CAT เปิดแผนธุรกิจปี 61 มุ่งพัฒนาโครงข่ายไร้สาย LoRaWAN รองรับเทรนด์ IoT และ Big Data

โดย Bluecosmos | 16 ธันวาคม 2560 เมื่อ 22:11 น. | อ่าน 16

IMG_1518กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เผยแผนธุรกิจปี 2561 ลุยสร้าง New S-Curve หรือกลุ่มธุรกิจใหม่ที่เน้น Digital Service เตรียมขยายบริการ Smart City บนโครงข่ายไร้สาย LoRaWAN รองรับเทรนด์ IoT และ Big Data เร่งผลักดันโครงการต่อเนื่องจากปี 2560 ทั้งขยายเคเบิลใต้น้ำ และ Digital Park Thailand พร้อมหวังสร้างรายได้เพิ่มจากโครงการดาวเทียมภาครัฐ

IMG_1515การดำเนินงานในปี 2561 ของ CAT จะเดินหน้าสานต่อโครงการสำคัญของปี 2561 ได้แก่

1. โครงการขยายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศวงเงิน 2,000 ล้านบาท รวมถึงการส่งเสริมจุดแข็งให้ประเทศไทยขึ้นเป็นดิจิทัลฮับอาเซียน  ประกอบด้วยกิจกรรมย่อยคือ การเพิ่มความจุโครงข่ายเพื่อขยายคาพาซิตี้ภายในประเทศ โดยเชื่อมโยงพื้นที่รอยต่อชายแดนมายังสถานีเคเบิลใต้น้ำของ CAT และการขยายความจุของระบบโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งการก่อสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศระบบใหม่เชื่อมต่อประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  โดยล่าสุด CAT ได้ร่วมหารือแนวทางร่วมกันกับผู้ให้บริการจากประเทศมาเลเซีย เวียดนามกัมพูชา และจีน

2. การพัฒนาโครงข่ายไร้สาย LoRaWAN (Long-Range Wide Area Network) โครงข่ายใหม่ที่รองรับการพัฒนาบริการ IoT และ Smart City โดยเฉพาะ และเป็นการปูทางสู่การให้บริการอัจฉริยะต่างๆ ของ CAT ในระยะยาว ซึ่งจากการทดสอบใช้งานระบบตั้งแต่ต้นปีขณะนี้โครงข่าย LoRaWAN ได้ติดตั้งใช้งานโดยสมบูรณ์แล้วในโครงการภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ โดย CAT มีแผนขยายโครงข่าย LoRaWAN ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความต้องการใช้บริการ IoT มากยิ่งขึ้น และเตรียมเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นปี 2561 โดยนักพัฒนาจากทุกภาคส่วนสามารถร่วมพัฒนานวัตกรรม IoT บนโครงข่าย LoRaWAN ที่มีเสถียรภาพสูงในอัตราค่าบริการต่ำ

IMG_1519ทั้งนี้ CAT สามารถดำเนินการติดตั้งโครงข่าย  LoRaWAN ได้อย่างรวดเร็วบนโครงสร้างพื้นฐานเดิมของโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ CAT ให้บริการอยู่ ทำให้มีต้นทุนต่ำและส่งผลให้ค่าบริการเชื่อมต่อข้อมูลของอุปกรณ์ IoT บนโครงข่าย LoRaWAN มีอัตราถูกมากเมื่อเทียบกับกับค่าใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเมื่อจำนวนอุปกรณ์ IoT มีการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากในอนาคตอันใกล้จะเป็นรายได้ที่ไม่น้อยและเป็นรายได้ระยะยาวให้กับ CAT

รวมถึง CAT ยังมีแผนจะเป็นทั้งผู้ให้บริการโครงข่ายและเตรียมผันตัวเป็นผู้ให้บริการอัจฉริยะต่างๆ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับกลุ่มสามารถ (SISC) ขยายบริการโครงข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล DTRS (Digital Trunked Radio System) บนคลื่นความถี่ย่าน 800MHz จำนวน 1,000 สถานีฐานทั่วประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้บริการในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานได้อย่างเพียงพอ

IMG_1520การขยายโครงข่ายพื้นฐานดังกล่าวจะเกิดเสถียรภาพการเชื่อมโยงข้อมูลที่แข็งแกร่ง ซึ่ง CAT ได้นำมาสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ ที่เป็นเป้าหมายสำคัญ ได้แก่

  • Digital Park Thailand ที่ได้เริ่มโครงการบนเนื้อที่กว่า 700 ไร่ ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ให้เป็นเมืองนวัตกรรมดิจิทัลครบวงจรในพื้นที่ EEC เป็นพื้นที่พิเศษมีสภาพแวดล้อมด้านดิจิทัล รองรับเหล่านักลงทุนและสตาร์ทอัพในการคิดค้นต่อยอดนวัตกรรมและบริการต่างๆ ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าพื้นที่ดังกล่าว และ CAT ยังมีแนวทางที่จะจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการฯ โดยหาเอกชนมาร่วมลงทุนพัฒนา ขณะนี้ Digital Park Thailand ได้บรรจุเป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุน PPP ของ EEC คาดว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนการคัดเลือกผู้ร่วมลงทุนได้อย่างช้าไตรมาส 3 ปีหน้า
  • ภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ ต้นแบบเมืองอัจฉริยะที่ขณะนี้โครงข่ายมีความสมบูรณ์ใช้งานได้ 100% โดย CAT ได้ติดตั้งฟรีไวไฟครบทั้ง 1,000 จุด ครอบคลุมทั่ว จ.ภูเก็ต พร้อมกับได้วางระบบแพลทฟอร์ม LoRa เพื่อการสื่อสัญญาณระหว่างอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน ซึ่งขณะนี้ได้เปิดใช้งานเชื่อมต่อระบบ Smart Logistics ให้บริการ GPS Tracking ติดตามตัวบุคคล ยานพาหนะต่างๆ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ นอกจากนี้ยังมีระบบอื่นๆ ที่ทยอยเปิดใช้งานอย่างระบบ Smart Utility รองรับการทำงานของมิเตอร์อัจฉริยะสำหรับสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ตลอดจนการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น มิเตอร์วัดระดับน้ำ ระดับความชื้นใต้ดิน สามารถใช้ประโยชน์ด้านการเตือนภัยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ โดยโครงข่ายของ CAT สามารถรองรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวและชาวเมืองภูเก็ต ซึ่งจะนำต้นแบบความสำเร็จของเมืองอัจฉริยะที่ภูเก็ต ขยายผลต่อไปยังเชียงใหม่  ขอนแก่น  และพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

IMG_1517นอกจากนี้ CAT ยังมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลใหม่ๆ โดยล่าสุดได้ลงนามกับ ปตท. ร่วมกันบูรณาการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ในพื้นที่วังจันทร์วัลเล่ย์ จ.ระยอง ปตท. และเขตนวัตกรรมดิจิทัลภาคตะวันออก (EECd) ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยกรอบความร่วมมือที่สามารถพัฒนาร่วมกัน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ตรวจสอบท่อก๊าซธรรมชาติ แทนการใช้เฮลิคอปเตอร์ที่ ปตท. ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นต้น ขณะที่ CAT มีพื้นที่ Data Center ใช้เก็บข้อมูล Big Data และจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก ซึ่งอาจร่วมกันพิจารณาแนวทางสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมารองรับ

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการในช่วง 10 เดือนของปีนี้  CAT มีรายได้ 41,194 ล้านบาท รายจ่าย 41,218 ล้านบาท ขาดทุนจากการดำเนินงาน 24 ล้านบาท รายได้ที่ต่ำกว่าแผนธุรกิจเนื่องจากบริการหลักคือธุรกิจไร้สาย กลุ่มบริการโทรศัพฺท์ และบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตมีการเติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย โดยรายได้กลุ่มบริการโทรศัพฺท์ลดลง 5 ปีย้อนหลัง จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมที่คนใช้การสื่อสารด้วยดาต้าเป็นหลัก ส่งผลให้เทรนด์เติบโตของบริการกลุ่มโทรศัพท์ระหว่างประเทศลดลงต่อเนื่องเฉลี่ย 12% โดยสิ้นปีนี้จะทำรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท

ขณะที่กลุ่มบริการลื่อสารไร้สาย ยังคงเป็นรายได้ส่วนใหญ่โดยมีกำไรจากการขายส่งตามสัญญาให้บริการ HSPA ขณะที่ my เติบโตขึ้นเล็กน้อย และรายได้สัมปทานดีแทคลดลง ส่วนบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เติบโตขึ้นจากปีก่อนประมาณ 100 ล้านบาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการจ่ายค่าตอบแทนในโครงการเกษียณก่อนกำหนด (Early Retirement) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 500 ล้านบาท บวกกับมีค่าใช้จ่ายรายการพิเศษจากคดีกับกรมสรรพากรที่สิ้นสุดในปีนี้จำนวน 2,378 ล้านบาท ซึ่งรวมรับรู้เป็นรายจ่ายส่งผลให้ขาดทุนรวมประมาณ 2,402 ล้านบาท

IMG_1514อย่างไรก็ดี มั่นใจว่า CAT สามารถกลับมามีกำไรในปีหน้าโดยปัจจัยสนับสนุน เช่น การลดต้นทุนจากโครงการ Early Retirement ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมเต็มตามเป้าหมายซึ่งจะส่งผลช่วยทำให้ต้นทุนบุคลากรลดลงในระยะยาว โดยระยะ 2-3 เดือนที่ผ่านมาต้นทุนลดลงเฉลี่ยเดือนละ 10 ล้านบาท นอกจากนี้การฟื้นรายได้ปีหน้าของ CAT คาดว่าจะเกิดจากโครงการส่วนหนึ่งที่นำเสนอกระทรวง DE และคาดว่าจะเสนอ ครม.อนุมัติได้ในปี 2561 ได้แก่ โครงการดาวเทียมภาครัฐ และการยุติปัญหาคู่สัมปทานดีแทคและทรู ซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่กระทรวง DE จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีและคาดว่าจะผ่านได้ไตรมาสแรกปีหน้า

About Author

Bluecosmos

Bluecosmos

Partners