เอชพี เปิดตัวสถาปัตยกรรมเบลดรุ่นล่าสุด ช่วยลดค่าใช้จ่ายมูลค่ามหาศาลให้กับศูนย์ข้อมูลของลูกค้า

โดย Platform | 2 กันยายน 2549 เมื่อ 07:41 น. | อ่าน 5

กรุงเทพ 20 กรกฎาคม 2549 – เอชพีเผยความก้าวหน้าล่าสุดของสถาปัตยกรรมเบลด ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลของลูกค้าได้หลายล้านเหรียญสหรัฐ(1)

จากการคิดค้นและพัฒนามากว่า 3 ปี สถาปัตยกรรม HP BladeSystem c-Class ก้าวล้ำ
การแข่งขันด้วยนวัตกรรมเวอร์ชวลไลเซชั่น ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและระบบระบายความร้อน รวมทั้งเครื่องมือการจัดการระบบ ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการปฏิบัติการ และ
การลงทุนสำหรับการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลทั่วไปได้ถึงร้อยละ 46 เลยทีเดียว(1)

HP BladeSystem ใหม่ นับเป็นหนึ่งในสามรุ่นแรกของวงการ ที่ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อสายเข้ากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เมื่อเริ่มใช้งาน และสลับเปลี่ยนได้แม้ระบบกำลังทำงานอยู่ นอกจากนี้ยังสามารถปรับระดับการใช้พลังงานและระบบระบายความร้อน ซึ่งจะช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการได้สูงสุดถึง 10 เท่าเลยทีเดียว

HP BladeSystem c-Class เป็นสถาปัตยกรรมมาตรฐานที่ทำงานได้อย่างยืดหยุ่น องค์กร
ทุกระดับสามารถเริ่มต้นการใช้งานด้วยเซิร์ฟเวอร์ HP ProLiant และ Integrity ร่วมกับสตอเรจ HP StorageWorks จากนั้นจึงเพิ่มเติมแอพพลิเคชั่นและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อขยายศูนย์ข้อมูลได้ตามต้องการ

ลูกค้าสามารถเห็นผลดีจากการใช้สถาปัตยกรรมใหม่ภายในระยะเวลา 3 ปี ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อระบบที่ลดลงได้สูงสุดร้อยละ 41 และค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูลที่ลดลงได้ถึงร้อยละ 60 รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเวลาที่ใช้ในในติดตั้งระบบเบื้องต้น ที่ลดลงได้สูงสุดร้อยละ 96 (1)

พอร์ทฟอลิโอ HP BladeSystem c-Class เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ HP Adaptive Infrastructure ที่จะช่วยให้องค์กรปรับเปลี่ยนไปสู่สภาพแวดล้อมไอทีแบบอัตโนมัติ มีความสามารถในการจัดการแบบ Lights-out Computing ได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายใน
การดำเนินงาน และมอบคุณภาพการบริการไอทีที่ดีขึ้นด้วย

“พอร์ทฟอลิโอ HP BladeSystem c-Class ผสานที่สุดของเทคโนโลยีจากเอชพี นับตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ NonStop Servers ไปจนถึงเครื่องพิมพ์รุ่นต่างๆ ที่จะทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับทรัพยากรไอทีของลูกค้าตั้งแต่การจัดซื้อ การสร้างระบบ และการจัดการ รวมทั้งการใช้งาน ซึ่งการออกแบบที่เรียบง่ายและ ‘ไม่ติดอยู่กรอบ’ ของเอชพี จะช่วยให้ลูกค้าสามารถลดตัวแปรสำคัญที่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่าย รวมทั้งอุปสรรคในการปรับปรุงศูนย์ข้อมูลในปัจจุบันลง ไม่ว่าศูนย์ข้อมูลจะเป็นแบบแรค แบบชั้น และแบบต่อสาย” มร. โทนี่ พาร์คินสัน รองประธาน และผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจ Industry Standard Servers กลุ่มธุรกิจ Technology Solutions Group เอชพี เอเชียแปซิฟิก กล่าว

สถาปัตยกรรมเบลดใหม่ ที่นำเสนอระบบประมวลผลแห่งอนาคตสำหรับธุรกิจ

จากผลการศึกษาปัญหาเร่งด่วนที่พบในศูนย์ข้อมูลปัจจุบัน เอชพีได้มุ่งเน้นนำเสนอนวัตกรรม HP BladeSystem ใน 3 ส่วนหลักคือ เวอร์ชวลไลเซชั่น การใช้พลังงานและการระบาย
ความร้อน รวมทั้งการบริหารจัดการระบบที่เปี่ยมประสิทธิภาพ

สถาปัตยกรรม HP Virtual Connect Architecture ช่วยแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของระบบเครือข่ายได้เป็นอย่างดี โดยลูกค้าเพียงแค่เชื่อมต่อสายเข้ากับตัวเครื่องครั้งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังนับเป็นครั้งแรกของวงการที่ผู้ควบคุมเซิร์ฟเวอร์ สามารถจัดการทรัพยากรไอทีได้ในขณะที่ระบบกำลังทำงาน โดยการอาศัยเทคโนโลยีอีเธอเน็ตแบบเวอร์ชวลไลซ์ (Virtualized Ethernet) และการเชื่อมต่อแบบใยแก้วนำแสงหรือ Fiber Channel ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการบริหารระบบได้นับหลายชั่วโมงหรือหลายวันเลยทีเดียว

เทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชั่นได้รับการเสริมประสิทธิภาพ ด้วยแผงมิดเพลนความเร็วสูงสุดของวงการในขณะนี้ ซึ่งสามารถถ่ายโอนข้อมูลรวมได้ถึง 5 เทราไบต์ต่อวินาที องค์ประกอบทั้งหมดเหล่านี้ จะช่วยให้องค์กรมีช่องว่างสัญญาณเหลือเพียงพอต่อการใช้งานได้อีกหลายปี และสามารถตอบสนองแม้สภาวะแวดล้อมที่ต้องการคุณสมบัติขั้นสูงสุด รวมทั้งรองรับตัวเลือกการเชื่อมต่อของเครือข่ายชั้นนำมากมาย

นอกจากนี้ HP BladeSystem c-Class และ StorageWorks Storage Area Networks (SANs) ยังลดความซับซ้อนในการรวมระบบไอทีเข้าด้วยกัน (IT Consolidation) โดยการรวมอินเทอร์เฟซของทั้งเซิร์ฟเวอร์และสตอเรจเข้าด้วยกัน อีกทั้งสวิตช์ HP BladeSystem 4Gb/s Fibre Channel SAN Switch ใหม่ และตัวเชื่อมสัญญาณภายนอก 4Gb/s Fibre Channel HBA แบบสำรองข้อมูลได้ตัวแรกของวงการ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อ SAN เข้ากับ HP BladeSystem ลงมากกว่าร้อยละ 40 แต่ยังคงประสิทธิภาพด้านความพร้อมในการใช้งาน และการเชื่อมต่อแบบสำรองเข้ากับ SAN ที่มีอยู่ได้ดังเดิม สวิตช์ดังกล่าวยังช่วยลดจำนวนการเชื่อมต่อเคเบิลใยแก้วได้สูงสุดถึงร้อยละ 60 ด้วย

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เอชพีจึงคิดค้นเทคโนโลยี HP Thermal Logic ซึ่งปรับใช้ตัวควบคุมอุณหภูมิในการเปลี่ยนความหนาแน่นสูง ให้กลายเป็นพลังงานและการระบายความร้อน โดยไม่กระทบต่อสมรรถนะการทำงานของเครื่องแต่อย่างใด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมได้ต่ำสุด อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าแอพลิเคชั่นจะพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และจะได้รับประสิทธิภาพในการควบคุมด้านส่วนประกอบ ชิ้นส่วนภายใน และชิ้นส่วนภายนอกของตู้แรคอย่างเต็มที่

ส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง ยังรวมถึงเทคโนโลยีระบายความร้อน HP Active Cool Fan ที่สามารถลดการไหลเวียนอากาศภายในเซิร์ฟเวอร์ลงร้อยละ 30 และประหยัดพลังงานได้
ร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับพัดลมระบายความร้อนทั่วไป นอกจากนี้สถาปัตยกรรม c-Class ยังสามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึงร้อยละ 40 หรือมากกว่า เมื่อเทียบกับเซิร์ฟเวอร์แบบ rack-mount

HP Insight Control Management มีอัตราส่วนการใช้อุปกรณ์ต่อผู้ควบคุมระบบ คิดเป็น 200 ต่อ 1 จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานไอทีหลายประเภทได้ถึง 10 เท่าเลยทีเดียว ทั้งนี้เป็นผลมาจากการผสานประสิทธิภาพเครื่องมือจัดการชั้นนำของเอชพี เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของ HP BladeSystem ซึ่งจะรวมการใช้งานระบบจัดการเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และเครือข่าย รวมทั้งการใช้พลังงานและการระบายความร้อน ทั้งในด้านกายภาพและด้านเสมือนจริง ผ่านคอนโซลเพียงตัวเดียวเท่านั้น

เครื่องมือบริหารจัดการ HP Onboard Administrator ใหม่ ได้รับการพัฒนาร่วมกับเทคโนโลยีของกลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์จากเอชพี ซึ่งนับเป็นการปูทางไปสู่ระบบการจัดการที่ก้าวล้ำยิ่งขึ้น และจะช่วยให้การจัดการระบบเป็นไปอย่างง่ายดาย ด้วยรูปแบบการสั่งงานแบบคำและรูปภาพโดยอาศัยโมดูลที่ติดตั้งในเครื่อง ผ่านเว็บเบราส์เซอร์และจอแอลซีดีแบบอินเตอร์แอคทีฟขนาดสองนิ้วเครื่องแรกของวงการ เพื่อให้องค์กรธุรกิจทุกระดับสามารถติดตั้ง ควบคุม ดูแล แก้ปัญหา และซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน c-Class ได้อย่างง่ายดาย

เอชพีขยายระบบการทำงานของ BladeSystem

โปรแกรม HP BladeSystem Solution Builder สามารถเชื่อมต่อผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อิสระ (ISVs) รวมทั้งบริษัทจัดการด้านโซลูชั่นของระบบ (SIs) และผู้แทนจำหน่ายต่างๆ ได้นับร้อยราย เพื่อให้สามารถพัฒนาและมอบบริการอันหลากหลายแก่ลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วโลก

พันธมิตรในด้านแอพพลิเคชั่นและฮาร์ดแวร์ที่มีส่วนร่วมในการเปิดตัว c-Class ครั้งนี้ ได้แก่ AMD, Blade Network Technologies, Brocade, Cisco Systems, Citrix, Emulex, Intel, Mellanox, Microsoft, Novell, Oracle, PolyServe, QLogic, Red Hat, SAP, VMware และ Voltaire.

เบลดเซิร์ฟเวอร์ c-Class ใหม่ รวมไปถึง HP ProLiant BL460c และ BL480c โดย
รุ่น BL480c นั้นนับเป็นเบลดเซิร์ฟเวอร์เครื่องแรกของวงการ ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับคุณสมบัติต่างๆ ของ HP ProLiant DL380 ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ขายดีที่สุดในโลกและสามารถรองรับแอพพลิเคชั่นได้หลากหลายมากที่สุดในขณะนี้ด้วย โดยทั้ง BL460c และ BL480c มาพร้อมหน่วยความจำ การใช้งานไดรฟ์แบบ hot-plug และคุณสมบัติการขยาย I/O ที่มากกว่า
เบลดเซิร์ฟเวอร์ HS20 ของไอบีเอ็มถึงสองเท่าเลยทีเดียว

บริการใหม่ๆ จากเอชพีที่รองรับการใช้งานเบลดเซิร์ฟเวอร์ c-Class ได้แก่ HP Enhanced Network Installation และ Startup Service สำหรับ HP BladeSystem Switches ซึ่งเป็นบริการ Care Pack ใหม่จากเอชพี ที่รวบรวมเครื่องมือปรับแต่งและทดสอบขั้นสูงสำหรับอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบ HP BladeSystem เพื่อเสริมสมรรถนะการใช้งาน การตั้งค่า และความเชื่อถือได้ของเครือข่ายศูนย์ข้อมูล โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริการของเบลดเซิร์ฟเวอร์ c-Class สามารถเข้าชมได้ที่ www.hp.com/services/bladesystemservices

เพื่อเป็นหลักประกันว่าลูกค้าจะสามารถลงทุนและใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง เอชพีมีแผนที่จะพัฒนาสายผลิตภัณฑ์ HP BladeSystem รุ่น p-Class ในปี 2007 ทั้งนี้ระบบเบลดเซิร์ฟเวอร์ p-class สามารถใช้งานร่วมกับ c-Class ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยอาศัยเครื่องมือการจัดการพื้นฐาน อินเตอร์เฟซระบบเครือข่าย และพลังงาน รวมทั้งตู้แรค ซึ่งเบลดเซิร์ฟเวอร์ HP ProLiant p-Class จะสามารถรองรับการใช้งานได้จนถึงปี 2012

บริการ HP Financial Services ยังช่วยเหลือลูกค้าในการเปลี่ยนถ่ายสู่สถาปัตยกรรมแบบใหม่ ด้วยโปรแกรมคุ้มครองการลงทุนเต็มรูปแบบ และโปรแกรมซื้อคืนเบลดเซิร์ฟเวอร์ของไอบีเอ็ม นอกจากนี้บริการดังกล่าวยังนำเสนอทางเลือกให้แก่องค์กรและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการคืนและรีไซเคิลผลิตภัณฑ์แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันรวมไปถึงการเช่าซื้อ และการแลกเปลี่ยนสินค้า รวมทั้งกู้คืนผลิตภัณฑ์อีกด้วย

พอร์ทฟอลิโอ HP BladeSystem c-Class มีวางจำหน่ายแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกาศตัวสินค้า สามารถเข้าชมได้ที่ www.hp.com/go/nextgenbladesystem
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HP BladeSystem c-Class สามารถเข้าชมได้ที่ www.hp.com/go/bladesystem/evaluate

เกี่ยวกับเอชพี

เอชพีเป็นผู้นำระดับโลกในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี โซลูชั่น และการให้บริการ แก่ลูกค้าระดับคอนซูเมอร์และองค์กรธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และอุปกรณ์ต่อพ่วง การให้บริการครอบคลุมทั่วโลก และผลิตภัณฑ์ภาพและการพิมพ์ ณ วันที่ 30 เมษายน 2549
เอชพีมีรายได้รวมนับจาก 4 ไตรมาสทั้งสิ้น 88.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี ได้ที่ http://www.hp.com

(1) ข้อมูลได้จากการศึกษา เซิร์ฟเวอร์ 320 รุ่นในระยะมากกว่า 3 ปีโดยเอชพี และค่าใช้จ่ายที่ลดได้จริงคือ 2,603,453 เหรียญสหรัฐ โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวรวมถึงการซื้อระบบขั้นต้น ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและระบบระบายความร้อน การลดจำนวนสายเคเบิลและการติดตั้ง ค่าใช้จ่ายจากอีเธอเน็ตและสวิชต์สายใยแก้ว การรวมระบบเข้ากับตู้แรคของศูนย์ข้อมูล การลดจำนวนตู้แรค และผลประโยชน์จากซอฟต์แวร์ควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน โดยผลการศึกษาอาจไม่ตรงกับกรณีอื่นๆ ก็ได้
(2) จากการทดสอบภายในโดยเอชพี กับตู้แรคที่ได้รับการปรับแต่งเหมือนกัน และเบลดเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับการทดสอบแบบเดียวกัน

About Author

Platform

Platform

Partners