สุดคุ้มแค่เดือนละร้อย! iflix บริการดูหนังชมซีรีส์ไม่อั้น ภาพดี เสียงชัด ต้องลอง

โดย RingRangRung | 18 มีนาคม 2559 เมื่อ 09:08 น. | อ่าน 36

iflix-01 (1)การเสพความบันเทิงผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต คือเทรนด์ของโลกยุคนี้ แล้วสิ่งที่หลายคนกำลังมองหาก็คงไม่พ้น การชมภาพยนต์ ดูรายการ และซีรีส์ดังๆ แบบชัดๆ ไม่มีโฆษณา หรือ ป็อปอัพ กวนใจจึงทำให้มีแอพฯเพื่อความบันเทิงในรูปแบบนี้ผุดขึ้นมามากมาย และ iflix เองก็เป็นอีกชื่อที่มักจะถูกพูดถึง

ก่อนจะเข้าสู่การรีวิวขอเล่าประวัติกันแบบคราวๆกันก่อนครับ iflix เป็นบริษัทภายใต้เครือของ Catcha Group จากประเทศมาเลเซีย ทำหน้าที่ให้บริการ On-Demand Video ทั้งซีรีส์และภาพยนต์รวมถึงรายการบันเทิงต่างๆ แบบถูกลิขสิทธิ์ บนเว็บไซต์และในแอพพลิเคชั่น

iflix-samsung-press-b_9w9s

ขณะที่ ไทย เองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ iflix เลือกเข้ามาทำตลาด หลังประสบความสำเร็จในบ้านเกิด และประเทศฟิลิปปินส์ แล้วก็เพิ่งมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมานี้เอง

แน่นอนครับว่าสิ่งที่ใช้วัดความเก๋าของผู้ให้บริการแนวนี้ ก็ต้องเป็น “คอนเทนต์” โดยเฉพาะฝั่งของซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งตะวันตก หรือจากเอเชีย ตัวของ iflix เองก็จัดว่ามีลิขสิทธิ์ซีรีส์ เจ๋งๆอยู่ในมือหลายเรื่องเหมือนกันไม่ว่าจะเป็น Mr. Robot , The Muppets และ UnREAL ซึ่งต้องยกให้เป็นผลงานของการทำพาร์ทเนอร์กับค่ายผู้ผลิตระดับแถวหน้ากว่า 60 ราย

Mr-Robot-Press-Democracy-has-been-hacked-horz

การใช้งาน iflix ไม่ยุ่งยากครับไม่ว่าจะเป็นบนหน้าเว็บไซต์หรือในตัวแอพฯ เริ่มจากขั้นตอนการสมัคร เราก็สามารถเลือกได้ตามสะดวก ว่าจะลงทะเบียนโดยใช้ Email หรือจะใช้ Facebook

หลังจากที่ลงทะเบียนเสร็จก็สามารถเข้าใช้งานกันได้เลย โดย 1 บัญชีสามารถลงทะเบียนดูได้ 5 เครื่อง และดูพร้อมกันได้ 2 เครื่องครับ ในส่วนขอบจอด้านบนไม่ว่าจะเป็นในแอพฯ หรือเว็บไซต์ก็จะมีตัวแจ้งเตือนผู้ใช้ให้ทราบว่าเหลือเวลาในการเป็นสมาชิกอีกกี่วัน

Screenshot_2016-03-17-20-33-16-horz

โซนหน้าแรกหรือหน้า “Home” จะเป็นบรรดาหมวดหนังและซีรีส์ประเภท หนังหรือซีรีส์ตอนใหม่ที่เพิ่งเข้ามา, หนังหรือซีรีส์ที่ได้รับความนิยม รวมถึงการจัดหมวดหมู่โดยแบ่งตามประเภทเนื้อหา

Screenshot_2016-03-17-20-35-31-horz

เมื่อกดเข้าดู “Menu” ที่อยู่มุมซ้ายบนก็จะเจอกับหมวดต่างๆ เริ่มจากหมวดแรกจะส่วนของบัญชีผู้ใช้ครับ ซึ่งตรงจุดนี้ เราจะสามารถกดดู Playlist ที่เราทำไว้,ประวัติการเข้าชม และการเข้าไปยังหน้าตั้งค่า

cats

ในตัวการตั้งค่านอกจากการจัดการบัญชีผู้ใช้ทั่วไปแล้ว iFlix ยังมีโหมด Parental Control สำหรับให้ผู้ปกครองตั้งค่าจำกัดการเข้าชมของบุตรหลาน เพื่อคัดกรองเนื้อหาของหนังหรือซีรีส์บางเรื่องที่มีความรุนแรง โดยมีให้เลือกตั้งแต่ เด็กเล็ก,เด็กอายุ 7 ปีขึ้นไป,วัยรุ่น และผู้ใหญ่ ซึ่งในการเข้าไปปรับแต่ละครั้งจะต้องใส่รหัสที่ตั้งไว้ก่อนถึงจะแก้ไขได้

Screenshot_2016-03-17-20-39-12-horz

ถัดมาจากหมวดบัญชีผู้ใช้ อีก 3 หมวดหลักจะเป็นส่วนของ TV , Movies และ KIDS สำหรับรายการทีวี,ซีรีส์,ภาพยนต์ และช่องรายการสำหรับเด็ก ตามลำดับ

Screenshot_2016-03-17-23-43-30-horz

แล้วในหมวดเหล่านี้ก็จะมีการแยกออกไปอีกโดยหลักๆจะเป็นการแบ่งประเภทตามเนื้อหาไม่ว่าจะเป็น ตลก,ดราม่า,แอคชั่น,การ์ตูน,รายการเรียลริตี้ หรือ สารคดี ซึ่งนอกจากจะมีคอนเทนต์ที่มาจากทางตะวันตกแล้วก็ยังมีส่วนที่เป็นของเอเชียอย่าง จีน ,เกาหลี,มาเลเซีย รวมถึง ไทย ด้วยครับ

Screenshot_2016-03-17-23-47-53-horz

เมื่อกดเข้าไปเลือกภาพยนต์สักเรื่องก็จะเจอกับส่วนแสดงรายละเอียดต่างๆ ทั้งเนื้อเรื่องย่อที่มีทั้งแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ประเภท,เรตของหนัง,ความยาวกี่นาที,มี Subtitle ภาษาอะไรบ้าง,รายชื่อนักแสดงหลักและผู้กำกับ เมื่อเลื่อนลงมาอีกก็จะเป็นส่วนแนะนำภาพยนต์ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

Screenshot_2016-03-17-21-01-08-horz

หากเป็นส่วนของ ซีรีส์,การ์ตูน,อนิเมะ หรือรายการทีวี หน้าหลักๆก็จะเหมือนกันแต่จะเพิ่มแถบของซีซั่นและรายชื่อตอนพร้อมคำอธิบายเนื้อหาแบบย่อๆ เข้าไป

จากจุดนี้เราก็สามารถเลือกได้ครับว่าจะกดดู Online ,เก็บเข้า Playlist หรือจะโหลดไว้ดู Offline ในกรณีที่จะดู Online แนะนำให้เช็คความแรงของสัญญาน หรือแพ็คเก็จอินเตอร์เน็ตที่สมัครไว้ให้ดีๆเดี่ยวจะหมดไม่รู้ตัว

Screenshot_2016-03-17-20-45-11-horz

สำหรับคนที่เลือกโหลดไว้ดูแบบ Offline ตัวแอพฯก็มีให้เลือกครับว่าต้องการไฟล์คมชัดแค่ไหน ยิ่งชัดมากขนาดไฟล์ก็ใหญ่มากตาม ก่อนกดเช็คหน่วยความจำที่เหลืออยู่ให้ดี แล้วควรต่อ Wi-Fi ช่วยโหลด ซึ่งไฟล์ที่โหลดมาจะมีอายุอยู่ประมาณ 7 วันก่อนที่มันจะลบเองโดยอัตโนมัติ หรือถ้ากดดูไปบ้างแล้วแต่ไม่จบ ก็จะมีเวลา 3 วันในการกดเข้ามาดูต่อก่อนที่จะถูกลบไป

ส่วนของหน้า Player ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน หลักๆจะเป็นแค่ตัวกดเล่น ,แถบแสดงเวลาด้านล่าง และตัวกดเลือกซับไตเติ้ลตามที่ระบุไว้ตั้งแต่หน้าแสดงรายละเอียดของภาพยนต์ หากเป็นซีรีส์,รายการ หรืออนิเมะ ก็จะมี ป็อปอัพ เด้งขึ้นมาให้กดเล่นตอนต่อได้เลยในช่วงท้ายๆก่อนคลิปจบ

cats

จากการทดลองใช้งานโดยส่วนตัวแล้วมองว่า iflix เป็นผู้ให้บริการที่มีภาพยนต์หลากหลายมากๆทั้งเก่าและใหม่ ขณะที่ซีรีส์เองก็น่าจะโดนใจคนที่ชอบผลงานจากฝั่งสหรัฐฯ อยู่ไม่น้อย แถมยังมีการอัพเดตตอนใหม่ๆอยู่ตลอด นอกจากนี้ยังมีตัว Resume ที่ดูค้างไว้ตอนไหนก็กลับมาดูต่อได้เลยแม้จะปิดแอพฯไปแล้ว

capture-20160318-000144

ขณะที่การชมคลิปวีดีโอแบบ Online ก็ลื่นไหล แม้จะอยู่ในจุดที่สัญญาณไม่เสถียร แต่น่าจะมีให้ปรับเลือกความละเอียดของวีดีโอได้ ซึ่งภาพที่ได้ตอนนี้จัดว่าดูดี เสียงชัด Subออกมาตรง ภาพรวมทำได้ดีตามมาตรฐาน ซึ่งซีรีส์หรือภาพยนต์ดังๆส่วนใหญ่ก็มีซับภาษาไทยให้เลือกแล้ว

capture-20160318-000328

แต่ iflix ควรจะปรับเรื่องระบบการค้นหาหรือตัวคัดกรอง ที่น่าจะมีให้เลือกค้นหรือกรองตามภาษาของ Subtitle ที่มี รวมถึงเสียงพากย์ด้วย เพราะบางทีมันก็ดูขัดกันแปลกๆกับการที่ซีรีส์หรือภาพยนต์บางเรื่องที่มีหน้ารายละเอียดเรื่องย่อขึ้นเป็นภาษาไทย แต่กลับไม่มีส่วน Subtitle ที่เป็นภาษาไทยซะอย่างงัน

ส่วนคอนเทนต์ที่เป็นของไทยเองก็ยังไม่หลากหลาย เท่าที่เห็นในตอนนี้ส่วนน่าสนใจจริงๆน่าจะเป็นบรรดารายการสารคดีเสียมากกว่า ขณะที่คอนเทนต์สำหรับเด็กที่ส่วนใหญ่จะเป็นรายการและการ์ตูนจากทางสหรัฐฯ เท่าที่เห็นก็ยังไม่มีที่เป็นภาษาไทย

capture-20160317-235905

สำหรับ ค่าบริการของ iFlix ตอนนี้มีให้เลือกทั้งแบบ 100 บาทต่อเดือน หรือจะผูกสมาชิกแบบรายปีในราคา 1,000 บาท เฉลี่ยตกเดือนละ 83 บาทเองครับ ถือว่าคุ้มมากๆ แล้วยังสามารถชำระได้ง่ายๆทั้งในรูปแบบบัตรเครดิต ออนไลน์แบงกิ้ง การโอนเงิน และร้านสะดวกซื้อ

คนที่ชอบดูภาพยนต์ หรือเป็นคอซีรีส์ ต้องลองใช้บริการ iflix ดูครับ ใช้ง่าย ถูกใจ แถมยังถูกลิขสิทธิ์ คลิกโหลดแล้วสมัครกันได้เลยทั้ง iOS และ Andriod 

capture-20160317-232546

** คนที่เพิ่งสมัครเป็นครั้งแรก ตอนนี้ iflix มีโปรฯให้รับสิทธิ์ทดลองดูฟรีก่อน 30 วัน แล้วในขั้นตอนการสมัครก็ยังไม่มีการให้ใส่รายละเอียดของบัตรเครดิตหรือการชำระเงิน เรียกว่ามาแบบบริสุทธิ์ใจ ไม่ลักไก่เก็บเงินค่าสมาชิกโดยไม่แจ้งแน่นอน**

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners