ทรู จับมือ สวทช. เปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดกิจกรรม “ฉลาดรู้ TRUE GENIUS”

โดย Platform | 2 กันยายน 2549 เมื่อ 07:41 น. | อ่าน 39

สังคมไทยในปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าหลากหลายด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำสมัย ซึ่งนับวันจะมีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ และเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญในการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุน พัฒนา และนำประโยชน์ที่ล้ำค่าจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ โดยเน้นการเผยแพร่ความรู้ทั้งภาครัฐ เอกชน และทุกท้องถิ่นให้ทั่วถึงกันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะองค์กรเอกชนของไทย ที่มีพันธกิจสำคัญที่จะทำให้ทุกครัวเรือนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารและสาระบันเทิง พร้อมเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้ทุกคนสามารถสัมผัสได้โดยง่าย ได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดการเรียนรู้ในรูปแบบกิจกรรมพิเศษ“ฉลาดรู้ TRUE GENIUS” เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างสรรค์เรื่องราวที่มีประโยชน์ และเติมเต็มประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เยาวชน ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ (เริ่มเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม ถึง อาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม ศกนี้) ณ Digital Playground by True ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่

วันเสาร์ที่ 22 และอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2549
ค่ายหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ : ประดิษฐ์หุ่นยนต์จากวัสดุเหลือใช้ โดยทีมงานนักประดิษฐ์หุ่นยนต์ Thonburi Robot

วันเสาร์ที่ 29 และอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม และ เสาร์ที่ 5 และอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2549
ค่ายวิทยาศาสตร์กับโบราณคดี: บรรพชีวิน 1,2

วันเสาร์ที่ 12 และอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2549
ค่ายมหัศจรรย์เคมี : CHEMISTRY หรือ ขวดเคมีหลากสี

นายไพบูลย์ ต.ศิริวานิช ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป ด้านกลุ่มลูกค้าบุคคล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทรู ประกาศจัดงาน “ฉลาดรู้ TRUE GENIUS” เพื่อเปิดโอกาส ให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะความรู้ เสริมสร้างการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และสนุกกับเทคโนโลยียุคใหม่ ซึ่งงานครั้งนี้ ทรู ร่วมกับสวทช. คัดสรรกิจกรรมเป็นพิเศษเพื่อร่วมเปิดโลกการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง ย้อนยุคกับโลกดึกดำบรรพ์ สนุกสนานกับมหัศจรรย์เคมี รวมทั้งร่วมประดิษฐ์หุ่นยนต์ กับทีมงาน นักประดิษฐ์ “Thonburi Robot” จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งได้รับรางวัล การแข่งขันหุ่นยนต์ประจำปีจากสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น กิจกรรมที่จัดขึ้นในงานนับเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ ให้เยาวชนก้าวทันโลกยุคดิจิทัล สอดคล้องกับพันธกิจของทรูที่จะทำให้ทุกครัวเรือนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารและสาระบันเทิง พร้อมเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้ทุกคนสามารถสัมผัสได้โดยง่าย ทรู เชื่อมั่นว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ปกครองและเยาวชน และจะช่วยให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างมีความสุข สามารถนำไปพัฒนาและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสเสริมคุณภาพเด็กไทยให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการนำประเทศไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้และภูมิปัญญาในที่สุด”

ดร. สวัสดิ์ ตันติพันธุ์วดี รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (ที เอ็ม ซี) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “การที่ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สวทช. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจและพันธกิจในด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติโดยตรงได้สนับสนุนโครงการดังกล่าว เพราะมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนไทยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถพัฒนาตนเองสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดกิจกรรมในลักษณะค่ายวิทยาศาสตร์ถาวร คือจัดให้เด็กและเยาวชนที่มีความสนใจ และผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มาฝึกฝนทำงานวิจัย โดยมีนักวิชาการ นักวิจัย มาให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และเปิดโอกาสให้เด็กศึกษาค้นคว้า ทดลองทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมในค่ายวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ”

นายโพธิวัฒน์ งามขจรวิวัฒน์ (เกีย) นายจักรกริช ศรีงามผ่อง (อาม) นายกฤษณะ เรืองต่อวงศ์ (นอท) และนาวสาวณฐพร ภิญโญ (แอมป์) นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทีมงานนักประดิษฐ์หุ่นยนต์ Thonburi Robot ที่จะมาให้ความรู้และคำแนะนำในการสร้างสรรค์หุ่นยนต์เดินสี่ขา กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “ค่ายหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ: ประดิษฐ์หุ่นยนต์จากวัสดุเหลือใช้ เป็นการประดิษฐ์หุ่นยนต์จากวัสดุเหลือใช้ โดยมีอุปกรณ์ที่ใช้หลัก ๆ 5 ชนิด ได้แก่ มอเตอร์ เฟือง แบตเตอรี่ สวิตช์เปิด-ปิด และรังถ่าน นอกนั้นจะเป็นวัสดุเหลือใช้ต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา อาทิ ไม้ไอศครีม ไม้ปลายแหลม ฟิวเจอร์บอร์ด ลูกปิงปอง หลอด ฯลฯ”

โพธิวัฒน์ (เกีย) เล่าว่า “เวลานึกถึงหุ่นยนต์น้อง ๆ บางคนจะนึกถึงความยุ่งยากในการประดิษฐ์ เพราะมีกลไกมากมาย แต่กิจกรรมนี้จะช่วยลบความคิดเหล่านั้นออกไป และยังช่วยสร้างความสนุกสนานแก่น้อง ๆ ในการประดิษฐ์หุ่นยนต์ เพราะเราจะเริ่มสร้างจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่รอบตัวเราก่อน โดยเฉพาะสิ่งที่เราอาจคาดไม่ถึงจำพวกวัสดุเหลือใช้ต่างๆ มาใช้ในการประดิษฐ์”

จักรกริช (อาม) กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมนี้จะแสดงให้เห็นว่าการประดิษฐ์หุ่นยนต์แต่ละตัวไม่ใช่ เรื่องยาก อีกทั้งยังเป็นการสร้างจินตนาการแก่น้อง ๆ พร้อมแรงบันดาลใจในการที่จะประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ ต่อไป เพราะถ้าเราสามารถทำสิ่งใดได้สำเร็จ เราก็จะเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำสิ่งนั้นต่อไปเรื่อย ๆ”

กฤษณะ (นอท) และณฐพร (แอม) บอกว่า “กิจกรรมนี้จะช่วยสร้างโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนไทยในการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ทางด้านเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ให้กับทุกคน อีกทั้งตัวอย่างกิจกรรมนี้จะเป็นการปูพื้นฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ เยาวชนไทย และสร้างความตื่นตัวให้ตอบรับกับนวัตกรรมใหม่ ๆ และยังเป็นการต่อยอดความรู้ใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์ ชมรมของเรายังเปิดโอกาสให้น้อง ๆ หรือบุคคลภายนอกที่สนใจเข้ามาเป็นสมาชิก โดยน้อง ๆ ที่สนใจสามารถคลิกเข้าไปที่เวปไซต์ www.trcclub.com

นายเจษฎา เตมัยสมิธิ (เจด) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย และนางสาวธีรา ฉันทโรจน์ศิริ (แอนนี่) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ตัวแทนจากโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน (JSTP) ซึ่งจะมาให้ความรู้และความสนุกสนานแก่เยาวชน “ฉลาดรู้ TRUE GENIUS” กล่าวว่า “ค่ายมหัศจรรย์เคมี: CHEMISTRY หรือ ขวดเคมีหลากสี เป็นหนึ่งในโครงการของ สวทช. เป็นการทดลองที่ทำให้น้อง ๆ ประหลาดใจและสนใจที่จะหาคำตอบว่าทำไมน้ำจึงเปลี่ยนสีเวลาที่เราเขย่าขวด ซึ่งจะช่วยให้เด็ก ๆ หันมาสนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้ภาพของวิชาเคมีชัดขึ้น เพราะบางโรงเรียนอาจจะมีการเรียนการสอนแค่ภาคทฤษฎี อีกทั้งชุดขวดเคมีหลากสีนี้ยังเป็นการฝึกทักษะเบื้องต้นทางเคมี เพราะต้องแบ่งสัดส่วนของสารเคมีและนำมาผสมกันเองอีกด้วย”

ด.ญ. หริสวรรณ อยู่สุข หรือน้องพีเจ อายุ 11 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนนานาชาติเอกมัย ซึ่งมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ฉลาดรู้ TRUE GENIUS” ที่อาคารทรู ทาวเวอร์ เล่าว่า “ดูพี่ ๆ สาธิตการเดินของหุ่นยนต์แล้วชอบมาก ๆ ได้ความรู้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน หนูก็มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาบ้างแล้ว แต่หนูก็อยากจะเรียนรู้ต่อไป เพราะคิดว่ายังมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกมากมาย โตขึ้นหนูอยากเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น นักวิทยาศาสตร์สาขาเคมี เพราะเท่มาก ๆ ศัลยแพทย์ สูตินารีแพทย์ หรือนักแสดงก็อยากเป็นค่ะ”

ด.ญ. นพธิรา เอกสิทธิชัย หรือน้องเบสท์ อายุ 10 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนฉัตรวิทยา เล่าว่า “พวกพี่ ๆ สาธิตเรื่องการเดินของหุ่นยนต์ พอดูแล้วรู้สึกมหัศจรรย์มาก ๆ ว่าหุ่นยนต์เดินได้อย่างไร บางตัวก็เดินเร็ว บางตัวก็เดินช้า ทำให้ยิ่งรู้สึกอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะหนูชอบเรียนและทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์อยู่แล้วด้วยค่ะ”

ทางด้าน ด.ญ. เปมิกา ส่งเจริญ หรือน้องป๊อป อายุ 11 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ บอกว่า “หนูได้ทดลองเขย่าขวดเคมีหลากสี พอเขย่าแล้วน้ำก็เปลี่ยนจากสีใส ๆ เป็น สีม่วง รู้สึกประหลาดใจมาก ๆ ว่าทำไมน้ำถึงเปลี่ยนสีได้ พี่ ๆ ก็เลยอธิบายให้ฟังว่ามันเป็นเพราะพอเราเขย่า อากาศก็จะไปทำปฏิกิริยากับน้ำที่ผสมสารเคมีไว้ น้ำจึงเปลี่ยนสีค่ะ ทำให้หนูรู้สึกอยากเรียนวิชาเคมีมากขึ้น และหนูก็ชอบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ชอบทดลองปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ และโตขึ้นก็อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านเคมีด้วยค่ะ”

น้องแพรววริน วานิชย์หานนท์ หรือน้องนุ่น อายุ 10 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนคีราภัทร อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า “ตอนที่พี่ ๆ สาธิตการเดินของหุ่นยนต์นั้น ทำให้หนูได้รับความรู้มากขึ้น เพราะเมื่อก่อนไม่มีความรู้เรื่องหุ่นยนต์เลย ได้รู้วิธีการทดเฟืองให้หุ่นยนต์แต่ละตัวเดินได้ บางตัวก็เดินเร็ว บางตัวก็เดินช้า ทำให้หนูยิ่งอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์มากขึ้น และคุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนเต็มที่ค่ะ”

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่เยาวชนไทยเราจะได้เรียนในเรื่องต่าง ๆ ที่พวกเขามีความสนใจ สอดคล้องกับยุคสมัย ดังนั้นผู้ปกครองจึงไม่ควรพลาดกิจกรรมดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตลอดระยะเวลา 4 สัปดาห์ที่ Digital Playground by True ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่ออนาคตที่สดใสของเยาวชนไทยเรา.

About Author

Platform

Platform

Partners