 P_20180111_161327 P_20180115_182128 P_20180115_182807 P_20180115_183531

ภาพรวมของ ASUS Zenfone Max Plus (M1) ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ตอบโจทย์กับคนที่มองหาสมาร์ทโฟนที่ใช้งานได้นานๆไม่ต้องวิ่งหาที่ชาร์จบ่อยๆ รวมถึงใครที่กำลังอยากได้สมาร์ทโฟนเครื่องที่สอง มาใช้งานร่วมกับตัวเครื่องหลัก ด้วยคุณสมบัติของรุ่นนี้ที่มีสองซิมแยกออกจากช่องความจำเสริมแถมยังแปลงร่างเป็นพาวเวอร์แบงค์ได้ด้วย ขณะที่ตัวเครื่องก็ดูแพงด้วยวัสดุและหน้าจอ 18:9 ที่กำลังเป็นเทรนด์ของยุคนี้

DSC01758

ใครที่สนใจก็สามารถจับจองได้ในราคา 6,990 บาท พิเศษ!! พรีออเดอร์ผ่าน Shopee ตั้งแต่วันนี้ – 22 มกราคม จะได้รับลดเงินสด 1,120 บาท เหลือเพียง 5,870 บาท พร้อมรับฟรี Skin ROV มูลค่า 500 บาท 

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners