ดีแทคโชว์อัตราการโทรสำเร็จทั้งภายในและภายนอกเครือข่ายสูงกว่าทุกโอเปอเรเตอร์

โดย shyboy | 27 กันยายน 2549 เมื่อ 15:57 น. | อ่าน 5
ดีแทค ประกาศศักยภาพเครือข่าย โชว์ตัวเลข success rate เพิ่มสูงถึง 98% ขณะที่จำนวน dropped calls ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อันเป็นผลจากการทุ่มเทเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

27 กันยายน 2549 – บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) สนองตอบนโยบายของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพิ่มอัตราการโทรสำเร็จ (Success Rate) ภายในเครือข่าย (Internal Network) ขึ้นสูงถึง 98% ขณะที่อัตราการโทรสำเร็จข้ามเครือข่าย (External) อยู่ที่ 95% ในช่วงเวลาปกติ

 

นายสันติ เมธาวิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายลูกค้า เปิดเผยว่ารายงานล่าสุดซึ่งทำการสำรวจเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา อัตรา Call Success ทั้งภายในเครือข่ายและข้ามเครือข่ายในเวลาปกติเพิ่มสูงขึ้นในระดับที่ดีเยี่ยม โดยในช่วงเวลาปกติ (Off-Peak) อัตราการโทรสำเร็จภายในเครือข่ายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 98% ขณะที่นอกเครือข่ายอยู่ในระดับ 95%

 

ขณะเดียวกัน อัตราการโทรสำเร็จในช่วงพีค (Peak) ของทั้งในเครือข่าย และนอกเครือข่ายเองก็เพิ่มขึ้น โดยอยู่ในระดับที่ 96% และ 85% ตามลำดับ ซึ่งอัตราการโทรสำเร็จของทั้ง 2 ส่วนนี้อยู่ในระดับที่สูงกว่าที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติได้กำหนดไว้ว่าการเรียกสำเร็จ ณ จุดเชื่อมต่อเครือข่ายโทรคมนาคม ต้องมีค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 โดยคิดจากค่าเฉลี่ยของปริมาณการเรียกขาออกทั้งหมดที่พยายามส่งออกจากโครงข่ายโทรคมนาคมของตน ณ จุดเชื่อมต่อโครงข่ายนั้น ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าปัจจุบันดีแทคมีอัตราการโทรสำเร็จทั้งภายในและภายนอกเครือข่ายสูงกว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นๆ

 

เพื่อสร้างความพึงพอใจในการใช้บริการของลูกค้า ดีแทคได้ลงทุนเพิ่มอีกหนึ่งหมื่นสองพันล้านบาทในปี 2549 ในการขยายสถานีฐานเพิ่มอีกจำนวน 1,500 สถานี เพื่อขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมเท่าคู่แข่งทั้งในภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ซึ่งทำให้สามารถรองรับการใช้งานในเครือข่ายในเวลาเดียวกันถึง 12 ล้านเลขหมาย โดยการลงทุนดังกล่าวเป็นส่วนต่อเนื่องในการพัฒนาระบบเครือข่ายในปี 2548 ที่ดีแทคได้ลงทุนไปแล้วมากกว่าแปดพันห้าร้อยล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่า ดีแทคจะมีสถานีฐานที่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั่วประเทศเท่ากับคู่แข่งภายในปี 2549 นี้แน่นอน

 

นายสันติกล่าวว่า การดำเนินการขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง เป็นไปเพื่อเน้นย้ำเพื่อถ่ายทอดจุดยืนของการดำเนินธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของดีแทค ที่ต้องการสร้างความแตกต่างและดีกว่า บนพื้นฐานของความเป็นธรรม ความจริงใจ และความเอาใจใส่ใจที่ดีแทคมีให้กับลูกค้า และด้วยแนวคิดที่ว่า “ลูกค้าคืออนาคต” (Customer is the Future) ดีแทคได้วางแผนงานที่จะพัฒนานวัตกรรมการบริการ และการดูแลเอาใจใส่รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างและดีกว่าอย่างชัดเจนขึ้น

 

“ดีแทคยึดคติที่ว่าเมื่อลูกค้าได้โทรถูกแล้วคุณภาพเครือข่ายก็ต้องตอบสนองให้ลูกค้าได้ดีด้วย นอกจากนี้ เป้าหมายสูงสุดของเราอยู่ที่ความพึงพอใจของลูกค้า และครองความเป็นที่ 1 ในหัวใจของพวกเขา” นายสันติกล่าว.

About Author

shyboy

shyboy

Partners