ทีดับบลิวแซดปรับกลยุทธ์ เพิ่มบทบาทใหม่ฐานะผู้นำการจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า

โดย Platform | 2 กันยายน 2549 เมื่อ 07:41 น. | อ่าน 5

กรุงเทพฯ 28 มิถุนายน 2549 – ทีดับบลิวแซด ผู้นำในการจัดจำหน่ายและให้บริการด้านอุปกรณ์โทรคมนาคมปรับกลยุทธ์ใหม่ เดินหน้าสู่บทบาทผู้นำในด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีและคอนซูเมอร์อิเลคทรอนิกส์ กำหนดหน้าที่ชัดเจนในบริษัท ไฮเออร์ บิสิเนส (ประเทศไทย) จำกัด จากผู้ถือหุ้นใหญ่มารับผิดชอบด้านการจัดจำหน่ายเพียงอย่างเดียว ล่าสุดได้รับความมั่นใจจากอาโมอิ (AMOI) แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากจีนให้สิทธิ์ทีดับบลิวแซด จัดจำหน่ายอาโมอิในประเทศไทย ตอกย้ำความสามารถและชื่อเสียงของทีดับบลิวแซด ในระดับสากล

นายพุทธชาติ รังคสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในครึ่งปีหลัง 2549 ทีดับบลิวแซด ได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยขยายไลน์สินค้าในการจัดจำหน่าย จากเดิมที่เน้นหนักในสินค้าโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริม มาครอบคลุมสินค้าประเภทไอทีและคอนซูเมอร์อิเลคทรอนิกส์ โดยเริ่มต้นที่การสร้างพันธมิตรกับบริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนเป็นหลัก

“อย่างเช่นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับพันมิตรอีก 3 ราย ได้แก่ บริษัท ไฮเออร์ กรุ๊ป (เอเชีย) จำกัด บริษัท ทีไอจีเอ จำกัด และบริษัท มกรานันท์ จำกัด จัดตั้งบริษัท ไฮเออร์ บิสิเนส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งล่าสุดได้มีการปรับบทบาทการดำเนินงานภายในบริษัทดังกล่าว โดยภายใต้ข้อตกลงของพันธมิตรทุกฝ่าย ทางทีดับบบลิวแซด ได้โอนหุ้นทั้งหมดให้กับบริษัท ทีไอจีเอ เพื่อการบริหารบริษัท ไฮเออร์ บิสิเนส (ประเทศไทย) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัท ไฮเออร์ บิสิเนส (ประเทศไทย) จะรับผิดชอบในด้านการนำเข้า การผลิต และการให้บริหารหลังการขายแก่สินค้าแบรนด์ไฮเออร์ โดยที่ทีดับบลิวแซด จะรับหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่าย และให้ความร่วมมือในการทำการตลาด และการสร้างแบรนด์สินค้า” นายพุทธชาติ กล่าว

“นอกจากนี้ ทีดับบลิวแซด ยังได้รับการแต่งตั้งจากอาโมอิ (AMOI) หนึ่งในผู้นำด้านสินค้าอิเลคทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสารของประเทศจีนให้จัดจำหน่ายสินค้าอาโมอิในประเทศไทย โดยจะเริ่มต้นที่สินค้าโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะเริ่มทำตลาดในต้นไตรมาสสามที่จะถึงนี้”

นายพุทธชาติกล่าวถึงการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจว่า เราต้องการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจบนจุดแข็งที่เรามีอยู่ ซึ่ง ทีดับบลิวแซด เป็นผู้นำในด้านการจัดจำหน่าย มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศถึง 300 ราย และมีความชำนาญในด้านการบริหารคลังสินค้า การวิเคราะห์ตลาด และวางแผนกลยุทธ์การจัดจำหน่าย เรามีประสบการณ์ ที่ยาวนานในการทำธุรกิจถึง 15 ปี จนได้รับความไว้ใจจากแบรนด์ระดับโลกไม่ว่าจะเป็นเบนคิว-ซีเมนต์ โซนี่อิริคสัน และลีโนโว่ การได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับไฮเออร์และอาโมอิ ที่เป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาดโลกยิ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ของบริษัทฯ และยังหมายถึงการเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ของบริษัทฯ ในอนาคตอีกด้วย” นายพุทธชาติกล่าวเสริม

“สำหรับสินค้าของอาโมอิที่ผู้บริโภคชาวไทยรู้จักคงมีแต่โทรศัพท์มือถือ แต่ความจริงแล้วอาโมอิมีชื่อเสียงด้านการผลิตสินค้าครบทั้ง 3Cs คือ คอมมิวนิเคชั่น (Communication) คอมพิวเตอร์ (Computer) และคอนซูเมอร์อิเลคทรอนิกส์ (Consumer Electronics) และมีจุดแข็งในด้านการบริหารที่มีศักยภาพสูงด้วยต้นทุนที่ต่ำผ่านระบบ ERP ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การพัฒนาและวิจัย การจัดซื้อ และการผลิตไปจนถึงการขาย” นายพุทธชาติกล่าวทิ้งท้าย

อาโมอิได้รับการยอมรับในฐานะเป็นโรงงานชั้นแนวหน้าในประเทศจีน ซึ่งสามารถผลิตและประกอบโทรศัพท์มือถือตลอดจนจบกระบวนการที่โรงงานของอาโมอิเอง และในปัจจุบันสามารถผลิตโทรศัพท์มือถือได้มากถึง 10 ล้านเครื่อง ระบบการสื่อสารแบบพกพาส่วนบุคคล หรือ PHS จำนวน 2 ล้านชุด แอลซีดี ทีวี 300,000 เครื่อง เครื่องเล่นดีวีดี 2 ล้านเครื่อง แอมพลิไฟเออร์ 5 ล้านเครื่อง สปีกเกอร์ 1.5 ล้านเครื่อง และคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริมถึง 1 ล้านเครื่องต่อปี โดยอาโมอิยังหนึ่งในผู้นำการจำหน่ายเทคโนโลยี 3G ในตลาดยุโรปและไต้หวันอีกด้วย

About Author

Platform

Platform

Partners