กลับมาอีกครั้งสําหรับ Flagship model รุ่น OM-D E-M1ที่เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ ตอบสนองการใช้งานในการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ

โดย Zemaki | 18 กันยายน 2557 เมื่อ 12:45 น. | อ่าน 8

IMG_1210

บริษัท โอลิมปัส อิมเมจจิ้ง คอร์ปอเรชั่น มีความยินดีที่จะประกาศการเปิดตัวใหม่อีกครั้งของกล้องชนิดถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ รุ่น OM-D E-M1 ซึ่งคว้ารางวัลมากมาย ปรับเพิ่มคุณสมบัติใหม่สําหรับการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ พร้อมแนะนําเวอร์ชั่นใหม่สีเงิน สวยหรูมีระดับ

IMG_1213

ผลิตภัณฑ์ OM-D E-M1 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2556 ซึ่งโดดเด่นด้วยคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาพคุณภาพสูง, น้ําหนักเบาพกพาสะดวกและมีเทคโนโลยีชั้นนําใส่ไว้มากมาย อาทิ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกน เป็นต้น จึงสามารถคว้าหลากหลายรางวัลในอุตสาหกรรมกล้อง สําหรับกล้อง E-M1 ที่นํากลับมาใหม่ในปี 2557 นี้ จะมาพร้อมกับเฟิร์มแวร์ เวอร์ชั่น 2.0 ที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ ขยายขีดความสามารถครอบคลุมความต้องการถ่ายภาพระดับมืออาชีพได้มากขึ้น E-M1 เวอร์ชั่น 2.0 จะเป็นกล้อง OM-D รุ่นแรกที่สามารถโอนย้ายภาพไปสู่คอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ควบคุมการทํางานของกล้อง และดูภาพ living view จากระยะไกลได้ ทําให้สามารถตอบสนองความต้องการการใช้งานในสตูดิโอถ่ายภาพระดับมืออาชีพได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังมีแอพพลิเคชั่นใหม่ “Olympus Capture” ช่วยให้สามารถใช้งานฟังก์ชั่นนี้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ MacOSX และ Windows ได้

Keystone Compensation ที่ติดตั้งมาในตัวกล้อง ช่วยให้ผู้ใช้ไม่จําเป็นต้องพึ่งพา shift-lenses ที่มีราคาสูง และสามารถถ่ายภาพพร้อมทั้งแก้ไขสัดส่วนของภาพได้อย่างง่ายดาย โดยใช้ร่วมกับเลนส์ของ E-M1 รุ่นใดก็ได้

เมื่อครั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ E-M10 เป็นครั้งแรกนั้น โอลิมปัสสร้างเอกลักษณ์ด้วยโหมดการถ่ายรูป Composite long-exposure ซึ่งคุณสมบัตินี้จะมีอยู่ใน E-M1 เวอร์ชั่นใหม่ พร้อมเพิ่มโหมดการถ่ายภาพพิเศษที่จะทํา composite ภาพจํานวนมากได้อัตโนมัติ (โดยผู้ใช้ตั้งค่าเปิดรับแสงไว้ล่วงหน้า) ด้วยการถ่ายภาพต่อเนื่องเพียงครั้งเดียว คุณสมบัตินี้จะช่วยให้ช่างภาพใช้เทคนิค light-painting แม้ในขณะที่มีสภาพแสงและความสว่างปกติ ถ่ายภาพดอกไม้ไฟในฉากหลังมืดได้อย่างน่าประทับใจ จับภาพเส้นแสงดาวบนท้องฟ้ายามค่ําคืนได้อย่างชัดเจน ตลอดจนทดลองสร้างสรรค์การถ่ายภาพที่ผสมกันของแสงแฟลช สภาพแวดล้อม และความสว่างโดยใช้เอฟเฟคภาพ time-lapsed ได้อย่างง่ายดาย

DSC_6526

สําหรับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งภาพถ่ายในสไตล์ต่างๆ โอลิมปัสได้เพิ่ม Art Filter 2 รูปแบบใหม่ ได้แก่ Partial Colour และ Vintage ซึ่งได้แนะนําให้รู้จักเป็นครั้งแรกพร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ PEN E-PL7 เมื่อเร็วๆนี้ Art Filter ประเภท Partial Colour มีคุณสมบัติในการปรับแต่ง colour ring จากหน้าจอ ซึ่งมีระดับสี ให้เลือก 3 ระดับ Art Filterใหม่นี้สามารถใช้ได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ และสามารถมองภาพจริงได้จากช่องมองภาพอิเล็คทรอนิคส์หรือจอ LCD ของกล้องเช่นเดียวกับ Art Filter ทุกประเภทของโอลิมปัส ทั้งนี้เฟิร์มแวร์เวอร์ชั่น 2.0 จะช่วยลด viewfinder lag ให้สั้นลงเมื่อการตั้งค่าแบบ high display frame rate เหลือเพียง 16 มิลลิวินาที (จาก 26 มิลลิวินาที) จึงเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของกล้องในการถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็วหรือถ่ายภาพการแข่งขันกีฬา

IMG_1228

OM-D E-M1 สีเงินพรีเมี่ยม จากการสํารวจข้อมูล ตัวกล้องสีเงินเป็นสีที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นว่าต้องการให้มีเพิ่มเติมจากสีดําที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยOM-D E-M1 สีเงินพรีเมี่ยมจะมีโครงสร้างด้านบนและด้านล่างเป็นพื้นผิวสีเงินรวมไปถึงปุ่มและแผงหน้าปัดเพื่อให้มีสีกลมกลืนกัน ด้วยสีทูโทนสวยงามลงตัว สําหรับเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่น 2.0 ได้รับการติดตั้งมาเรียบร้อยแล้วในผลิตภัณฑ์ OM-D E-M1 รุ่นสีเงิน และรุ่นสีดําที่จะผลิตในอนาคต ทั้งนี้คุณสมบัติหลักอื่นๆ ทั้งหมด จะยังคงมีอยู่อย่างครบถ้วนในกล้อง OM-D E-M1 ที่จะเปิดตัวใหม่ โดยทั้งรุ่นสีเงินและสีดําจะวางจําหน่ายควบคู่กันไป

IMG_1206

ผู้ใช้กล้อง OM-D E-M1 สามารถอัพเกรดกล้องให้เป็นเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่น 2.0 ได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดและติดตั้งเฟิร์มแวร์ใหม่ด้วยตัวเองผ่านแอพพลิเคชั่น Olympus Digital Camera Updater* ลงบนคอมพิวเตอร์ (เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต) ส่วนกล้อง OM-D E-M1 ที่ติดตั้งเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่น 2.0 เรียบร้อยแล้ว จะวางตลาดในช่วงปลายเดือนกันยายน

 

 

About Author

Zemaki

Zemaki

Partners