ถึงเวลาเรียกความฟิต! “MyFitnessPal” แอพผู้ช่วยชั้นดีของคนอยากคุมน้ำหนัก

โดย RingRangRung | 18 เมษายน 2559 เมื่อ 23:03 น. | อ่าน 170

og_image_1200x630-baa3ef930915ba1638a9179441a02c0cผ่านพ้นกันไปแล้วกับเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเชื่อว่านอกจากเล่นน้ำแล้ว หลายคนก็คงหนีไม่พ้นการสังสรรค์ ไม่ว่าจะกับญาติพี่น้องหรือ มิตรสหาย และคงมีหลายคนที่ปล่อยตัว ปล่อยใจ กินแหลก จนน้ำหนักพุ่ง แอพฯรีวิวตอนนี้จึงขอนำเสนอตัวช่วยดีๆสำหรับคนที่คิดจะคุมน้ำหนัก อย่าง “MyFitnessPal”

“MyFitnessPal” เป็นแอพพลิเคชั่นผู้ช่วยสำหรับคนที่ต้องการจัดการกับน้ำหนักของตัวเอง ซึ่งแอพฯทำหน้าที่บันทึกปริมาณแคลอรี่จากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละมื้อ มาคำนวนกับการใช้พลังงาน พร้อมแสดงเป็นกราฟอย่างง่ายๆ

จากค่าต่างๆเหล่านี้จะทำให้เราได้รู้ว่าแต่ละวันกินอะไรเข้าไปบ้าง ได้รับสารอาหารอะไรบ้าง แล้วใช้พลังงานได้เหมาะสมกับจำนวนแคลอรี่ที่รับเข้าไปหรือไม่ ซึ่งตัวของ MyFitnessPal มีฐานข้อมูลอาหารมากกว่า 3,000,000 ชนิดรวมถึงอาหารไทยด้วย เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องกลัวว่าจะค้นไม่เจอ

loss

เริ่มต้นใช้งานครั้งแรกตัวแอพฯ จะให้เราลงทะเบียนครับ เลือกได้เลยว่าจะสมัครผ่าน Email หรือลิงค์กับ Facebook จากนั้นก็จะเป็นการกำหนดเป้าหมายว่าจะทำอะไรระหว่าง ลดน้ำหนัก,คุมน้ำหนัก หรือเพิ่มน้ำหนัก

loss2

ขั้นตอนต่อมาจะเป็นการกำหนดลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันของเราว่ามีการเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยแค่ไหน โดยเทียบจากอาชีพที่ทำอยู่ ต่อด้วยการใส่ข้อมูลส่วนตัวอย่างส่วนสูง และ น้ำหนัก

loss3

จากนั้นก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดอย่างการกำหนดน้ำหนักที่ต้องการ พร้อมเลือกเป้าหมายว่าแต่ละสัปดาห์จะให้ตัวเลขมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน ในจุดนี้ขอแนะนำว่าอย่าหักโหมเอาแค่พอดีตามที่ตัวแอพฯแนะนำจะดีกว่าครับ

เมื่อทำครบแล้วแอพฯจะคำนวนตัวเลขปริมาณแคลอรี่ที่เราจำเป็นต้องรับในแต่ละวันออกมา แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้ยึดว่าต้องกินให้เป๊ะเสมอไปนะครับ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ไม่ควรจะกังวลถึงขั้นไม่ทานอะไรกันเลย

capture-20160418-223452

โดยบรรดารายละเอียดที่เราใส่เข้าไปนอกจากจะใช้งานบนตัวแอพฯแล้ว MyFitnessPal ยังเชื่อมต่อสำหรับใช้งาน บนเดสท็อปด้วย (อย่าลืมไปกด Verify ในอีเมล์ที่ลงไว้นะ)

ส่วนการบันทึกข้อมูลก็ไม่ยากครับ ตัวแอพฯ จะแบ่งมาให้เป็น 3 มื้อหลัก เช้า, กลางวัน และ เย็น อีกส่วนจะเป็นพวกของว่าง เราก็มีหน้าที่แค่ใส่ข้อมูลเข้าไปว่าในแต่ละมื้อ หรือแต่ละวันได้ทานอะไรเข้าไปบ้าง ทั้งของกิน และเครื่องดื่ม

loss4

โดยการใส่ข้อมูลทำได้ 2 ช่องทางครับ คือการ Search จากฐานข้อมูลของ MyFitnessPal และการสแกนบาร์โค้ด ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ที่อยากเอามาแนะนำ

loss5

สาเหตุที่ต้องพูดแบบนั้นเพราะเชื่อว่าในชีวิตประจำวันมันก็มีอยู่หลายมื้อเหมือนกันนะครับ ที่เราต้องฝากท้องไว้กับบรรดาอาหารแช่แข็งตามร้านสะดวกซื้อที่ ส่วนใหญ่!!! จะไม่มีการระบุปริมาณแคลอรี่ ภาระก็เลยมาตกอยู่กับผู้บริโภคสิครับ แค่คุมอาหารก็ยากแล้ว ยังต้องมาระแวงจะซื้อหรือไม่ซื้อดีอีก

แต่ปัญหานี้กำลังจะจบไป เพราะฟีเจอร์สแกนบาร์โค้ดอาหารของ MyFitnessPal สามารถใช้งานกับบรรดาอาหารแช่แข็งหรือสินค้าส่วนใหญ่ที่ขายในไทยได้ครับ (ปรบมือรัว!!) แน่นอนว่าอาจจะไม่ถึงขั้นครอบคลุม 100% ซึ่งตัวผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีลงไปได้ โดยอาศัยข้อมูลอ้างอิงที่หาได้จากอินเตอร์เน็ต

loss6

แน่นอนครับการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ไม่ใช่แค่คุมอาหารเพียงอย่างเดี่ยว การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งใน MyFitnessPal ก็มีส่วนให้เราใส่ข้อมูลในจุดนี้ ขณะที่ตัวแอพฯเองที่กรรมสิทธิ์ของแบรนด์เครื่องกีฬา Under Armor ก็มีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อกับแอพฯออกกำลังกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Jawbone UP, Runtastic, Fitbit Tracker ฯลฯ

looo7

ในทุกๆวันตัวแอพฯก็จะจัดการสรุปความคืบหน้าของเราออกมาเป็นกราฟให้ดูกันง่ายๆ เพื่อให้ดูความคืบหน้า หรือหาจุดที่ยังบกพร่อง อีกทั้งยังมีบล็อกข้อมูลด้านสุขภาพดีๆ รวมถึงสูตรอาหารที่เป็นภาษาอังกฤษให้กดอ่านเป็นความรู้เสริมอีกด้วย

jr

จากภาพรวมจะเห็นว่า MyFitnessPal เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจะคุมน้ำหนัก แต่คนใช้เองก็ต้องมีความสม่ำเสมอ ไม่โกหกตัวเอง อัพเดตความเคลื่นไหวของน้ำหนักลงไปเรื่อยๆ และเมื่อทำแบบนี้เป็นกิจวัตรประจําวัน เชื่อเหอะครับสุขภาพดีไม่หนีไปไหนแน่นอน อยากลองใช้ก็โหลดมาได้เลย ทั้ง iOS , Android และ Windows

About Author

RingRangRung

RingRangRung